รมว.กต.รออนุกรรมการรายงานผลการลงพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนใต้ขับเคลื่อนสันติภาพ ส่วนกรณี กมธ.สภาอ้าง ตร.ในพื้นที่ดูดข้อมูลโทรศัพท์กว่า 2 ล้านเลขหมาย ขอตรวจสอบก่อน โยน กมธ.ประนอมภาคบังคับของ UNCLOS พิจารณารื้อเขื่อนดักตะกอนเขมรสร้างล้ำทะเลหรือไม่
วันนี้ (23มิ.ย.) นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ในฐานะประธานกรรมการยุทธศาสตร์ด้านการพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้ หรือ กพต.เปิดเผยถึงความคืบหน้าการดำเนินการของคณะผู้แทนพิเศษรัฐบาล ถึงการเดินหน้าการแก้ไขปัญหา 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้่า ได้มีการประชุมไปแล้ว 1 ครั้ง มีการกำหนดแนวทางการทำงาน และมีอนุกรรมการขึ้นมาอีกชุดหนึ่ง ซึ่งจะเป็นกลไกขับเคลื่อนหลัก และอนุกรรมการจะมีการไปพูดคุยกับกรรมการในพื้นที่ ก่อนนำเข้าสู่คณะกรรมการชุดใหญ่
ขณะที่ พลโทอดุลย์ บุญธรรมเจริญ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม กล่าวถึงการหารือกับฝ่ายความมั่นคงหลังมีเหตุเกิดบ่อยขึ้น และเริ่มมีการพุ่งเป้าไปที่ชุดคุ้มครองครูว่า หน่วยงานด้านความมั่นใจในพื้นที่ ซึ่งมีแม่ทัพภาคที่ 4 เป็นผู้รับผิดชอบ และมีกลไกในพื้นที่อื่น ๆ อยู่แล้ว
ส่วนคณะอนุฯ ได้มีการรายงานผลการประชุมเชิงปฏิบัติการในครั้งแรกแล้วหรือไม่นั้น พลโทอดุลย์ ระบุว่า อนุกรรมการฯ ได้ลงไปประชุมแล้ว 1 ครั้งคาดว่า จะมีการรายงานผลเร็ว ๆ นี้ เช่นเดียวกับ นายสีหศักดิ์ ที่ขอให้รอผลการสรุปจากอนุกรรมการฯ ที่ได้ลงไปพูดคุยกับหน่วยงานในพื้นที่ และคณะกรรมการชุดใหญ่ จะมีการพิจารณาภาพรวมทั้งหมด ทั้งความมั่นคง การพัฒนา การพูดคุยสันติภาพ รวมถึงการทำงานร่วมกับมาเลเซียด้วย โดยขอให้รอการประชุมคณะกรรมการชุดใหญ่ก่อน ซึ่งทราบสถานการณ์ตลอดเวลา
ส่วนที่กรรมาธิการการกฎหมายฯ สภาผู้แทนราษฎร ได้รับทราบกรณีในพื้นที่มีการดูดข้อมูลโทรศัพท์ทุกเบอร์ที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้กว่า 2,000,000 เลขหมายไปอยู่ที่ตำรวจ โดยอ้างอำนาจพระราชกำหนดการบริหารสถานการณ์ฉุกเฉิน จะเป็นการละเมิดสิทธิประชาชนหรือไม่นั้น นายสีหศักดิ์ ระบุว่า คงต้องมีการตรวจสอบ และอาจเป็นประเด็นหนึ่งที่ต้องมีการพูดคุยกัน
นายสีหศักดิ์ ยังกล่าวถึงความจำเป็นในการรื้อเขื่อนดักตะกอนบริเวณพื้นที่อ้างสิทธิ์ทางทะเลไทย-กัมพูชา ที่ฝ่ายกัมพูชาเป็นผู้สร้างขึ้นมาว่า ประเด็นดังกล่าวเป็นประเด็นในการกำหนดเส้นเขตแดน และจะต้องพิจารณาว่า จะกระทบต่อการกำหนดเส้นเขตแดนหรือไม่ ซึ่งจะต้องรื้อหรือไม่ จะต้องรอฟังคณะกรรมาธิการประนอมภาคบังคับ (ตาม UNCLOS) จะพิจารณา ซึ่งฝ่ายไทยจะหารือกับกรรมาธิการประนอมฯ หลังมีการแต่งตั้งประธานคณะกรรมาธิการประนอมฯ แล้ว

