xs
xsm
sm
md
lg

เฝ้าระวังอาคารเก่าเสื่อมโทรม กทม.ตรวจเข้มต่อเนื่อง พบจุดเสี่ยงเร่งจัดการทันที

เผยแพร่:   ปรับปรุง:



กทม. สั่งตรวจเข้มอาคารเก่าทั่วกรุง หลังเหตุการณ์กันสาดถล่มย่านสำเพ็ง ผนึกกำลังวิศวกรลงพื้นที่หาจุดเสี่ยง เร่งจัดการทันทีเพื่อความปลอดภัยของประชาชน

เหตุการณ์กันสาดอาคารพาณิชย์เก่าในย่านสำเพ็งพังถล่ม ไม่เพียงสร้างความตกใจให้กับผู้คนที่สัญจรผ่านไปมา แต่ยังจุดคำถามสำคัญถึงความปลอดภัยของอาคารเก่าแก่จำนวนมากในพื้นที่การค้าใจกลางกรุงเทพฯ ที่ยังคงมีผู้พักอาศัยและประกอบธุรกิจอยู่ทุกวัน

ท่ามกลางความกังวลที่เกิดขึ้น วิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์ (วสท.) ได้ส่งทีมวิศวกรลงพื้นที่ตรวจสอบอาคารบริเวณจุดเกิดเหตุ เพื่อประเมินความมั่นคงของโครงสร้างและหาแนวทางป้องกันอันตรายที่อาจเกิดขึ้นซ้ำ ทั้งนี้ นายอิทธิพล พสิษฐ์โยธิน ประธานกรรมการกฎหมายและจรรยาบรรณ เปิดเผยว่า เบื้องต้นจากการเข้าตรวจสอบโครงสร้างภายในอาคาร จำนวน 3-4 คูหา พบว่า บางจุดมีรอยปริและมีลักษณะเป็นการก่ออิฐถือปูน อายุไม่ต่ำกว่า 50 ปี คานเป็นไม้ พื้นเป็นไม้ ส่วนกันสาดที่ถล่มเป็นคอนกรีตเสริมเหล็ก ซึ่งลักษณะอาคารเหมือนร่างกายมนุษย์มีความเสื่อมโทรม ยกตัวอย่าง อาคารที่ยื่น เหมือนเรายื่นแขนนานๆ วันแรกๆ อาจอยู่ได้นาน แต่จะค่อยๆ ลดลงเรื่อยๆ เมื่อลดถึงระดับนึงก็อาจพังอย่างที่เห็น

ส่วนการตรวจสอบเพื่อดูความปลอดภัยภายในอาคารหลังจากที่เคลียร์ไปแล้ว เพื่อรอการตรวจสอบเชิงลึกอีกครั้ง ซึ่งเบื้องต้นคานบางส่วนที่ยังไม่ตัดอาจมีการทรุดลงสร้างความตกใจให้กับผู้ที่ผ่านไปมา ระหว่างการค้ำยันชั่วคราวเพื่อรอการตัด ส่วนโครงสร้างอื่นจะเป็นล็อกๆ แบบก่ออิฐถือปูนระหว่างกลางเป็นคานไม้ ยังไม่ค่อยน่ากังวล แต่ทางผู้ใช้อาคารต้องลดน้ำหนักการวางของบนชั้น 2 เพื่อกระจายน้ำหนักมาไว้ชั้นล่าง

นายอิทธิพล กล่าวอีกว่า เขตสัมพันธวงศ์จะต้องมีการลงพื้นที่มาตรวจสอบอาคารลักษณะนี้ในพื้นที่ เนื่องจากอาคารอื่นๆ มีความใกล้เคียงกัน แต่เท่าที่ดูยังไม่ต้องรื้อทั้งหมด เนื่องจากเป็นเฉพาะส่วนกันสาดด้านหน้า ส่วนแบริ่งวอล กับพื้นภายในยังคงใช้งานได้อยู่ จึงได้แนะนำให้ทั้งเขตได้มีการตัดกันสาด ชั้น 1 ที่เหมือนจะพังลงมา และจะต้องค้ำยันไม่ให้หล่นลงมา

ขณะเดียวกัน มีรายงานว่า สำนักงานเขตสัมพันธวงศ์ ได้มีการให้นายตรวจทำการลงพื้นที่ หากพบว่าอาคารไหนสุ่มเสี่ยงจะทำหนังสือไปถึงเจ้าของอาคารเพื่อให้มีการปรับปรุง ซึ่งระหว่างนี้จะลงพื้นที่ตรวจสอบอาคารข้างเคียงที่เกิดเหตุ และออกประกาศให้ผู้อาศัยได้ทราบ นอกจากนี้ทางปลัดกรุงเทพมหานครยังได้มีคำสั่งให้ทางสำนักงานเขตร่วมกับสำนักการโยธา ประสานกับวิศวกรรมสถาน (วสท.) เพื่อจัดทำแผน ลงพื้นที่ร่วมกับวิศวกรรมอาสา ที่ขึ้นทะเบียนกับ วสท. ลงพื้นที่จัดทำแผน ดูความเสี่ยงเป็นลำดับ ว่าอาคารไหนมีความเสี่ยงมากน้อย เพื่อจะให้แก้ไขตามกฎหมายควบคุมอาคารต่อไป