ข่าวปนคน คนปนข่าว
++ “ไอซ์ รักชนก” แซะสส.ภท. มหกรรมอุ้ม "ไชยชนก” TH-AI passport อัปตำแหน่ง งานนี้ “เสี่ยหนู” นำขบวนลูกนายมาก่อนประชาชน!
ชั่วโมงนี้สปอตไลต์ทุกดวงยังส่องไปที่โครงการ TH-AI passport มูลค่า 1,621 ล้านบาท โดยฝ่ายไล่บี้ขยี้ อย่าง “ไอซ์” รักชนก ศรีนอก พรรคประชาชน ที่ทำหน้าที่สอยเบื้องหลัง ลากไส้พฤติกรรมแปลกๆ ของฝ่ายค่ายสีน้ำเงินออกมาประจานให้สังคมได้เห็นแบบคาตา
ปฏิบัติการ “อุ้มไข่ในหิน” ของบ้านใหญ่บุรีรัมย์ ที่กำลังเกณฑ์ไพร่พลมาป้อง “นายน้อย” ไชยชนก ชิดชอบ รมว.ดีอี ทายาท “นายใหญ่เนวิน” ที่โดนรับน้องจมเขี้ยว จากปม TH-AI passport 1,621 ล้านบาท จนบ้านใหญ่ต้องส่งสัญญาณให้ลูกพรรคขยับตัวชุลมุน ชุลเก
หลังจากวันก่อน “กำนันป้อม” พิชานนท์ สส.ตราด ยอมโดดขวางทางปืน รับทัวร์ลงยับเละคาบ้านไปแล้ว
“ไอซ์” เห็นอาการแบบนี้ เลยโพสต์สะกิดแผล เปิดแผลใหญ่ เปิดช่องให้เห็นพฤติกรรม “สอพลอทำแต้ม” ของคนในพรรคภูมิใจไทย ว่า... “สส.ท่านไหน โดยเฉพาะที่มีตำแหน่งแห่งที่ ถ้ายังไม่ได้ออกมาแสดงตัวโอ๋คุณไชยชนก รีบเลยนะคะ ตอนนี้คนที่ไม่มีตำแหน่ง แข่งกันทำคะแนนใหญ่... แทนที่จะวัดฝีมือการทำงาน ต้องมาแข่งอะไรแบบนี้”
คำพูดสั้นๆ แต่ทำเอาหน้าชาไปทั้งเซาะกราว เพราะมันสะท้อนภาพชัดเจนว่า ระบบโควตาและตำแหน่งในค่ายนี้ อาจไม่ได้วัดกันที่ผลงานเนื้อๆ แต่วัดกันที่...
ทำนองว่า เสียงอวยนายน้อยใคร เสียงดังกว่า...ก็มีโอกาสได้ตำแหน่งแห่งที่ มีเก้าอี้ให้นั่ง!
มิน่าละ ช่วงนี้ สส.ภูมิใจไทย รวมทั้งรัฐมนตรี ขยันไปยันหัวหน้ารัฐบาล อย่าง "เสี่ยหนู" อนุทิน ชาญวีรกูล
ก็เข้าร่วมรวมขบวนการ “พิทักษ์ลูกเนวิน”
"เสี่ยหนู" ที่แม้จะนั่งเก้าอี้นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย มีอำนาจเต็มมือ ควรจะต้องทำงานเพื่อชาติ-ประชาชน แต่พอเป็นเรื่องของ “ลูกนก” ปุ๊บ นายกฯหนู ก็ยอมสลัดภาพผู้นำประเทศ ออกหน้ามาเป็นหัวขบวนกางปีกป้องนายน้อยกับเขาด้วย
พอโดนกระจอกข่าวจี้ถามถึงโพสต์ลากไส้ ของ "ไอซ์" นายกฯ หนู ถึงกับฟิวขาด ตอกกลับเสียงเขียวสะบัดว่า เป็นเรื่องของพรรคภูมิใจไทย คนอื่นไม่ต้องมายุ่ง! แถมยังสาดธรรมะดีลิเวอรีแบบฉุนเฉียวใส่ตัวตึงพรรคส้ม ว่า..จะขึ้นเทศน์ก็ล้างเท้าให้สะอาดก่อน
แหม่... อาการออกชัดเจนขนาดนี้ ไม่บอกก็รู้ว่าโดนแทงใจดำเข้าอย่างจัง!
