ศาลแพ่งพระโขนงนัดไกล่เกลี่ย "ทราย สก๊อต"คดีแม่ฟ้องลูกเนรคุณ ครั้งที่ 2 ปานเทพ เผย วันนี้ไม่ว่าผลจะเป็นอย่างไรพร้อมรับทุกสถานการณ์
วันนี้ (16 มิ.ย.) ศาลแพ่งพระโขนง นัดไกล่เกลี่ยข้อพิพาท คดีหมายเลขดำที่ พ.101/2569 ระหว่าง นางจีรานุช ภิรมย์ภักดี โจทก์ กับ นายสิรณัฐ สก๊อต หรือ "ทราย สก๊อต"จำเลย เรื่อง เพิกถอนการให้ ซึ่งโจทก์ยื่นฟ้องเมื่อวันที่ 5 ก.พ. 2569 โดยก่อนหน้านี้มีการนัดไกล่เกลี่ยไปเมื่อวันที่ 10 มิ.ย.2569 แล้วแต่การไกล่เกลี่ยยังไม่สำเร็จศาลจึงนัดคู่ความเข้าไกล่เกลี่ยในวันนี้อีกครั้ง
ช่วงเช้าวันนี้มีนายปานเทพ พัวพงษ์พันธ์ น.ส.อัจฉรา แสงขาว หรือทนายปุย และนายคมสัน โพธิ์คง ทีมทนายของ นายสิรณัฐ หรือทราย เดินทางมาศาล
นายปานเทพ ให้สัมภาษณ์ก่อนเข้าร่วมไกล่เกลี่ยว่า เราจะติดตามเรื่องการละเมิดอำนาจศาลจากบุคคลหนึ่งที่ได้มาแถลงข่าวภายและเปิดเผยรายละเอียดที่ศาลกำชับหลายประเด็นหลังจากการไกล่เกลี่ยรอบที่แล้ว เราจึงนำเสนอคลิปทั้ง 2 ครั้งจากการให้สัมภาษณ์ และไปพูดในคลิปวิดีโอให้แก่ศาลไต่สวนและพิจารณาลงโทษว่าเข้าข่ายละเมิดอำนาจศาลหรือไม่ การที่บุคคลนี้แถลงข่าวในครั้งนั้นยังทำให้นายสิรณัฐให้สัมภาษณ์อย่างไม่เหมาะสมโดยฉีกกระดาษสัญญาที่ตกลงกันกับนางจีรานุช ส่วนเรื่องที่บุคคลดังกล่าวแอบอ้างว่าเป็นทนายฝั่งโจทก์ฝั่งนั้นก็ต้องรับผิดชอบ เพราะเป็นผู้ที่ยอมให้มีการเข้าออกหลายครั้งในการเจรจา แสดงว่าให้มารู้ความลับของโจทก์และจำเลยก่อนนำไปพูดภายนอก หลังจากนี้ศาลจะต้องไต่สวนหาความจริงก่อนว่าทนายโจทก์และบุคคลดังกล่าวมีความสัมพันธ์เป็นอย่างไร เพราะตนก็อยากทราบว่ามีความเกี่ยวข้องกับนายจีรานุชหรือไม่ หรือเป็นตัวของเขาเองแต่ทนายยอมให้เข้ามาหรือไม่
นายปานเทพ กล่าวอีกว่า ส่วนเรื่องการประนีประนอมตรงนี้ตนย้ำว่าเป็นแนวทางของศาลเอง ในสัปดาห์ที่ผ่านมาได้มีการประชุมกับนายสิรณัฐและทีมทนายได้พูดคุยกันและน้อมนำความคิดเห็นจากผู้พิพากษาที่มีให้โจทก์และจำเลยที่มีประโยชน์มาพิจารณาโดยรอบ
นายปานเทพ กล่าวอีกว่า ตนเชื่อว่าไม่ว่าทางออกจะเป็นอย่างไร จะดำเนินคดีต่อ หรือว่าสามารถไกล่เกลี่ยได้สำเร็จหลังจากนี้ เราเตรียมพร้อมไว้ทุกรูปแบบอยู่แล้วไม่มีข้อกังวลใด ๆ
