xs
xsm
sm
md
lg

'ทรัมป์' ป้องข้อตกลงอิหร่านช่วยเลี่ยงหายนะ ศก.โลก แต่ขู่คืนชีพสงครามถ้าเตหะรานทำตัวไม่ดี

เผยแพร่:   ปรับปรุง:



ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐฯ ในวันพุธ(17มิ.ย.) ปกป้องข้อตกลงชั่วคราวที่เขาทำกับอิหร่าน ระบุมันช่วยหลีกเลี่ยงหายนะเศรษฐกิจโลก แต่ขณะเดียวกันก็เตือนว่าจะกลับมาเปิดฉากโจมตีรอบใหม่ ถ้าเตหะรานล้มเหลวในการทำตามสัญญา

ระหว่างกล่าวปิดประชุมซัมมิตจี 7 ในฝรั่งเศส ทรัมป์ยังเผยด้วยว่าการสัญจรทางทะเลในช่องแคบฮอร์มุซได้เพิ่มขึ้นอย่างมากแล้ว นับตั้งแต่มีการประกาศข้อตกลงหยุดยิงเมื่อ 3 วันก่อน และแสดงความหวังว่ามันอาจเป็นจุดเริ่มต้นของสันติภาพในวงกว้างทั่วตะวันออกกลาง

"เราจะทิ้งบอมบ์ห่านรกใส่พวกเขา ถ้าพวกเขาละเมิดข้อตกลง ผมไม่อยากทำเช่นนั้น ผมต้องการให้พวกเขายึดถือข้อตกลง" ทรัมป์กล่าวระหว่างแถลงข่าว พร้อมระบุชาวอิหร่านเป็นคนฉลาด ก่อนหน้านี้เขาบอกว่า "ถ้าผมไม่ชอบมัน(ข้อตกลง) ถ้าพวกเขามีพฤติกรรมไม่ดี เราจะกลับไปทิ้งระเบิดลงกลางหัวพวกเขาอีกครั้ง โอเค?"

สงคราม ซึ่งเริ่มขึ้นด้วยการที่สหรัฐฯและอิสราเอลเปิดฉากโจมตีอิหร่านในวันที่ 28 กุมภาพันธ์ และลุกลามสู่ความขัดแย้งในวงกว้างในภูมิภาค ได้ผลักให้ราคาพลังงานพุ่งทะยาน โหมกระพือแรงกดดันเงินเฟ้อและก่อความกังวลเกี่ยวกับวิกฤตขาดแคลนอุปทานอาหารในบรรดาชาติกำลังพัฒนา

"ดังนั้น สิ่งหนึ่งที่ผมไม่อยากเห็นคือ ผมไม่อยากเห็นหายนะทางเศราฐกิจ ถ้าคุณยังเดินหน้าเรื่องนี้ต่อไป มันอาจเกิดขึ้นได้" ทรัมป์กล่าว พร้อมขอบคุณประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ของจีน และประธานาธิบดีวลาดิมีร์ ปูติน แห่งรัสเซีย สำหรับความเป็นกลางระหว่างความขัดแย้ง บอกว่าทั้งคู่ไม่ได้ขัดขวางความพยายามของเขาในการจำกัดความทะเยอทะยานทางนิวเคลียร์ของเตหะราน

เจ้าหน้าที่ระดับสูงของสหรัฐฯ ได้อ่านข้อความในบันทึกความเข้าใจที่ลงนามร่วมกับเตหะราน ระหว่างให้สัมภาษณ์กับพวกผู้สื่อข่าว แต่บอกว่าทั้ง 2 ฝ่ายยังคงมีโอกาสถอนตัวออกมา จนกว่าจะบรรลุข้อตกลงหนึ่งๆที่มีผลผูกพัน

ร่างข้อตกลง 14 ข้อ ซึ่งแพร่กระจายอย่างกว้างขวางก่อนจะมีการเผยแพร่เนื้อหาจริงต่อสาธารณะ เป็นการขยายข้อตกลงหยุดยิงที่แถลงเมื่อเดือนเมษายน ไปอีก 60 วัน เปิดทางให้ทั้ง 2 ฝ่ายเจรจาข้อตกลงหยุดยิงถาวร

