xs
xsm
sm
md
lg

“สหพันธ์การขนส่งทางบกฯ” บุก ดีเอสไอ ทวงคืบหน้าคดีวิกฤตน้ำมันล่องหน ตามหาไอ้โม่งตัวจริง

เผยแพร่:   ปรับปรุง:



MGR Online - “สหพันธ์การขนส่งทางบกฯ” ทวงความคืบหน้า ดีเอสไอ เอาผิดไอ้โม่งกักตุนน้ำมัน ผ่าน 3 เดือนคดีล่าช้า เหตุ “กรมธุรกิจพลังงาน-คลังน้ำมัน” ไม่ให้ความร่วมมือ

วันนี้ (18 มิ.ย.) เวลา 14.30 น. ที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) นายทองอยู่ คงขันธ์ ประธานสหพันธ์การขนส่งทางบกแห่งประเทศไทย (สขบท.) เดินทางเข้ายื่นหนังสือต่อ พ.ต.ต.ยุทธนา แพรดำ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ เพื่อติดตามความคืบหน้าคดีการสืบสวนสอบสวนการกักตุนน้ำมันเชื้อเพลิง โดยมี น.ส.อรุณศรี วิชชาวุธ ผอ.กองบริหารคดีพิเศษ เป็นผู้แทนรับเรื่อง

นายทองอยู่ กล่าวว่า วันนี้สหพันธ์การขนส่งทางบกแห่งประเทศไทย ได้มาติดตามหนังสือที่เคยยื่นให้ พล.ต.ท.รุทธพล เนาวรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม เมื่อวันที่ 20 พ.ค.69 เพื่อตามหาไอ้โม่ง และตามหาน้ำมันที่หายไป เพราะอยากทราบว่าน้ำมันของประชาชนที่คิดเป็นเงินกว่า 60,000 ล้านบาท ในกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงที่หายไป ใครควรจะรับผิดชอบ ซึ่งประเด็นสำคัญเพื่อต้องการจะถามว่าน้ำมันที่หายไป 700 กว่าล้านลิตรนั้นหายไปไหน อีกทั้งเงินกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงทั้งหมดล้วนเป็นเงินของประชาชน ดังนั้น จึงต้องมีคนรับผิดชอบด้วย และยังทราบว่าที่ผ่านมา ผู้บริหารกองทุนน้ำมันฯ ได้นำเงินไปชดเชยให้ผู้ค้าน้ำมันตามมาตรา 7

นายทองอยู่ กล่าวอีกว่า ตั้งแต่ 18 มี.ค.ที่ผ่านมา ยังไม่มีความคืบหน้าของน้ำมันที่หายไป ยังไม่ทราบว่าหายไปที่ใคร มีการตามจากคลังน้ำมันใน จ.อ่างทอง และ คลังน้ำมัน จ.สุราษฎร์ธานี รวมทั้ง จากรถบรรทุกที่รับน้ำมันจากคลัง หรือเรือทางทะเลอีกมากมาย จึงต้องมาทวงถามและติดตามความรับผิดชอบจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งกระทรวงพลังงาน กระทรวงยุติธรรม เพื่ออยากทราบถึงการติดตามไอ้โม่ง ติดตามโจร เบื้องต้นทราบข่าวว่าดีเอสไอได้แจ้งข้อกล่าวหาไปแล้ว แต่กลับยังไม่มีใครมารับทราบข้อกล่าวหา จึงอยากรู้ว่าจะมีการดำเนินการอย่างไรต่อไป

นายทองอยู่ กล่าวด้วยว่า เราเชื่อว่าไอ้โม่งมีตัวตนจริง การทำให้น้ำมันมันหายไปมันมีการทำเป็นขบวนการ โดยเฉพาะกลุ่มทุนพลังงาน วันนี้ประชาชนสงสัยจึงต้องมาติดตามเรื่อง เราต้องกระชากหน้ากากไอ้โม่งออกมาให้ได้ เพราะนายกรัฐมนตรีบอกว่าวันนี้เป็นโจรแล้ว ก็ต้องตามหาโจรให้ได้ คดีอื่นทำอย่างรวดเร็ว แต่คดีความเดือดร้อนของประชาชนทำช้ามาก ผ่านมากว่า 3 เดือน ยังไม่รู้ว่าไอ้โม่งเป็นใคร ตัวผู้ต้องหาอยู่ที่ไหน วันนี้เรากัดไม่ปล่อยถอยไม่เป็นแล้ว

“ส่วนสาเหตุที่คดีล่าช้า ส่วนตัวมองว่าหน่วยงานภาครัฐและเอกชนไม่ให้ข้อมูลอย่างตรงไปตรงมากับดีเอสไอ ไม่ให้ความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่ โดยเฉพาะกรมธุรกิจพลังงาน และบริษัทคลังน้ำมัน จนทำให้กระบวนการการสืบสวนสอบสวนมีความยุ่งยากซับซ้อนมากขึ้น”


