xs
xsm
sm
md
lg

เกษตรกรภูทับเบิกเอาจริง! หอบหลักฐานแจ้งความ "ลุงโทนี่" ผิด พ.ร.บ.คอมพ์ ปมคลิปแบนกะหล่ำปลี งัดผลแล็บรัฐโต้ชัดไร้สารตกค้าง

เผยแพร่:   ปรับปรุง:



คดีพลิก! เกษตรกรภูทับเบิกรวมตัวแจ้งความ พ.ร.บ.คอมพ์ "ลุงโทนี่" ปมคลิปทุ่มกะหล่ำปลี งัดผลแล็บปศุสัตว์-เกษตรจังหวัดโต้กลับ ยืนยันซากสัตว์และผัก "ไร้สารพิษ" ตามที่กล่าวอ้าง

สืบเนื่องจากกรณีที่ "ลุงโทนี่" เจ้าของร้านอาหาร NA LEE Restaurant ได้เผยแพร่คลิปวิดีโอแสดงความโกรธเกรี้ยวพร้อมทุ่มกะหล่ำปลีทิ้งลงพื้น โดยประกาศจุดยืนยกเลิกการใช้กะหล่ำปลีในทุกเมนูของร้าน พร้อมระบุสาเหตุว่า เศษกะหล่ำปลีที่ทางร้านซื้อมามีสารเคมีและยาฆ่าแมลงตกค้างในปริมาณมหาศาล ซึ่งเป็นต้นเหตุทำให้ควายเผือกตาย 7 ตัว และลูกนกกระจอกเทศตายอีก 3-4 ตัว อีกทั้งยังมีการกล่าวพาดพิงและเตือนสติกลุ่มเกษตรกรให้มุ่งเน้นความปลอดภัยของผู้บริโภคมากกว่าการทำผลผลิตให้สวยงามเพื่อทำราคา

ล่าสุด วันนี้ (18 มิ.ย.) มีรายงานว่า ที่ศาลากลางหมู่บ้าน หมู่ 16 ตำบลวังบาล อำเภอหล่มเก่า จังหวัดเพชรบูรณ์ กลุ่มเกษตรกรผู้ปลูกกะหล่ำปลีบนภูทับเบิกนับร้อยคน ได้รวมตัวกันลงลายมือชื่อเพื่อมอบอำนาจให้ตัวแทนและฝ่ายกฎหมายเข้าดำเนินคดีกับอินฟลูเอนเซอร์รายดังกล่าว เนื่องจากคลิปวิดีโอที่ถูกเผยแพร่ออกไปได้สร้างความเข้าใจผิด และส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อภาพลักษณ์ของผลผลิตทางการเกษตรรวมถึงบรรยากาศการท่องเที่ยวของภูทับเบิก

โดยตัวแทนกลุ่มเกษตรกร พร้อมด้วย ทนายความผู้รับมอบอำนาจ ได้เดินทางเข้าแจ้งความร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวน สภ.ท่าพล อำเภอเมือง จังหวัดเพชรบูรณ์ เพื่อให้ดำเนินคดีกับลุงโทนี่ ในความผิดฐาน "นำเข้าข้อมูลอันเป็นเท็จสู่ระบบคอมพิวเตอร์" โดยมีหลักฐานสำคัญเป็นผลการตรวจสอบทางวิทยาศาสตร์จากหน่วยงานภาครัฐเพื่อลบล้างข้อกล่าวหา ได้แก่ สำนักงานเกษตรจังหวัดเพชรบูรณ์ ได้ทำการตรวจสอบกะหล่ำปลีในพื้นที่ภูทับเบิก ยืนยันผลการตรวจสอบว่า ไม่มีสารตกค้างเกินค่ามาตรฐานแต่อย่างใดและสถาบันสุขภาพสัตว์แห่งชาติ กรมปศุสัตว์ รายงานผลการตรวจสอบซากลูกนกกระจอกเทศและเศษกะหล่ำปลีในฟาร์มที่เกิดเหตุ ปรากฏผลทางห้องปฏิบัติการชัดเจนว่า ไม่พบสารเคมีกำจัดแมลง ในกลุ่มออร์กาโนคลอรีน (Organochlorine), ออร์กาโนฟอสเฟต (Organophosphate) และคาร์บาเมต (Carbamate) ทั้งในตัวอย่างเศษอาหาร กระเพาะอาหาร ไต และตับของนกกระจอกเทศ

จากหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ที่ขัดแย้งกับคำกล่าวอ้างในคลิปวิดีโออย่างสิ้นเชิง นำมาสู่การดำเนินคดีทางกฎหมายของกลุ่มเกษตรกรในครั้งนี้ เพื่อกอบกู้ชื่อเสียงและปกป้องอาชีพเกษตรกรในพื้นที่ต่อไป