เมื่อถามว่าการประชุมคดีวันก่อนมีการอัพเดทอะไรบ้าง นายปานเทพ กล่าวว่า การประชุมในครั้งล่าสุดเราคุยกันด้วยหัวใจมากขึ้นในฐานะผู้ถูกกระทำว่าอยากจะคุยในมุมที่สามารถทำให้มีความสุขในการดำเนินชีวิตไปข้างหน้าได้ดีมากขึ้น และนำไปสู่การกำหนดแนวทางที่จะทำให้เป็นประโยชน์ต่อคดี ส่วนการไกล่เกลี่ยในวันนี้จะสำเร็จหรือไม่นั้น ตนมองว่าการไกล่เกลี่ยครั้งแรกยังไม่สำเร็จและมีนัดต่อมา แต่ก็ไม่ได้แปลว่าการไกล่เกลี่ยล้มเหลว แสดงว่ามีช่องทางที่ศาลมองว่าสามารถพูดคุยกันได้ เราจึงเดินกันต่อและนำประโยชน์ของนายสิรณัฐเป็นตัวตั้ง แต่การตัดสินใจของเจ้าตัวเป็นประเด็นหลักมากกว่า ส่วนมารดาของนายสิรณัฐจะมาไหมส่วนนี้ตนไม่ทราบอยู่ที่เจ้าตัว ไม่ว่าจะมาหรือไม่มา ไกล่เกลี่ยสำเร็จหรือไม่ทีมทนายเตรียมรับมือทุกสถานการณ์อยู่แล้ว
เมื่อถามว่าในการไกล่เกลี่ยครั้งที่ 2 มารดาของนายสิรณัฐยังไม่มาจะมีผลต่อการไกล่เกลี่ยอย่างไร นายปานเทพ กล่าวว่า ตนมองว่าต้องมีแนวทางชัดเจนว่าเจตนาของมารดานายสิรณัฐเป็นอย่างไร ไม่ใช่ว่าไกล่เกลี่ยไปแล้วสุดท้ายจะเห็นด้วยหรือไม่คงไม่ทราบได้ เพราะสุดท้ายฝ่ายโจทก์และจำเลยต้องเห็นพ้องต้องกัน
ด้านน.ส.อัจฉรา กล่าวว่า ขั้นตอนการไกล่เกลี่ยถ้าโจทก์ไม่มา ก็จะมีการส่งตัวแทนมา รอบที่แล้วข้อเสนอบางข้อที่โจทก์เสนอมาหรือทางเราเสนอไป ทางนั้นบอกว่าจะนำไปหารือกับมารดานายสิรณัฐ ส่วนวันนี้ศาลกำชับว่าให้ผู้ทีืมีอำนาจในการตัดสินใจของการเจรจามาในการไกล่เกลี่ย ไม่อย่างนั้นการไกล่เกลี่ยก็จะไม่ประสบผลสำเร็จ การไกล่เกลี่ยจะสำเร็จหรือไม่ก็อยู่ที่การเจรจาของวันนี้ เพราะข้อตกลงที่เราเสนอไปฝั่งโจทก์รับได้ไหม คดีนี้จะเริ่มสืบพยานในวันที่ 8-9 ก.ค. จากระยะเวลายังสามารถไกล่เกลี่ยได้อยู่
นานปานเทพ กล่าวอีกว่า การรับข้อเงื่อนไขของโจทก์และจำเลยรับได้ ก็คงไกล่เกลี่ยเสร็จสิ้นตั้งแต่รอบที่แล้ว ถ้ายังมีการไกล่เกลี่ยต่อแสดงว่ายังมีจุดลงตัวที่ทั้งสองฝ่ายหาร่วมกันไม่ได้ ทั้งสองฝ่ายก็ต้องกลับไปคิด และกลับมาพูดคุยกันอีกครั้งหนึ่ง แต่พูดตอนนี้ได้ว่าการเจรจามีความคืบหน้าระดับหนึ่ง

