xs
xsm
sm
md
lg

'ประชาชน' กั๊กไม่ยื่นสอบ 'AI Passport' เรียกร้อง ปปช.ทำงานเชิงรุก เตือนระวังผิดฐานละเว้น

เผยแพร่:   ปรับปรุง:



ศึก AI Passport ระอุ พรรคประชาชนบี้ ป.ป.ช. สอบเชิงรุกไม่ต้องรอคนร้อง เตือนหากเพิกเฉยอาจเข้าข่ายละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ ด้านรัฐบาลย้ำให้ตรวจสอบตามกระบวนการ อย่าเพิ่งด่วนสรุป

โครงการ TH-AI Passport ที่รัฐบาลวางเป้าหมายเป็นหนึ่งในเครื่องมือขับเคลื่อนประเทศสู่ยุคเศรษฐกิจดิจิทัล กำลังกลายเป็นสมรภูมิการเมืองครั้งใหม่ เมื่อฝ่ายค้านเดินหน้าเปิดประเด็นตรวจสอบอย่างเข้มข้น พร้อมกดดันให้หน่วยงานอิสระเร่งเข้ามาสอบสวนข้อสงสัยเกี่ยวกับกระบวนการจัดซื้อจัดจ้าง ขณะที่ฝ่ายรัฐบาลยืนยันว่าการตรวจสอบเป็นเรื่องที่ทำได้ แต่ไม่ควรเร่งสรุปหรือเรียกร้องให้ยกเลิกโครงการก่อนข้อเท็จจริงจะปรากฏชัด

นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ สส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคประชาชน ในฐานะผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร ยืนยันว่า กรณีโครงการ TH-AI Passport มีเหตุอันควรให้สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ดำเนินการตรวจสอบได้ทันที โดยพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดเกี่ยวกับการเสนอราคาต่อหน่วยงานของรัฐ หรือ พ.ร.บ.ฮั้วประมูล เปิดช่องให้ ป.ป.ช. เริ่มสอบสวนได้ตั้งแต่พบพฤติการณ์ที่ส่อไปในทางไม่ชอบมาพากล แม้ยังไม่มีผู้ร้องเรียนหรือยังไม่สามารถชี้ชัดได้ว่ามีการกระทำความผิดเกิดขึ้นแล้วก็ตาม ถ้า ป.ป.ช.ไม่ทํา แปลว่าทําผิดต่อกฎหมายละเว้นการปฏิบัติต่อหน้าที่เสียเอง ขอยืนยันว่า ป.ป.ช.สามารถดําเนินการได้ในทันที

นายณัฐพงษ์ ย้ําด้วยว่า ป.ป.ช. มีหน้าที่ในการทํางานเชิงรุก เมื่อได้รับข้อสังเกต ต้องสามารถดําเนินการได้ในทันทีโดยไม่ต้องรอคําร้อง ส่วนกรณีนายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ท้าให้ยื่นตรวจสอบได้เลยนั้น คิดว่าเป็นเรื่องปกติ ที่จะต้องมีการออกมาแสดงข้อคิดเห็นแบบนั้นเพื่อยืนยันในความบริสุทธิ์ของตัวเอง แต่ส่วนตัวคิดว่าสิ่งที่รัฐมนตรีจะสามารถยืนยันความบริสุทธิ์ของตัวเองได้มากกว่านี้ คือการเปิดเผยข้อมูลทุกอย่างให้โปร่งใส และมีการทบทวนการดําเนินโครงการนี้ใหม่

ด้านนายภราดร ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า สังคมควรแยกให้ออกระหว่างการตรวจสอบกับการสั่งยกเลิกโครงการ ซึ่งการตรวจสอบการใช้งบประมาณ และการดำเนินงานของภาครัฐเป็นสิทธิ และหน้าที่ของฝ่ายค้าน รวมถึงเป็นประโยชน์ต่อประชาชน เพราะช่วยให้ทุกโครงการมีความโปร่งใส ตรวจสอบได้ และเกิดความคุ้มค่าสูงสุด แต่การตรวจสอบควรตั้งอยู่บนข้อเท็จจริงและกระบวนการที่เป็นธรรม ไม่ใช่การสรุปผลล่วงหน้าทั้งที่ยังไม่มีข้อยุติจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

“หากมีข้อสงสัยเรื่องกฎหมาย ความคุ้มค่า หรือความปลอดภัยของข้อมูล ก็ควรเปิดเผยข้อมูลและตรวจสอบให้ถึงที่สุด แต่การเรียกร้องให้ยกเลิกทันที ทั้งที่ยังไม่มีข้อสรุปว่าโครงการผิดกฎหมายหรือสร้างความเสียหายจริง อาจทำให้เกิดผลกระทบอีกด้านหนึ่งที่สังคมต้องพิจารณาเช่นกัน” นายภราดรกล่าว