ปลัดดีอีแจงเดือดป้องโครงการ AI 1,600 ล้านบาท ยืนกรานไม่ล้ม-ไม่เปิดสัญญาให้ตรวจสอบ สวนกลับกรรมาธิการ อ้างทุกอย่างโปร่งใส ทำตามขั้นตอนและกลัวถูกเอกชนฟ้องกลับ
ท่ามกลางกระแสคำถามจากสังคมถึงความโปร่งใสของโครงการ “TH-AI Passport” วงเงินกว่า 1,600 ล้านบาท ที่ถูกจับตาว่าอาจมีความผิดปกติทั้งในกระบวนการจัดทำทีโออาร์ การใช้งบประมาณจากกองทุนพัฒนาดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม หรือกองทุนดีอี และข้อสงสัยเรื่องความเชื่อมโยงกับภาคเอกชน ทำให้การประชุมร่วมของคณะกรรมาธิการศึกษาการจัดทำและติดตามการบริหารงบประมาณ และคณะกรรมาธิการการกฎหมาย การยุติธรรมและสิทธิมนุษยชน สภาผู้แทนราษฎร เมื่อวันที่ 18 มิถุนายน ที่มีการพิจารณาเรื่องนี้กลายเป็นเวทีซักถามกันอย่างดุเดือด
ทั้งนี้ ในช่วงหนึ่งนางสาวรักชนก ศรีนอก ส.ส. บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ในฐานะประธานกรรมาธิการศึกษาการจัดทำและติดตามการบริหารงบประมาณ สภาผู้แทนราษฎร ได้อภิปรายว่า าเราเข้าใจว่า AI มีประโยชน์ แต่เข้าใจหรือยังว่าโครงการนี้มีปัญหา หากยืนยันว่าโครงการนี้มีประโยชน์ก็ทำต่อ แต่ขอให้ยกเลิกโครงการรอบนี้ 1,600 ล้านบาท แล้วเสนอโครงการนี้เข้ามาใหม่ในงบประมาณปกติ หรือจะใช้เงินกองทุนแบบเดิมก็ได้ แต่สิ่งที่เป็นข้อสังเกตของกรรมาธิการและสาธารณชนที่มองว่าทุจริต คอร์รัปชั่น ล็อกสเป็ก ฮั้วประมูล ท่านต้องเคลียร์สิ่งเหล่านี้ ทำไมท่านถึงเลือกที่จะลุยไฟ ปิดตา มองไม่เห็น ถึงสิ่งผิดปกติที่เกิดขึ้นทั้งหมด นี่เป็นสิ่งที่พวกเราไม่เข้าใจ
นายพชร อนันตศิลป์ ปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ซึ่งเดินทางมาชี้แจงด้วยตัวเอง ตอบกลับไปว่า ยืนยันว่ารับฟังทุกอย่างและดำเนินการอยู่ แล้วงบประมาณก็ไม่ได้บอกว่าทำครั้งนี้ครั้งเดียวแล้วจะเลิก เราก็นำโครงการนี้เข้ามาขอในงบประมาณปี 2570 ด้วย
“ยืนยันว่าทำตามกระบวนการทุกอย่าง แล้วจะให้ทำอย่างไรอีก อยู่ๆจะให้เรายกเลิกด้วยเหตุอะไร บริษัทก็จะมาฟ้องกระทรวง จะให้พวกผมทำอย่างไร ท่านต้องเข้าใจบริบทความเป็นราชการด้วย ถามว่าวันนี้ให้ผมบอกยกเลิกด้วยเหตุอะไร เหตุที่ถูกกล่าวหาว่าไม่โปร่งใส ก็ยังเดินตามขั้นตอนทุกอย่าง แล้วจะให้เราทำอย่างไร”ปลัดกระทรวงดีอี กล่าว
ส่วนข้อเสนอให้มีการแก้ไขและเปิดข้อสัญญานั้น นายพชร ระบุว่า โดยธรรมชาติราชการเอาเปรียบเอกชน 100% อยู่แล้ว มีการสงวนสิทธิ์เป็นสัญญามาตรฐาน ในขณะที่ราคามาตรฐาน เนื่องจากเป็นโครงการที่มีหลายสิ่งรวมกัน จึงใช้ราคาตลาดเป็นตัวอ้างอิง ย้ำว่า ใช้ตามมาตรฐานทั้งหมด สำหรับการเปิดเผยข้อสัญญา จะต้องขออนุญาตทางบริษัทด้วย เนื่องจากเป็นการเซ็นสัญญาร่วมกัน

