ดีเอสไอเตรียมรับแชร์ Forex เป็นคดีพิเศษ จ่อเอาผิดหลายกฎหมาย หลังพัวพัน สส. ดัง ด้านนายกฯ อนุทิน ยืนยันไม่ใช่เกมการเมือง ไม่ได้กลั่นแกล้งใคร
คดี Forex ที่อยู่ในมือกรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือ ดีเอสไอ ในตอนนี้กลายเป็นทั้งเรื่องการก่ออาชญากรรมทางเศรษฐกิจและเรื่องการเมืองไปพร้อมกัน ภายหลังดีเอสไออ้างว่านายภาวุธ พงษ์วิทยภานุ หรือป้อม สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน เข้ามาเกี่ยวข้อง ซึ่งเวลานี้ชื่อของนายภาวุธกำลังติดลมบน เนื่องจากเป็นหนึ่งในหัวหอกที่ออกมาถล่มโครงการ TH-AI Passport ของกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม
ในทางคดีนั้นมีรายงานจากดีเอสไอว่า คณะพนักงานสืบสวนที่ 52/2569 ยังไม่ได้มีการออกหมายเรียกผู้ต้องหาแก่บุคคลใด เนื่องจากยังอยู่ระหว่างสอบปากคำพยานผู้เสียหาย รวบรวมหลักฐานเพื่อเสนออธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ พิจารณารับสอบสวนเป็นคดีพิเศษ ในความผิดฐาน พ.ร.ก.การกู้ยืมเงินที่เป็นการฉ้อโกงประชาชน พ.ศ. 2527 พ.ร.บ.หลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ. 2535 พ.ร.บ.สัญญาซื้อขายล่วงหน้า พ.ศ. 2546 พ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ. 2550 ความผิดฐานฉ้อโกงประชาชน ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 343
โดยสัปดาห์ที่ผ่านมาคณะพนักงานสืบสวนได้ขยายผลสอบปากคำพยานผู้เสียหาย ทั้งในส่วนที่มาร้องทุกข์กับดีเอสไอเอง และในส่วนที่ไปร้องทุกข์กับตำรวจไซเบอร์ประกอบกัน และเร่งรวบรวมหลักฐานนำไปวิเคราะห์ตรวจสอบ ซึ่งคาดว่าใน 2 วันนี้จะสามารถเสนอขออธิบดีดีเอสไอ รับเป็นคดีพิเศษในความผิดฐาน พระราชกำหนด (พ.ร.ก.) การกู้ยืมเงินที่เป็นการฉ้อโกงประชาชน พ.ศ. 2527 หรือเรียกว่าคดีแชร์ลูกโซ่ Forex เนื่องจากคำร้องทุกข์ของพยานผู้เสียหายเป็นไปในทิศทางเดียวกัน ไม่ว่าจะเป็นคำร้องที่บ่งชี้ถึงพฤติการณ์การถูกแนะนำให้ลงทุนผ่านโบรกเกอร์จากเว็บไซต์ในต่างประเทศ
นอกจากนี้ คณะพนักงานสืบสวนไม่ได้มุ่งเน้นไปแค่การตรวจสอบการกระทำที่เป็นความผิดเข้าข่ายตาม พ.ร.บ.หลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ. 2535 และกฎหมายเกี่ยวกับสินทรัพย์ดิจิทัลเท่านั้น แต่คณะพนักงานสืบสวนจะเน้นไปที่ความผิดในคดีแชร์ลูกโซ่เป็นการเฉพาะ เนื่องจากเป็นฐานความผิดที่อยู่ในบัญชีแนบท้ายของดีเอสไอ และสามารถขยายผลดูในเรื่องของการฟอกเงินได้ด้วย
ด้านนายอนุทิน ชาญวีระกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย กล่าวว่า วันนี้เราจะไม่พูดอะไรที่ไปย่ำยีซ้ำเติม หรือจะไปบอกว่าคนนี้ผิดคนนี้ถูก เพราะมันมีกระบวนการในทางกฎหมาย คนที่ถูกกล่าวหาก็ไปชี้แจงข้อกล่าวหา หาหลักฐานไปหักล้างข้อกล่าวหา เท่านั้นเอง หากทุกอย่างหักล้างไปได้ ถูกต้อง ไม่มีความผิดพลาดอะไร เราจะไปทำอะไรได้
"ผมมีเรื่องอื่นที่ถนัดที่ผมสนุก ที่ผมรู้สึกว่า มันเป็นประโยชน์ต่อบ้านเมือง กับประชาชนให้ทำเยอะแยะ ไม่ไปทำเรื่องอย่างที่บอก หลุดพูดไปเดี๋ยวผู้สื่อข่าวก็ไปนั่นอีก" นายอนุทิน กล่าว
เมื่อผู้สื่อข่าวถามย้ำว่า ไม่ใช่การดิสเครดิตทางการเมืองใช่หรือไม่ นายอนุทินกล่าวว่า ไม่ทำเรื่องสับปะรังเคหรอก เพราะว่านี่รัฐบาล คนทำผิดกฎหมายก็มีเจ้าพนักงานไปดูแล เรามีหน่วยงานทหาร ตำรวจ DSI ป.ป.ส. ปปง. นายกฯจะไปทำอะไรพวกนี้ไม่ได้ เป็นอย่างไรก็เป็นอย่างนั้น