นายทองอยู่ กล่าวอีกว่า ตนอยากให้สอบถามไปที่นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รมว.พลังงาน ว่ากล้าหรือไม่ที่จะปรับโครงสร้างราคาพลังงานทั้งระบบ เพราะเศรษฐกิจและกำลังซื้อของประชาชนลดลงอาจจะทำให้เกิดภาวะเงินเฟ้อได้ และอยากให้ทีมชุดสุดซอยของนายเอกนัฏ กล้าดำเนินการ อย่างที่พูดไว้ ว่าจะจับไม่ไว้หน้า “ท่านพูดได้ท่านต้องทำได้ ท่านเป็นรัฐบาลที่บอกว่ามาจากประชาชน และท่านต้องดูแลรับผิดชอบความเดือดร้อนของประชาชนทุกคน ไม่ใช่เลือกรับผิดชอบกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง” ทั้งนี้ หากภายใน 90 วัน ยังไม่มีคำตอบและยังไม่มีความชัดเจนให้กับประชาชนทางกลุ่มก็เตรียมจะไปยื่นเรื่องต่อศาลเพื่อติดตามเรื่องต่อไป

ทั้งนี้ ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า ในสำนวนการสอบสวนคดีพิเศษ และเรื่องสืบสวนการกักตุนน้ำมันเชื้อเพลิงของดีเอสไอรวมทั้งสิ้น 10 สำนวน ประกอบด้วย 8 คดีพิเศษ คือ คดีพิเศษที่ 59/2569 กรณีบริษัท พี.ซี.สยามปิโตรเลียมจำกัด จ.สุราษฎร์ธานี, คดีพิเศษที่ 66/2569 กรณีบริษัท ทริลเลี่ยนปิโตรเทรดดิ้ง จำกัด จ.อ่างทอง, คดีพิเศษที่ 80/2569-85/2569 กรณีบริษัทผู้ค้าน้ำมันตามมาตรา 7 หรือ โรงกลั่นน้ำมันทั้ง 6 แห่ง และ 2 เรื่องสืบสวน ได้แก่ เรื่องสืบสวนที่ 43/2569 กรณีบริษัทเรือที่เกี่ยวข้องกับปริมาณน้ำมัน 60 ล้านลิตร ล่องหนกลางทะเลจังหวัดสุราษฎร์ธานี, เรื่องสืบสวนที่ 49/2569 กรณี บริษัทนิติบุคคลแห่งหนึ่งประกอบธุรกิจให้บริการโซลูชันธุรกิจ ผลิตภัณฑ์หล่อลื่นแบบครบวงจร (One-Stop Solution Provider) ซึ่งมีผู้ค้าน้ำมันรายใหญ่ 4 ราย ดำเนินการขอเช่าเก็บคลังน้ำมัน


ล่าสุดคณะพนักงานสอบสวนคดีพิเศษที่ 66/2569 กรณีบริษัท ทริลเลี่ยนปิโตรเทรดดิ้ง จำกัด จ.อ่างทอง ได้มีการแจ้งข้อกล่าวหาในความผิดฐาน ร่วมกันเป็นผู้ค้าน้ำมันเชื้อเพลิงตามมาตรา 10 กระทำการปลอมปนน้ำมันเชื้อเพลิง หรือกระทำการอย่างหนึ่งอย่างใดอันทำให้ลักษณะหรือคุณภาพของน้ำมันเชื้อเพลิงแตกต่างไปจากที่อธิบดีประกาศกำหนดหรือให้ความเห็นชอบตามมาตรา 25 วรรคหนึ่ง เพื่อจำหน่าย ตาม พ.ร.บ.การค้าน้ำมันเชื้อเพลิง พ.ศ. 2543 แก่ผู้ต้องหาทั้งสิ้น 3 ราย คือ 1.นายสุรัตน์ สุขเจริญไกรศรี มีบทบาทเป็นผู้บริหารบริษัทตัวจริง ซึ่งเป็นน้องชายของสมบูรณ์ สุขเจริญไกรศรี หรือเสี่ยตือ คอสโม่) 2.บริษัท ทริลเลี่ยนปิโตรเทรดดิ้ง จำกัด ในฐานะนิติบุคคล และ 3.กรรมการบริษัท ทริลเลี่ยนปิโตรเทรดดิ้ง จำกัด ครบเรียบร้อยแล้ว ปัจจุบันอยู่ระหว่างรอเอกสารชี้แจงแก้ข้อกล่าวหา

ขณะที่คดีพิเศษที่ 80/2569-85/2569 กรณีบริษัทผู้ค้าน้ำมันตามมาตรา 7 หรือ โรงกลั่นน้ำมันทั้ง 6 แห่งนั้น คณะพนักงานสอบสวนได้มีการออกหมายเรียกผู้ต้องหาแก่กรรมการผู้มีอำนาจลงนามของบริษัทของทั้ง 6 แห่ง ในความผิดตามกฎหมาย พ.ร.บ.การค้าน้ำมันเชื้อเพลิง พ.ศ. 2543 กรณีใบกำกับการขนส่งน้ำมันเชื้อเพลิง 166 ฉบับ ไม่มีการกรอกข้อมูลให้ครบถ้วน 8 ข้อสำคัญ ตามประกาศกรมธุรกิจพลังงาน เรื่อง กำหนดวิธีการและเงื่อนไขในการขนส่งน้ำมันเชื้อเพลิง พ.ศ. 2562 เรียบร้อยแล้ว ขณะนี้อยู่ระหว่างกำหนดให้ทั้ง 6 แห่ง ทยอยเข้ารับทราบข้อกล่าวหาภายในสิ้นเดือน มิ.ย.69