เพราะท้ายที่สุดแล้ว ไม่ว่าพฤติกรรม “อุ้มนายน้อย” จะโจ่งแจ้งแค่ไหน หรือ ระบบ KPI ของรัฐมนตรีจะถูกตั้งคำถามว่า วันเดียวนานไปไหม? แต่สำหรับบ้านใหญ่บุรีรัมย์แล้ว... ตราบใดที่นายน้อยยังปลอดภัย นายกฯหนู ก็พร้อมทำหน้าที่ “ผู้พิทักษ์” กางร่มกันแดดกันฝนให้ต่อไปจนสุดซอย!
...ก็คนมันมีบุญคุณค้ำคอกันอยู่ เรื่องผลงานรัฐบาล-ประชาชน เอาไว้ทีหลัง เรื่องปกป้องนายน้อยต้องมาก่อน ทายอีกกี่ทีก็ถูกใช่ไหม “เสี่ยหนู” !
++ ฟันโช๊ะ เอกวิทย์-บิ๊กโจ๊ก “ดีลปีศาจ” ทองคำ 246 บาท
ดีลประวัติศาสตร์ ที่ตกเป็นคดีใหญ่ บิ๊กตำรวจติดสินบนกรรมการป.ป.ช. ด้วยทองคำแท่งหนัก 246 บาท มาถึงจุดไคลแม็กซ์ เมื่อที่ประชุมคณะผู้ไต่สวนอิสระ ซึ่งแต่งตั้งโดย“อดิศักดิ์ ตันติวงศ์”ประธานศาลฎีกา มีมติเอกฉันท์ 9 ต่อ 0 ให้ดำเนินคดีกับ “เอกวิทย์ วัชชวัลคุ” กรรมการ ป.ป.ช.
แต่ที่พีกกว่านั้น คณะผู้ไต่สวนอิสระไม่ได้สั่งดำเนินคดีแค่ “เอกวิทย์” เพียงคนเดียว ทั้งที่ เอกวิทย์ ถูกแยกเดี่ยวมาพิจารณาในกระบวนการนี้ เนื่องจากมีสถานะเป็นกรรมการ ป.ป.ช. องค์กรอิสระปราบโกง
มติเอกฉันท์ของคณะผู้ไต่สวนชุดนี้ ยังสั่งให้ดําเนินคดี พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล หรือ “บิ๊กโจ๊ก” อดีต รองผบ.ตร. คนให้สินบน , “สมบัติ ธรธรรม” อนุกรรมการ ป.ป.ช. และ “สุรสิทธิ์ แพเกิด” บอดี้การ์ดของ “เอกวิทย์” ผู้ร่วมขบวนการ
รวมผู้ต้องหาทั้งหมด 4 ราย
เหตุที่คณะผู้ไต่สวนอิสระไม่เอาผิดเฉพาะ “เอกวิทย์” คนเดียว เพราะพิจารณาแล้วว่า คดีนี้ไม่ควรพิจารณาแบบแยกส่วน ผู้ต้องหาทั้งสี่ ล้วนแต่มีพฤติกรรมที่เกี่ยวโยงกันในการรับ-ส่ง ทองคำสินบน 246 บาท
คําให้การ และพยานหลักฐาน ที่ “พ.ต.อ.ภาคภูมิ พิสมัย” ในฐานะผู้เสียหาย มอบให้กับพนักงานสอบสวนกองปราบปราม
“พ.ต.อ.ภาคภูมิ” รับทองคำจาก “บิ๊กโจ๊ก” เอาไปส่งให้ “เอกวิทย์” ถึงในรถตู้ประจำตำแหน่งกรรมการ ป.ป.ช. โดย “สุรสิทธิ์ แพเกิด” เป็นคนรับทองคำนั้นจากมือของ พ.ต.อ.ภาคภูมิ
