มรสุมรุมเร้าภูมิใจไทย ผลงานรัฐบาลถูกวิจารณ์หนัก เศรษฐกิจไม่ฟื้นแถมส่อโกงรายโครงการ ซ้ำเติมด้วยปม AI Passport 'ลูกเนวิน' ที่จุดชนวนวิกฤตศรัทธา ฉุดอนาคต 'นายกอนุทิน' สั่นคลอน
พรรคภูมิใจไทยกำลังเผชิญช่วงเวลาที่ยากลำบากที่สุดครั้งหนึ่งนับตั้งแต่ก้าวขึ้นมาเป็นพรรคการเมืองขนาดใหญ่และมีบทบาทสำคัญในการจัดตั้งรัฐบาล แม้เวลานี้จะมีอำนาจอย่างมหาศาล แต่ตลอดระยะเวลากว่า 2 เดือนที่ผ่านมา กลับปรากฏเสียงวิพากษ์วิจารณ์ต่อผลงานของพรรคอย่างต่อเนื่อง
ทั้งในประเด็นการแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจ และข้อกังขาเกี่ยวกับความโปร่งใสในการทำงาน ส่อโกงทุกโครงการ
แรงกดดันที่ถาโถมเข้าสู่พรรคภูมิใจไทยไม่ได้เกิดขึ้นจากฝ่ายค้านเพียงฝ่ายเดียว แต่มาจากประชาชนและภาคธุรกิจที่คาดหวังให้รัฐบาลสามารถฟื้นฟูเศรษฐกิจที่ชะลอตัวได้อย่างรวดเร็ว ภายใต้สถานการณ์ที่กำลังซื้อในประเทศยังไม่ฟื้นตัวเต็มที่ หนี้ครัวเรือนยังอยู่ในระดับสูง ขณะที่ผู้ประกอบการรายย่อยจำนวนมากยังคงเผชิญปัญหาต้นทุนที่เพิ่มขึ้น
ทว่า จนถึงขณะนี้ยังไม่ปรากฏมาตรการที่สามารถสร้างความเชื่อมั่นหรือส่งผลเชิงบวกอย่างเป็นรูปธรรมต่อประชาชนในวงกว้างได้ ส่งผลให้ภาพลักษณ์ของพรรคเริ่มถูกตั้งคำถามว่ามีศักยภาพเพียงพอในการผลักดันนโยบายที่เคยหาเสียงไว้หรือไม่
อีกหนึ่งประเด็นที่กลายเป็นแรงกระเพื่อมทางการเมืองอย่างมีนัยสำคัญ คือโครงการ AI Passport ของนายไชยชนก ชิดชอบ ลูกชายเนวิน ชิดชอบ เจ้าของพรรคตัวจริง ซึ่งโครงการถูกนำเสนอในฐานะนโยบายสำคัญด้านเทคโนโลยีและการพัฒนาทักษะดิจิทัลของประชาชน เหตุที่ AI Passport ถูกจับมาแขวน ประชาชนถ่มถุยใส่เพราะรายละเอียดการดำเนินโครงถูกวิจารณ์อย่างหนักในเรื่องความคุ้มค่า ความโปร่งใส และแฝงกลยุทธ์การหาเงินทอนตลอดทาง
ส่งผลให้โครงการซึ่งควรเป็นจุดขายของรัฐบาล กลับกลายเป็นประเด็นที่สร้างความกังวลและบั่นทอนความน่าเชื่อถือของพรรคแทน
นอกจากโครงการ AI Passport แล้ว พรรคภูมิใจไทยยังต้องเผชิญแรงเสียดทานจากปัญหาที่ดินเขากระโดง รวมถึงข้อกล่าวหาเกี่ยวกับการจัดการปัญหาผู้มีอิทธิพลและนอมินีต่างชาติในจังหวัดภูเก็ต ซึ่งเป็นประเด็นที่สังคมให้ความสนใจอย่างมาก เพราะอยู่ในความรับผิดชอบของกระทรวงมหาดไทย แต่รัฐมนตรีคือนายอนุทินแก้ปัญหาไม่ได้
ช่วงเวลาจากนี้จึงเป็นบททดสอบสำคัญของพรรคภูมิใจไทย ว่าจะสามารถพลิกฟื้นความเชื่อมั่นและพิสูจน์ประสิทธิภาพในการบริหารประเทศได้หรือไม่ เพราะหากไม่สามารถสร้างผลงานที่เป็นรูปธรรมได้ในระยะเวลาอันใกล้ กระแสวิพากษ์วิจารณ์ที่เกิดขึ้นในวันนี้ อาจพัฒนาไปสู่แรงกดดันทางการเมืองที่รุนแรงยิ่งกว่าเดิมในอนาคต
ถึงเวลานั้น 'อนุทิน ชาญวีรกูล' นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย อาจมีอายุในทางการเมืองสั้นกว่าที่คิดก็เป็นไปได้

