บุรีรัมย์- ตำรวจ สภ.กระสัง จ.บุรีรัมย์ เร่งติดตามจับกุมตัว นายฮ้อย หื่น ผัวใหม่ยายขืนขืนหลานสาว ม.2วัย 13 นานกว่า 1 ปี ขณะชาวบ้านรุมประณาม พร้อมเรียกร้องให้ตำรวจเอาผิดทั้งผัวเมีย เชื่อยาย รู้เห็นและช่วยปกปิดความผิด ถึงขั้นพาหลานไปฝังเข็มคุมกำเนิดและบังคับเฆี่ยนตีหลานแท้ๆ ตัวเอง
วันนี้ (16 มิ.ย.69) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.กระสัง จ.บุรีรัมย์ เร่งติดตามจับกุมตัว นายสุพุฒิ (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 47 ปี นายฮ้อย ซื้อขายวัว ควาย ชาวตำบลสูงเนิน อำเภอกระสัง ตามหมายจับศาลจังหวัดบุรีรัมย์ ในข้อหา “กระทำชำเราเด็กอายุไม่เกิน 13 ปีที่อยู่ในปกครองซึ่งมิใช่ภรรยาตน โดยเด็กนั้นจะยินยอมหรือไม่ก็ตาม , กระทำอนาจารเด็กอายุไม่เกิน 13 ปี และพรากเด็กอายุไม่เกิน 13 ปีไปเสียจากบิดามารดา” หลังจากได้ก่อเหตุกระทำชำเรา ด.ญ.ปอ อายุ 13 ปี ซึ่งเป็นหลานของภรรยานานกว่า 1 ปี และหลังจากก่อเหตุนายสุพุฒิ ได้หลบหนีไปพร้อมกับภรรยา ซึ่งเป็นยายแท้ๆ ของ ด.ญ.ปอ ที่ถูกกระทำชำเรา
โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.กระสัง ได้ส่งหมายจับไปยังตำรวจท้องที่ต่างๆ เพื่อช่วยสกัดจับอีกทาง เพราะคาดว่าน่าจะหลบหนีออกต่างจังหวัด คาดว่าจะสามารถติดตามจับกุมตัวได้ในเร็วๆ นี้ อย่างไรก็ตามหากใครพบเห็นหรือทราบเบาะแส สามารถแจ้งตำรวจ สภ.กระสัง หรือโรงพักในท้องที่ได้ทันที เนื่องจากเป็นบุคคลที่ถูกออกหมายจับ ส่วนผู้เป็นยาย ไม่ได้ออกหมายจับ แต่หากการสืบสวนสอบสวนและพยานหลักฐาน เชื่อมโยงถึงว่ามีส่วนในการกระทำผิด ก็จะต้องดำเนินคดีเช่นกัน
ขณะที่ชาวบ้านต่างพากันประณามการกระทำของนายสุพุฒิ ผู้ก่อเหตุ รวมถึงนางอิน ซึ่งเป็นยายแท้ๆ แต่ไม่ห้ามปราม แถมเมื่อทราบเรื่องแล้ว แทนที่จะปกป้อง หรือช่วยเหลือหลานตัวเอง แต่กลับเฆี่ยนตีหลานปกป้องผัวใหม่ ด้วยการพาหลานไปฝังเข็มยาคุมกำเนิด เพื่อปกปิดความผิดให้สามีใหม่ จึงได้เรียกร้องให้เจ้าหน้าที่ตำรวจดำเนินคดีกับทั้งสองสามีภรรยา เพื่อเชื่อว่ารู้เห็นเป็นใจและช่วยกันปกปิดความผิด อยากให้ดำเนินคดีเป็นเยี่ยงอย่าง จะได้ไม่เกิดเหตุการณ์ลักษณะแบบนี้ขึ้นอีก ทั้งสะท้อนด้วยว่าสังคมทุกวันนี้ไม่ควรปล่อยให้เด็กผู้หญิงอยู่กับผู้ปกครอง หรือญาติที่เป็นผู้ชายตามลำพัง เพื่อไม่ให้เกิดเหตุการณ์แบบนี้ซ้ำๆ บางกรณีแม้แต่พ่อแท้ๆ ยังย่ำยีลูกของตัวเอง ซึ่งเป็นเรื่องที่น่าหดหู่ใจมาก

