กำแพงเพชร - ศรัทธาแฉว่อนโซเชียลฯ เณรวัดดังคลองขลุงถูกทำร้ายรุนแรง จนเป็นรอยช้ำเกลื่อนแผ่นหลัง แถมมีร่องรอยคล้ายโดนก้นบุหรี่จี้จนพุพอง ขณะที่เจ้าตัวบอกต่อหน้าลุงรองเจ้าอาวาสฯ ทะเลาะกับเณร-ใช้ไม้กวาดฟาดกัน-สะเก็ดไฟจากบุหรี่กระเด็นโดนเป็นแผล ไม่มีพระผู้ใหญ่ตี แต่ชาวบ้านยังไม่เชื่อ เผยเคยเกิดเหตุคล้ายกันมาก่อน
กรณีเกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักในโลกออนไลน์ เมื่อสมาชิกกลุ่มเฟซบุ๊ก "กำแพงเพชร ร้องเรียนอะไร บอกไว้ที่นี่" ได้โพสต์ภาพและข้อความขอความช่วยเหลือ ระบุว่ามีสามเณรถูกทำร้ายร่างกายอย่างรุนแรง ทั้งถูกเตะ ตี และใช้บุหรี่จี้ จนเป็นแผลทั่วแผ่นหลัง ระบุพิกัดเหตุเกิดเมื่อวันที่ 15 มิถุนายน 2569 ณ วัดคฤหบดีสงฆ์ ตำบลท่าพุทรา อ.คลองขลุง จ.กำแพงเพชร พร้อมเรียกร้องให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งเข้าตรวจสอบ เนื่องจากมองว่าเป็นการกระทำที่เกินกว่าเหตุ
ล่าสุด สิบเอกประจักรกฤษ สายทิพย์ ผู้ก่อตั้งเพจ พร้อมด้วยสื่อมวลชนได้ลงพื้นที่ไปยังวัดคฤหบดีสงฆ์ สอบถามสามเณรผู้บาดเจ็บได้ชี้แจงว่า เป็นการทะเลาะวิวาทกันเองระหว่างตนกับเพื่อนสามเณรภายในกุฏิ มีการใช้ไม้กวาดตีกันจนได้รับบาดเจ็บ ไม่ได้ถูกพระผู้ใหญ่ทำร้ายตามที่เป็นข่าว
ส่วนบาดแผลพุพองที่คล้ายรอยบุหรี่จี้นั้น เกิดจากสะเก็ดไฟบุหรี่กระเด็นมาโดนขณะกำลังสูบในช่วงที่ชุลมุน พร้อมยืนยันว่าไม่รู้จักกับคนที่ถ่ายรูปบาดแผลไปโพสต์ ทราบเพียงว่าเป็นญาติของเพื่อนเณรที่มาเห็นแล้วขอถ่ายรูปไว้ โดยตนไม่ได้ให้ข้อมูลว่าถูกพระตีแต่อย่างใด
ด้านรองเจ้าอาวาสวัดคฤหบดีสงฆ์ ซึ่งมีศักดิ์เป็นลุงแท้ๆ ของสามเณรที่บาดเจ็บ เปิดเผยว่า เพิ่งทราบเรื่องที่เกิดขึ้นและรู้สึกเสียใจมากที่ข่าวนี้ทำให้วัดเสื่อมเสียชื่อเสียง เบื้องต้นได้แก้ไขปัญหาโดยการให้สามเณรทั้งสองรูปแยกย้ายไปจำวัดคนละแห่งเพื่อลดการเผชิญหน้า
ส่วนเรื่องการเรียนจะปรับเปลี่ยนให้เรียนผ่านระบบออนไลน์ และจะให้กลับมาสอบที่วัดเมื่อถึงกำหนด ยอมรับว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นส่งผลกระทบต่อความศรัทธาของชาวบ้านในพื้นที่เป็นอย่างมาก
อย่างไรก็ตาม เหตุการณ์ดังกล่าวสร้างความเคลือบแคลงใจให้แก่ชาวบ้านในพื้นที่ ตัวแทนชาวบ้านรายหนึ่งที่เคยบวชลูกชายที่วัดแห่งนี้เปิดเผยว่า ไม่ปักใจเชื่อคำแถลงของสามเณร เด็กอาจจะกลัวจนต้องยอมพูดตามที่นัดแนะกันไว้ พร้อมแฉพฤติกรรมในอดีตว่าพระในวัดเคยลงโทษเณรเกินกว่าเหตุ จนลูกชายของตนทนไม่ไหวต้องขอสึกมาแล้ว
“รอยแผลที่ปรากฏบนหลังเณรในครั้งนี้ดูรุนแรงเกินกว่าจะเป็นเรื่องเด็กทะเลาะกันเอง จึงอยากให้มีการตรวจสอบอย่างโปร่งใสเพราะชาวบ้านเริ่มหมดความเชื่อมั่นที่จะส่งบุตรหลานมาบวชเรียนที่วัดแห่งนี้อีกต่อไป”

