xs
xsm
sm
md
lg

เมินรถถังกัมพูชาจ่อประชิด 'อนุทิน' พร้อมรับมือเต็มที่ ตั้งศูนย์ต่อต้าน 'โดรน'

เผยแพร่:   ปรับปรุง:



'อนุทิน' เมินข่าวรถถังกัมพูชา ลั่นพร้อมปกป้องอธิปไตยเต็มที่ ด้าน สมช. เดินหน้าตั้งศูนย์ต่อต้านโดรน รับมือภัยคุกคามยุคใหม่

ท่ามกลางสถานการณ์ด้านความมั่นคงที่กำลังเผชิญความท้าทายรอบด้าน ทั้งเทคโนโลยีการสู้รบสมัยใหม่ ความเคลื่อนไหวตามแนวชายแดน และข้อพิพาททางทะเลที่เชื่อมโยงกับผลประโยชน์ของประเทศ การประชุมสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) ครั้งล่าสุดเมื่อวันที่ 15 มิถุนายน จึงถูกจับตามองเป็นพิเศษว่ารัฐบาลจะวางทิศทางการรับมืออย่างไรในช่วงเวลาที่ภูมิรัฐศาสตร์ของภูมิภาคกำลังเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว

แม้กระแสความสนใจของสังคมจะมุ่งไปยังประเด็นความเคลื่อนไหวบริเวณชายแดนไทย-กัมพูชา และรายงานข่าวเกี่ยวกับการส่งมอบยุทโธปกรณ์จากต่างประเทศให้แก่กัมพูชา แต่ผลการประชุม สมช. กลับให้น้ำหนักกับการเตรียมความพร้อมรับมือภัยคุกคามรูปแบบใหม่ โดยเฉพาะการบริหารจัดการอากาศยานไร้คนขับ หรือ "โดรน" รวมถึงการเดินหน้ากระบวนการตามอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยกฎหมายทะเล ค.ศ.1982 (UNCLOS)

นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ในฐานะประธานการประชุมสมช. เปิดเผยว่า ที่ประชุมยังไม่ได้รับรายงานในเรื่องของรถถังฝั่งกัมพูชาประชิดแนวชายแดน โดยการที่กัมพูชาจะทำอะไรในดินแดนของเขาเราไม่มีสิทธิ์ไปยุ่ง เราเฝ้าระวังชายแดนของเราอย่างเต็มที่ มีความพร้อมอย่างเต็มที่ จะไม่ให้ใครเข้ามารุกรานอธิปไตยของเรา ย้ำว่าตรงนี้มีความมั่นใจ

“อยู่ในดินแดนของเขา อยู่ในบ้านของเขา เราไม่มีสิทธิ์ไปรับรู้รับทราบ เรามีความพร้อมในการป้องกันดินแดนของเรา ให้ความเชื่อมั่นว่าไม่มีใครล่วงล้ำหรือบุกรุกดินแดนของเราได้” นายอนุทินกล่าว

นายฉัตรชัย บางชวด เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) ระบุว่า ที่ประชุมมีการพิจารณา 2 เรื่อง ได้แก่ 1. แนวทางมาตรการป้องกันแก้ปัญหาเรื่องอากาศยานไร้คนขับ ซึ่งที่ประชุม สมช.เมื่อปี 2568 เคยมีมติมอบหมายกองทัพอากาศ (ทอ.) จัดตั้งศูนย์บริหารจัดการควบคุมต่อต้านอากาศยานไร้คนขับในสถานการณ์การสู้รบที่ผ่านมา ถือเป็นประเด็นสำคัญที่เราต้องมีการปรับแนวทางและกระบวนการที่เกี่ยวข้อง ดังนั้น ที่ประชุม สมช. ครั้งนี้ จึงเห็นชอบจัดตั้งศูนย์บริหารจัดการดังกล่าว โดยให้กองทัพอากาศเป็นหน่วยงานรับผิดชอบหลัก จะมีการจัดทำเป็นระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีมารองรับในระยะเร่งด่วน เพื่อจัดระบบการบริหารจัดการบูรณาการหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ซึ่งมีหลายหน่วยงานในการดำเนินการเรื่องนี้ และ 2.ที่ประชุมยังมีมติเรื่องอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยกฎหมายทะเล ค.ศ.1982 หรือ UNCLOS ซึ่งกระทรวงการต่างประเทศ จะเสนอเข้าที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เพื่อให้ความเห็นชอบก่อน แล้วจะแถลงหลักการและรายละเอียดอีกครั้ง