เด้งฟ้าผ่าผู้ว่าภูเก็ต สส. ซัดเป็นแค่ละครตบตาประชาชน ชี้แค่เกมวัดพลังภายใน ไร้หนทางแก้ปัญหาจริงจัง หวั่นสุดท้ายทุกอย่างจะกลับมาเหมือนเดิม
ชั่วโมงนี้คงไม่มีข่าวไหนจะร้อนแรงเท่ากับปัญหาภายในกระทรวงมหาดไทย ซึ่งเป็นผลมาจากความขัดแย้งกันเองระหว่างผู้ว่าและรองผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต ทำให้คณะรัฐมนตรีดำเนินการแบบฟ้าผ่าทันที โดยมีมติอนุมัติโยกย้ายให้นายนิรัตน์ พงษ์สิทธิถาวร พ้นจากตำแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัด (นักปกครอง ระดับสูง)จังหวัดภูเก็ต และแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งรองปลัดกระทรวง (นักบริหาร ระดับสูง) สำนักงานปลัดกระทรวง ขณะที่ ให้นายโชตินรินทร์ เกิดสม พ้นจากตำแหน่งรองปลัดกระทรวง (นักบริหาร ระดับสูง)สำนักงานปลัดกระทรวง และแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัด (นักปกครอง ระดับสูง) จังหวัดภูเก็ต
ทั้งนี้ ก่อนที่คณะรัฐมนตรีจะมีมติดังกล่าวปรากฎว่ากระทรวงมหาดไทย ได้ออกคำสั่งกระทรวงมหาดไทย ที่ 1483/2569 ลงวันที่ 15 มิถุนายน 2569 ดังนี้ 1.ให้นายธีระพงศ์ ช่วยชู รองผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต ดำรงตำแหน่งรองผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช 2.ร้อยตำรวจเอก เขตรัฐ ชาญศิลป์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสาคร ดำรงตำแหน่งรองผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต และ 3. นายรอมดอน หะยีอาแว รองผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา ดำรงตำแหน่งรองผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต ซึ่งเป็นผลมาจากการที่มีรายงานว่ามีรองผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ตประกาศขู่ย้ายผู้ว่าราชการ จนทำให้ในการประชุมมอบนโยบายกระทรวงมหาดไทยผ่านระบบเทเลคอนเฟอเรนซ์ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี แสดงความไม่พอใจเป็นอย่างมาก
ขณะที่ นางสาวภคมน หนุนอนันต์ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการการพัฒนาการเมือง การสื่อสารมวลชน และการมีส่วนร่วมของประชาชน สภาผู้แทนราษฎร แสดงความคิดเห็นว่า สิ่งเหล่านี้เป็นแค่การวัดพลังกันเป็นแค่ละครตบตาประชาชน เท่านั้น ดิฉันไม่ได้ดูถูกถูกแทนใคร แต่ถ้าจะเอากันให้ชัดชี้แจ้งมาเลยว่าความผิดมีสถานไหนบ้าง ใครเกี่ยวข้องบ้าง แล้วใครอยู่เบื้องหลังบ้าง อยากให้มันชัดเจนประชาชนทั้งประเทศก็จะได้ประโยชน์เช่นกัน
นางสาวภคมน กล่าวอีกวา วัฒนธรรมที่เจอปัญหาและสั่งย้าย เกิดคำถามว่าย้ายแล้วไปยังไงต่อ เพราะรองผู้ว่าฯซีฟู้ดที่โดนย้ายจากภูเก็ตไปนครศรีธรรมราช ไม่เห็นจะเป็นบทลงโทษเลย และ รู้สึกผิดหวังที่คนเป็นนายกรัฐมนตรีแล้วรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ทำไมถึงเพิ่งทราบเรื่องนี้ เพราะคนในพื้นที่ทราบมานานแล้ว ซึ่งในวันที่นายกรัฐมนตรีลงพื้นที่จังหวัดภูเก็ต สส.พรรคประชาชน เข้าไปยื่นซองสีน้ำตาลเพื่อที่จะยื่นเรื่องร้องเรียนให้กับนายกรัฐมนตรี แต่กลับบอกให้ออกไป จึงคิดว่าความจริงใจในการรับฟังปัญหาไม่มีตั้งแต่แรก และ ไม่แน่ใจว่าการเด้งรองผู้ว่าฯ เป็นการวัดพลังกันภายในหรือไม่
"วันนี้อย่าทำแค่การเด้งไปนู่นไปเด้งไป นี่คือการลงโทษแล้วไม่มีใครเชื่อ วัฒนธรรมแบบนี้เลิกได้เลิกถ้าจะเอากันจริงๆ ถอนรากถอนโคนบอกประชาชนไปเลย ว่าผิดอะไรใครอยู่เบื้องหลัง สาวกันมาให้หมด ถ้านายกรัฐมนตรีจริงใจกับประชาชนจริงเอากันให้ชัด" น.ส.ภคมน กล่าว

