ฝ่ายต่างๆ ยังคงมีความสงสัยข้องใจและสับสนในวันอังคาร (16 มิ.ย.) เกี่ยวกับข้อตกลงชั่วคราวระหว่างสหรัฐฯ-อิหร่านเพื่อยุติสงครามในตะวันออกกลาง ซึ่งทรัมป์ประกาศว่าทั้งสองฝ่ายได้มีการลงนามเบื้องต้นกันไปแล้วตั้งแต่วันจันทร์ (15) พร้อมเผยเรือสินค้าเริ่มแล่นผ่านช่องแคบฮอร์มุซแล้วด้วย ขณะที่ทางรัฐมนตรีต่างประเทศอิหร่านกล่าวเตือน ดีลสันติภาพต้องครอบคลุมการถอนทหารอิสราเอลและยุติสงครามในเลบานอน ด้านบริษัทเดินเรือยักษ์ใหญ่ของญี่ปุ่นชี้ ยังต้องใช้เวลาหลายสัปดาห์กว่าที่เรือสินค้าจะมั่นใจและกล้าเดินเรือผ่านฮอร์มุซ
ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ กล่าวภายหลังเดินทางถึงฝรั่งเศสเมื่อวันจันทร์ เพื่อเข้าร่วมการประชุมสุดยอดของกลุ่ม 7 ชาติใหญ่ฝ่ายตะวันตก (จี7) ว่า อเมริกาและอิหร่านได้ลงนามข้อตกลงกันเบื้องต้นทางอิเล็กทรอนิกส์เพื่อยุติความขัดแย้งแล้ว โดยรองประธานาธิบดีเจดี แวนซ์ จะเดินทางไปลงนามข้อตกลงอย่างเป็นทางการที่เจนีวาในวันศุกร์ (19 ) นี้
อย่างไรก็ตาม ยังไม่มีการเปิดเผยรายละเอียดของข้อตกลง และทั้งสองฝ่ายต่างย้ำว่า สิ่งที่ตกลงกันนี้เป็นเพียงกรอบโครงเบื้องต้น ซึ่งต้องมีการเจรจากันต่อไปเพื่อยุติสงครามเป็นการถาวร
กระนั้นข้อตกลงนี้ก็ถือเป็นขั้นตอนสำคัญที่สุดในการแก้ไขการสู้รบขัดแย้งที่ทำให้มีผู้เสียชีวิตถึง 7,000 คน ส่วนใหญ่อยู่ในอิหร่านและเลบานอน อีกทั้งยังทำให้ตลาดพลังงานทั่วโลกปั่นป่วน
ตามที่สองฝ่ายเปิดเผยตรงกัน ข้อตกลงชั่วคราวนี้จะขยายเวลาหยุดยิงที่ประกาศเมื่อเดือนเม.ย.ออกไปอีก 60 วัน และเปิดช่องแคบฮอร์มุซที่ถูกอิหร่านปิดตายมาตั้งแต่อเมริกาและอิสราเอลร่วมกันโจมตีอิหร่านเมื่อวันที่ 28 ก.พ.
จากนี้ไป คณะเจรจาของสองฝ่ายจะหารือประเด็นที่ซับซ้อน เช่น อนาคตของโครงการนิวเคลียร์ของเตหะราน ในการเจรจาเฟสต่อไปซึ่งกำหนดกรอบเวลาไว้ที่ 60 วัน
อย่างไรก็ดี คาดว่า ประเด็นสำคัญ 2 ข้อที่ทรัมป์และนายกรัฐมนตรีเบนจามิน เนทันยาฮูของอิสราเอล ใช้เป็นส่วนหนึ่งของข้ออ้างในการเปิดสงคราม ได้แก่ อิหร่านต้องยุติการสนับสนุนกลุ่มติดอาวุธต่างๆ ในตะวันออกกลางซึ่งเป็นตัวแทนของตน และจำกัดโครงการขีปนาวุธนั้น จะไม่ครอบคลุมในการเจรจาดังกล่าว
ถึงแม้ยังมีความสับสนเกี่ยวกับเนื้อหาของข้อตกลงชั่วคราว ที่หลายๆ ประเด็นสองฝ่ายยังพูดไม่ตรงกัน แต่ตลาดก็รีบตอบสนองในทางบวก โดยราคาน้ำมันในวันจันทร์ดิ่งลงจนอยู่ในระดับต่ำสุดนับจากวันที่ 10 มี.ค. หลังจากทรัมป์บอกว่า เรือสินค้าเริ่มแล่นออกจากช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางขนส่งน้ำมัน 20% ของทั่วโลก และสำทับว่า ฮอร์มุซจะเปิดอย่างสมบูรณ์ในวันศุกร์
ราคาสัญญาซื้อขายล่วงหน้าน้ำมันดิบเบรนต์ ได้ลดลงอีก 1.70 ดอลลาร์ในวันอังคาร (16) อยู่ที่ 81.47 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ส่วนน้ำมันเวสต์ เทกซัส อินเตอร์มีเดียต ลดลง 1.89 ดอลลาร์ อยู่ที่ 78.86 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล
