ผู้ปกครองรายหนึ่งออกมาโพสต์ระบายความอัดอั้นตันใจ หลังค้นพบความจริงว่าลูกชายตกเป็นเหยื่อความรุนแรงในโรงเรียนมาตั้งแต่ชั้น ม.2 จนนำไปสู่เหตุการณ์ชกต่อยเพื่อป้องกันตัว ทว่าเหตุการณ์กลับบานปลายเมื่อกลุ่มผู้ก่อเหตุได้ลุกลามไปสู่การคุกคามทางไซเบอร์ ทั้งการส่งข้อความข่มขู่คุกคาม และการนำรูปภาพไปโพสต์ประจานบนแอปพลิเคชัน TikTok สร้างความสะเทือนใจและบาดแผลทางจิตใจอย่างหนัก จนเกิดเป็นกระแสเรียกร้องให้ทางโรงเรียนเร่งออกมาตรการจัดการขั้นเด็ดขาดเพื่อทวงคืนความยุติธรรมให้กับเหยื่อ
วันนี้ (20 มิ.ย.) ผู้ใช้เฟซบุ๊กรายหนึ่ง ออกมาโพสต์ข้อความ หลังเผชิญกับวิกฤตความเครียดสะสมและอารมณ์โกรธจัด หลังเพิ่งทราบความจริงว่าลูกชายตกเป็นเหยื่อของการถูกกลั่นแกล้ง ที่โรงเรียนมาอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ชั้น ม.2 จนล่าสุดลุกลามสู่การชกต่อยเพื่อป้องกันตัวจากการถูกทำร้ายร่างกาย
นอกจากนี้ ปัญหายังได้บานปลายไปสู่การคุกคามทางไซเบอร์ ผ่านการนำรูปของลูกไปประจานลงใน TikTok และมีการส่งข้อความท้าทายข่มขู่
โดยทางฝั่งผู้ปกครองได้ระบุข้อความไว้าว่า *ตอนนี้รุ้สึกเครียดและโมโหมาก เริ่มเรื่องจากตอนม.2 ลูกชายโดนถีบหน้าที่โรงเรียนลูกโทรมาบอกและเราก้อให้ครูจัดการเพราะเราคิดว่ามันเปนเรื่องเด็กทะเลาะกันจนมาถึงตอนนี้ลูกมีเรื่องชกต่อยที่โรงเรียน เราก้อตกใจมากว่าทำไมถึงมีเรื่องได้ครูโทรมาบอกว่ารุ้เรื่องไหมลูกโดนรังแกที่โรงเรียนทุกวัน เรางงมากเกิดรัยขึ้น ลูกเราโดนผลักก้อเลยต่อยกับแล้วก้อต่อยกัน ลูกบอกโดนเพิ่ลรังแกทุกวันโมโหเลยต่อยกับ มาวันนี้เพิ่ลคนที่ต่อยกะลูกเราทัก อจ. มาแล้วถามว่าสดหรอ แล้วก้อตามข่อความที่พิมพ์มา และมารุ้ที่หลังว่าเพิ่ลเอารูปลูกชายไปแขวนในติ๊กต๊อกแล้วว่าลูกเรา เราควรทำยังดี ตอนนี้ เครียดมาก และเราไม่รุ้ว่าลูกโดนแกล้งตลอด ตอนนี้โมโหและเครียดมาก