ในบันทึกความเข้าใจ รวมไปถึงการยุติสงครามในทุกแนวรบในทันที ในนั้นรวมถึงเลบานอน กลับมาเปิดการสัญจรทางทะเลในช่องแคบฮอร์มุซเต็มรูปแบบ ยกเลิกมาตรการปิดล้อมท่าเรืออิหร่านโดยสหรัฐฯ ปลดมาตรการคว่ำบาตรนานาชาติที่กำหนดเล่นงานเตหะราน และมีแผนมอบการฟื้นฟูเศรษฐกิจมูลค่า 300,000 ล้านดอลลาร์ แก่สาธารณรัฐอิสลาม

อิหร่านให้คำมั่นว่าจะไม่สร้างอาวุธนิวเคลียร์ เน้นย้ำจุดยืนที่พวกเขาประกาศมานานหลายทศวรรษ

แม้จะใช้วาทกรรมที่แข็งกร้าว แต่ดูเหมือน ทรัมป์ จะบรรลุเป้าหมายเพียงเล็กน้อย ในสิ่งที่เขาแสดงความต้องการในช่วงแรกเริ่มของสงคราม ระบอบปกครองอิหร่านยังคงอยู่ดี ไม่มีการยอมจำนนเกี่ยวกับสต๊อกยูเรเนียมเสริมสมรรถนะความเข้มข้นสูง ศักยภาพขีปนาวุธไม่ได้ถูกทำลาย และเตหะรานไม่ได้หยุดสนับสนุนพวกนักรบต่อต้านอิสราเอลทั้งหลาย อย่างเช่นฮิซบอลเลาะห์ในเลบานอน

อย่างไรก็ตามพวกผู้นำจี 7 ยกย่องข้อตกลงนี้ ณ ที่ประชุมซัมมิต ซึ่งจัดขึ้นในเมือง Evian-les-Bains ของฝรั่งเศส ซึ่งอยู่ห่างจากชายฝั่งทะเลสาบเจนีวา ขับรถไปราวๆ 1 ชั่วโมง บริเวณที่อิหร่านและสหรัฐฯ มีกำหนดลงนามในบันทึกความเข้าใจ ณ พิธีการอย่างเป็นทางการ ในวันศุกร์(19มิ.ย.)

พวกเขาแสดงความกังวลร่วมกับวอชิงตันเกี่ยวกับโครงการนิวเคลียร์ของอิหร่านและประเด็นอื่นๆ แต่ยืนยันไม่เคยสนับสนุนการตัดสินใจของ ทรัมป์ ในการเข้าสู่สงคราม นอกจากนี้พวกเขายังแสดงความวิตกกรณีที่อิหร่านมีพลังอำนาจงัดข้อมากกว่าเดิม จากการสามารถยืนหยัดรับมือกับการโจมตีของมหาอำนาจหนึ่งๆ และอ้างสิทธิ์การควบคุมช่องแคบฮอร์มุซ

"เราเน้นย้ำถึงความจำเป็นสำหรับการเจรจา เพื่อจัดการกับภัยคุกคามต่างๆจากอิหร่านในภูมิภาคและที่อื่นๆ และรับประกันว่าพวกเขาจะไม่มีวันครอบครองอาวุธนิวเคลียร์" พวกผู้นำฝรั่งเศส, เยอรมนี, อังกฤษ, ญี่ปุ่น, อิตาลี, แคนาดาและสหรัฐฯ ระบุในถ้อยแถลง

พวกเขายังเรียกร้องหยุดยิงในทันทีในเลบานอน ดินแดนที่บันทึกความเข้าใจเรียกร้องให้ยุติความเป็นปรปักษ์ระหว่างอิสราเอลกับพวกฮิซบอลเลาะห์ที่ได้รับการสนับสนุนจากอิหร่าน ที่ทำให้ประชาชนต้องพลัดถิ่นฐานมากกว่า 1 ล้านคน

การสู้รบเบาบางลงไป แต่ไม่ถึงขั้นหยุดลง นับตั้งแต่ทั้ง 2 ฝ่ายเห็นพ้องในข้อตกลงเมื่อวันอาทิตย์(14มิ.ย.) อิสราเอล ซึ่งไม่ได้เป็นส่วนหนึ่งในการเจรา ประกาศกร้าวว่าพวกเขาขอสงวนสิทธิ์ในการใช้กำลัง

(ที่มา:รอยเตอร์ส)