ประธานาธิบดีมาซูด เปเซชเคียนของอิหร่าน โพสต์ข้อความทางโซเชียลมีเดียเมื่อวันจันทร์ว่า ข้อตกลงชั่วคราวเป็นขั้นตอนสำคัญที่จะนำไปสู่การยุติการสู้รบ แต่ตั้งข้อสังเกตว่า ข้อตกลงขั้นสุดท้ายเพื่อหยุดยิงถาวรยังไม่เป็นรูปเป็นร่าง
ด้านแวนซ์ให้สัมภาษณ์กับซีเอ็นเอ็นว่า ข้อตกลงชั่วคราว ซึ่งอยู่ในรูปบันทึกความเข้าใจ (เอ็มโอยู) ที่สองฝ่ายเพิ่งลงนามกันนี้ เป็นเอกสารสำคัญมาก และจะมีการเปิดเผยรายละเอียดใน 2 วันข้างหน้า และเสริมว่า ข้อตกลงครอบคลุมถึงการผ่อนคลายมาตรการแซงก์ชันครั้งใหญ่ต่ออิหร่าน ซึ่งทรัมป์อาจประกาศก่อนวันศุกร์
นอกจากนั้นเจ้าหน้าที่อเมริกาและอิหร่านเผยว่า ข้อตกลงนี้อาจรวมถึงการที่อเมริกาคืนทรัพย์สินมูลค่า 1,200 ล้านดอลลาร์ที่ถูกอายัดให้อิหร่านก่อนเริ่มต้นการเจรจา การจัดตั้งกองทุนฟื้นฟูบูรณะมูลค่า 300,000 ล้านดอลลาร์ให้เตหะราน โดยที่ประเทศอ่าวเปอร์เซียเป็นผู้อัดฉีด ขณะที่เตหะรานต้องแลกเปลี่ยนด้วยการรับปากว่า จะไม่สร้างอาวุธนิวเคลียร์ และยุติการสนับสนุนกลุ่มติดอาวุธอย่างฮิซบอลเลาะห์ในเลบานอน
ถึงแม้ข้อตกลงล่าสุดอาจยุติการปิดช่องแคบฮอร์มุซ แต่บรรดาผู้ส่งสินค้าระบุว่า การเดินเรือผ่านเส้นทางนี้จะเริ่มต้นอีกครั้งหลังจากที่มั่นใจได้ว่า มีความปลอดภัย
โจทาโร ทามูระ ประธานมิตซุย โอ.เอส.เค. ไลน์ บริษัทเดินเรือยักษ์ใหญ่ของญี่ปุ่นที่มีเรือกว่า 900 ลำ ซึ่งรวมถึงเรือบรรทุกน้ำมัน ให้สัมภาษณ์กับไฟแนนเชียลไทมส์ว่า เจ้าของเรือจะไม่ยอมแล่นผ่านช่องแคบฮอร์มุซจนกว่าจะมั่นใจว่า ข้อตกลงระหว่างอเมริกา-อิหร่านมีผลจริงในทางปฏิบัติ ซึ่งจากประสบการณ์ในช่วง 2-3 เดือนที่ผ่านมา เขาคิดว่า อาจใช้เวลาอย่างน้อย 2-3 สัปดาห์หรือ 1 เดือน
ทั้งนี้ อิหร่านส่งสัญญาณว่า จะยังคงควบคุมช่องแคบฮอร์มุซร่วมกับโอมานต่อไป โดยขณะที่ทรัมป์ประกาศว่า จะไม่มีการเก็บค่าผ่านทางสำหรับเส้นทางนี้ในช่วง 60 วัน แต่เอสมาอิล บาเกรี โฆษกกระทรวงต่างประเทศอิหร่านเผยว่า เตหะรานอาจเก็บค่าบริการขนส่งทางทะเลสำหรับเรือที่ผ่านฮอร์มุซ
เนทันยาฮูแข็งข้อ
ในอีกด้านหนึ่ง เรื่องการสู้รบระหว่างอิสราเอลกับฮิซบอลเลาะห์ในเลบานอนยังคงเป็นอุปสรรคสำคัญของข้อตกลงสันติภาพ
อับบาส อารักชี รัฐมนตรีต่างประเทศอิหร่าน กล่าวเมื่อวันอังคารว่า การยุติสงครามทุกแนวรบ รวมถึงในเลบานอน เป็นส่วนสำคัญที่สุดในข้อตกลงสันติภาพ และย้ำว่า การยุติสงครามจะไม่มีทางสมบูรณ์ถ้ากองทัพอิสราเอลยังไม่ยอมถอนออกจากดินแดนที่ยึดครองได้ระหว่างสงครามในเลบานอน
ทว่า เนทันยาฮูกลับแสดงท่าทียืนกรานโดยตลอดว่า จะคงทหารไว้ในเลบานอน ซีเรีย และกาซานานเท่าที่จำเป็น
เลบานอนถูกดึงเข้าสู่สงครามตั้งแต่ต้นเดือนมี.ค. หลังจากฮิซบอลเลาะห์ยิงจรวดเข้าไปในอิสราเอลเพื่อแก้แค้นการสังหารผู้นำสูงสุดของอิหร่าน ทำให้อิสราเอลโจมตีกลับและเริ่มบุกภาคพื้นดินเข้าสู่เลบานอน
(ที่มา: รอยเตอร์/เอเอฟพี)

