MGR Online - “ทนายวิฑูรย์” พา 2 พยานเคยเรียนเทรด Forex กับโค้ชดัง All in คาดเป็นโบรกเกอร์เถื่อน โชว์โปรไฟล์อวดรวยให้หลงเชื่อ
วันนี้ (22 มิ.ย.) ณ ศูนย์ราชการฯ แจ้งวัฒนะ อาคารซี (C) กองคดีเทคโนโลยีและสานสนเทศ กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) นายวิฑูรย์ เก่งงาน ทนายความ พร้อม พยาน 2 ราย ซึ่งเคยเรียนเทรด Forex กับ ‘โค้ชเจมส์ All in’ ซึ่งเป็นหนึ่งในบุคคลที่ดีเอสไอตรวจสอบและแถลงข่าวไปก่อนหน้านี้ว่ามีความเชื่อมโยงกับเครือข่าย Forex ที่มีผู้เสียหายกว่า 500 คน มูลค่าความเสียหายหลายพันล้านบาท เพื่อมาให้ข้อมูลกับดีเอสไอ
โดยทนายวิฑูรย์ บอกว่า ผู้เสียหายที่พามาวันนี้เป็นคนที่เข้าไปเรียนกับ โค้ชเจมส์ ที่สอนเทรด All in และโดนปลูกฝังให้เทรด เพื่อให้ได้กำไรเยอะๆ ซึ่งโบรกเกอร์ที่เทรด ถือว่าเป็นโบรกเกอร์เถื่อน และไม่ได้รับอนุญาต ทั้งโบรกเกอร์บริษัท HFM , QRS Global, HFM, Eterwealth โดยในวันนี้อยากพาผู้เสียหายมาเพื่อให้ปากคำในฐานะพยานก่อน สำนวนคดีจะได้เกิดความแน่นหนาขึ้น ทั้งนี้พยานก็สามารถเปลี่ยนสถานะเป็นผู้เสียหายได้
นอกจากนี้ ตนเองยังมีข้อมูล ของบริษัท QRS Global ด้วยว่า โบรกเกอร์บริษัทนี้ เป็นโบรกเกอร์ต่างชาติไม่มีบริษัทในประเทศไทย และมีคนเอาเงินไปฝากเพื่อไปเทรด Forex ซึ่งตนเองไปได้คำพิพากษาของศาลออสเตรเลีย ที่มีคำสั่งให้ปิดบริษัทดังกล่าวไปเพราะมีสินทรัพย์น้อยและเกี่ยวข้องกับสแกมเมอร์ เมื่อวันที่ 4 เม.ย.2568 โดยตนเองจะนำหลักฐานชิ้นนี้มอบให้ดีเอสไอไปทำการตรวจสอบด้วย เพราะบริษัทยังมีการรับเงินเข้ามาอยู่เรื่อยๆ โดยผ่าน Payment Gateway ส่วนกรณีที่พยานกดเทรดเองแล้วเสียนั้น จะเป็นผู้เสียหายได้หรือไม่ ต้องไปดูที่ตัวระบบโปรแกรม เพราะพยานเกิดความเสียหายจากระบบ
ขณะที่พยานทั้ง 2 คนเล่าให้ฟังว่า เนื่องจากเคยเทรดคริปโตมาปีกว่า และเจอโค้ชเจมส์ จากการทำการตลาดจากโฆษณา ว่าสามารถพลิกชีวิตด้วย Forex เลยเกิดอยากเรียนรู้วิธีการ เลยเริ่มเข้าไปศึกษา จากนั้นก็ได้เข้าไปงานสัมมนางานหนึ่ง ที่จัดขึ้นที่ จ.เชียงใหม่ ลักษณะชวนเข้าไปเรียนรู้ โดยเริ่มต้นจากการเปิดพอร์ต หรือเติมเงินเข้าไปเพื่อใช้ในการเทรด เพื่อเรียนรู้ เพราะโค้ชเจมส์เป็นกลุ่ม IB ซึ่งในการสัมมนาจะมีการเอาโค้ช มาโชว์กำไรให้สมาชิกเข้าร่วมสัมมนารู้ว่าการ All in สามารถ รวยได้ และโค้ชเจมส์ ก็พาเทรดสดในงานสัมมนา