ส่วน “สมบัติ ธรธรรม” เป็นผู้ประสานงาน หรือตัวเชื่อมระหว่าง พ.ต.อ.ภาคภูมิ กับ เอกวิทย์ ในการนัดหมาย ส่งมอบทองคำสินบน
สำหรับคณะผู้ไต่สวนอิสระทั้ง 9 ท่าน ประกอบไปด้วยผู้ทรงคุณวุฒิทางกฎหมาย มี “ชวลิต อิศรเดช” รองประธานศาลฎีกา เป็นประธาน “อดิศร ไชยคุปต์” รองอัยการสูงสุด และมี “ศ.วิชา มหาคุณ” ปรมาจารย์ด้านกฎหมาย ร่วมในคณะนี้ด้วย
“เอกวิทย์ วัชชวัลคุ” นับเป็นคนแรกขององค์กรปราบโกง ถูกดำเนินการไต่สวน ด้วยที่เขาเป็นกรรมการป.ป.ช. เป็นข้าราชการระดับสูงในองค์กรอิสระที่ต้องคดีอาญา ตามขั้นตอน รัฐธรรมนูญกำหนดว่า จะต้องให้ประธานรัฐสภา ส่งตัวมาให้ประธานศาลฎีกาพิจารณา
ขั้นตอนหลังจากนี้ ประธานศาลฎีกา ก็จะส่งความเห็นไปถึงอัยการสูงสุด ให้เป็นผู้ดําเนินการสั่งฟ้อง
คณะผู้ไต่สวนอิสระชุดนี้ เริ่มต้นประชุมคดีกันเมื่อ 19 มี.ค.69 โดยมีระเบียบกําหนดกรอบเวลาไว้ว่า จะต้องพิจารณาให้แล้วเสร็จภายใน 90 วัน หากไม่ทัน ก็สามารถยืดเวลาพิจารณาได้ครั้งละ 30 วัน
ซึ่งเมื่อวันที่ 19 มิ.ย.69 คณะผู้ไต่สวนอิสระก็ได้ประชุม และมีมติเป็นเอกฉันท์ ให้ดำเนินคดี “เอกวิทย์กับพวก” รวม 4 คน ดังกล่าว และให้ยืดเวลาทํางานออกไปอีก 30 วัน เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้ต้องหา ยื่นเอกสารโต้แย้ง ข้อกล่าวหาได้
คาดว่าคณะผู้ไต่สวนอิสระ จะสามารถสรุปความเห็นเป็นเอกสาร นําเสนอประธานศาลฎีกาได้ ในวันที่ 6 ก.ค.ที่จะถึงนี้ และคาดว่าคำสั่งประธานศาลฎีกา จะไปถึงอัยการสูงสุด สั่งฟ้องทันกำหนดวันที่ 19 ก.ค.
ช่วงนี้จึงเป็นเวลาสำคัญ ที่เปิดช่องให้ “บิ๊กโจ๊กกับพวก” ได้ดิ้นสู้คดี ก่อนส่งฟ้องศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง
แต่กระบวนการทางกฎหมายที่ใหญ่มากของคดีนี้ ตามหลักการ อัยการสูงสุด จะต้องส่งฟ้องศาลผู้ถูกกล่าวหาสถานเดียว คาดว่าคราวนี้จบชีวิตแน่ “เทพโจ๊ก”...ตำรวจปีศาจของ ดนัย หมาแก่ แห่งเจาะลึกทั่วไทย ที่ได้รับการอนุเคราะห์จาก บิ๊กโจ๊ก มานานปี

