ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐฯและประธานาธิบดีอิหร่าน ลงนามในข้อตกลงหนึ่ง ที่มีเจตนายุติสงครามในตะวันออกกลาง เป็นที่เรียบร้อยแล้วในวันพุธ(17มิ.ย.) โดยที่เตหะรานยินยอมเจือจางยูเรเนียมเสริมสมรรถนะแลกกับการปลดมาตรการคว่ำบาตรทางเศรษฐกิจครั้งใหญ่
เจ้าหน้าที่สหรัฐฯรายหนึ่งเปิดเผยกับเอเอฟพีว่า ทรัมป์ ลงนามในบันทึกความเข้าใจระหว่างรับประทานอาหารค่ำร่วมกับประธานาธิบดีเอ็มมานูเอล มาครง แห่งฝรั่งเศส ณ พระราชวังแวร์ซาย หลังการประชุมซัมมิตจี7 "เพิ่งลงนามไป" ทรัมป์ บอกกับผู้สื่อข่าวในเวลาต่อมา ระหว่างที่เดินทางออกจากพระราชวัง
ไออาร์เอ็น สื่อมวลชนแห่งรัฐของอิหร่าน รายงานอ้างคำกล่าวของ เอสมาอิล บากาอี โฆษกกระทรวงการต่างประเทศ ระบุว่าเอกสารดังกล่าว "ปิดฉากขั้นสุดท้ายด้วยการลงนามของประธานาธิบดีทั้ง2"
ข้อตกลงนี้มีเป้าหมายยุติสงครามที่สหรัฐฯและอิสราเอลเปิดฉากโจมตีอิหร่านในวันที่ 28 กุมภาพันธ์ กระตุ้นให้เตหะรานตอบโต้ด้วยการยิงห่าขีปนาวุธและปล่อยโดรนโจมตีทั่วภูมิภาค และแทบปิดตายช่องแคบฮอร์มุซ น่านน้ำที่มีความสำคัญยิ่งต่อเศรษฐกิจโลก "จากนี้ไป มันคือเวลาของบททดสอบการปฏิบัติตามข้อตกลง" บากาอีระบุ
ภายใต้ข้อตกลงนี้ วอชิงตันสัญญาว่าจะละเว้นมาตรการคว่ำบาตรน้ำมัน ที่ฉีกเศรษฐกิจของอิหร่านเป็นชิ้นๆ ในทันที และเมื่อครั้งที่บรรลุข้อตกลงในขั้นท้ายสุดเกี่ยวกับโครงการนิวเคลียร์ของเตหะราน สหรัฐฯจะอำนวยความสะดวกปล่อยเงินทุนฟื้นฟู 300,000 ล้านดอลลาร์แก่อิหร่าน โดยที่บรรดาชาติต่างๆในภูมิภาคจะเป็นผู้สนับสนุนเงินทุนก้อนนี้
เดิมทีข้อตกลงดังกล่าวมีกำหนดจะลงนามโดยโมฮัมหมัด บาเกอร์ กาลิบาฟ หัวหน้าคณะเจรจาและประธานรัฐสภาของอิหร่าน กับรองประธานาธิบดีเจดี แวนซ์ แห่งสหรัฐฯ ดังนั้นอิหร่านจึงบอกว่าการเข้าร่วมพิธีในสถานที่จริง จึงไม่มีความจำเป็นอีกต่อไป
อิหร่าน ยืนกรานว่าข้อตกลงดังกล่าวเป็นตัวแทนแห่งความล้มเหลวของสหรัฐฯ "ผู้คนจะได้เห็นและตัดสินมัน" กาลิบาฟกล่าวผ่านสถานีโทรทัศน์แห่งรัฐในช่วงค่ำวันพุธ(17มิ.ย.) หลังร่างข้อตกลงถูกเผยแพร่ออกมาจากทั้ง 2 ฝ่าย
ตอกย้ำว่าข้อตกลงหนึ่งใดมีผลกระทบใหญ่หลวงต่อโลกใบนี้ ทางจีนระบุในวันพุธ(17มิ.ย.) ทูตสูงสุดของพวกเขาได้เน้นย้ำกับเตหะรานว่า "กุญแจสำคัญก็คือ ทุกฝ่ายต้องปฏิบัติตามคำมั่นสัญญาอย่างแท้จริง"
อย่างไรก็ตามการตัดสินใจถอนตัวจากสงครามของทรัมป์ หลังจากมีกำลังพลอเมริกาเสียชีวิต 13 รายและคลังกระสุนของสหรัฐฯถูกใช้ไปในปริมาณมหาศาล ได้ก่อความไม่สบายใจแก่พันธมิตรบางส่วนของเขา ภายในสหรัฐฯเอง
ข้อตกลงนี้เป็นเพียงข้อตกลงชั่วคราวที่มีเจตนาให้เวลาสำหรับเริ่มเจรจาลงรายละเอียด ในประเด็นที่มีความยุ่งยากซับซ้อนกว่ามาก เกี่ยวกับการควบคุมความทะเยอทะยานด้านพลังงานนิวเคลียร์ของอิหร่าน ซึ่งวอชิงตันสงสัยมาช้านาน ว่ามันอาจเป็นโครงการผลิตระเบิดนิวเคลียร์อย่างลับๆ
ก่อนหน้านี้ในวันพุธ(17มิ.ย.) ทรัมป์ขู่ว่าเขาพร้อมกลับมา "ทิ้งห่าระเบิดใส่อิหร่าน" ถ้าพวกเขาละเมิดข้อตกลง อย่างไรก็ตาม บิล คาสซิดี วุฒิสมาชิกสหรัฐฯ จากพรรครีพับลิกันของทรัมป์เอง วิพากษ์วิจารณ์ข้อตกลงดังกล่าวอย่างรุนแรง
"ความทะเยอทะยานทางนิวเคลียร์ของอิหร่านไม่ได้ถูกยับยั้ง พวกเขาเรียนรู้ว่าการข่มขู่ช่องแคบฮอร์มุซนั้นได้ผล" คาสซิดีระบุ "มาตรการคว่ำบาตรจะถูกยกเลิก และการทิ้งระเบิดหยุดลง นี่คือความผิดพลาดในนโยบายต่างประเทศครั้งเลวร้ายที่สุดในรอบหลายทศวรรษ"
นาอิม ฮัสเซม หัวหน้ากลุ่มฮิซบอลเลาะห์ ขบวนการเคลื่อนไหวชีอะห์โปรเตหะรานในเลบานอน ในวันพุธ(17มิ.ย.) ให้คำนิยามข้อตกลงนี้ว่าเป็น "ชัยชนะที่ยิ่งใหญ่" สำหรับอิหร่าน เขาขอบคุณเตหะรานสำหรับการยืนกรานว่าข้อตกลงต้องครอบคลุมเลบานอน
(ที่มา:เอเอฟพี)