พยาน เล่าว่า โดยวันแรกที่งานสัมมนา สามารถทำกำไรได้จริง และผู้บริหารโบรกเกอร์ HFM ก็มาแจกเงินด้วย หลังจากนั้นก็เริ่มติดตามโค้ชเจมส์ต่อ เมื่อสมาชิกเปิดพอร์ต 500 ดอลล่าร์ แล้วก็จะได้เข้ากลุ่ม Discord ซึ่งเป็นกลุ่มไพรเวทที่ใช้ในการพูดคุย มีประมาณ 2-3 หมื่นคน และเมื่อเข้าไปพูดคุยในกลุ่ม จะต้องเทรดขั้นต่ำ 3 ลอต ก่อนถึงจะได้ดูการเทรดของโค้ชเจมส์
“แต่ละกลุ่มจะมีเงื่อนไขแตกต่างกันไป และจะแบ่งเป็น 3 เลเวล เริ่มต้น 100 ดอลล่าร์ และสูงขึ้น 500 ดอลล่าร์ จนสูงสุดคือ 5000 ดอลล่าร์ ถึงจะได้เจอการเทรดสดกับโค้ชครบทุกคน โดยแต่ละวันจะมีตารางเวลาของคนที่มานำเทรดให้และโค้ชก็จะนำเทรดว่าให้เข้าซื้อที่จุดไหน และตัดขาดทุนจุดไหน แต่ลักษณะการเข้าซื้อ ด้วยเงินทุนจำนวนเงิน 500 ดอลล่าร์ แต่ไม่สามารถเข้าเทรดตามโค้ชเจมส์ได้ทุกไม้ เพราะโค้ชเจมส์สั่งซื้อในปริมาณมากๆ และโค้ชเจมส์มีสายป่านเงินทุนที่ยาว แต่สมาชิกเป็นเพียงแค่ตัวเล็ก เงินทุนน้อยก็อาจจะล้างพอร์ตหรือขาดทุนได้”
เมื่อเทรดไปได้ไม่นาน ตนเองก็เงินหมดแต่ก็ไปงานสัมมนา ครั้งที่ 2 ก็เติมเงินไปอีก 2,000 ดอลล่าร์ และได้โบนัสอีกเท่าตัวทำให้เราทำคำสั่งซื้อขายได้มากกว่าเดิม และก็เข้าไปเทรดจนสุดท้าย พอร์ตแตกแล้วก็หยุดไปทำให้รวมๆ ตนเองเสียจากการเทรด หลังจากเข้ากลุ่มกับโค้ชเจมส์ ไปประมาณ 3,000 ดอลล่าร์ หรือประมาณเกือบแสนบาท ในระยะเวลาที่เรียนรู้กับโค้ชเจมส์ประมาณ 1 ปี ตั้งแต่ เม.ย.2568
พยาน เล่าต่อว่า ส่วนการโอนเงินทุกครั้ง จะต้องเติมเงินผ่านการสแกนคิวอาร์โค้ด และเข้าบัญชีกลาง บริษัทเรนนี่ คอปเปอร์เรชั่น โดยโค้ชเจมส์จะได้กำไรค่าคอม จากคนเข้ามาลงทุนเปิดพอร์ต เพราะทุกครั้งที่เปิดพอร์ตจะต้องมีค่าธรรมเนียม ทั้งนี้ เหตุผลที่ตนเองยังไม่แจ้งความ เพราะกลัวว่าหลักฐานข้อมูลอาจจะยังไม่เพียงพอ เนื่องจากตนเองเข้าไปเทรดเองด้วย อาจจะถูกอ้างได้ว่าเทรดเสียเองหรือไม่ เลยต้องการมาให้ข้อมูลกับดีเอสไอในวันนี้ไว้ก่อน

