สถานทูตกัมพูชาประจำญี่ปุ่น นั่งไม่ติดรุดออกมาปกป้องประวัติด้านการจัดการกับสแกมออนไลน์และการค้ามนุษย์ของประเทศ เรียกร้องขอให้รายงานข่าวอย่างรอบด้าน หลังสื่อมวลชนหลายแห่ง ในนั้นรวมถึงในญี่ปุ่น พากันรายงานข่าวแสดงความกังวลเกี่ยวกับขอบเขตปฏิบัติการของอาชญากรรมไซเบอร์ ที่ดูเหมือนจะเพิ่มมากขึ้น สวนทางกับคำกล่าวอ้างของทางการกัมพูชา
ในถ้อยแถลงที่เผยแพร่ออกมาตอบโต้รายงานข่าวของนิกเกอิ เอเชีย และ เจแปนไทม์ส สื่อมวลชนญี่ปุ่น ที่อ้างผลการค้นพบขององค์การนิรโทษกรรมสากล ทางสถานทูตกัมพูชาประจำญี่ปุ่น ระบุว่ารัฐบาลมองสแกมออนไลน์, การค้ามนุษย์, การฟอกเงิน และองค์กรอาชญากรรมต่างๆ เป็นภัยคุกคามร้ายแรงต่อความปลอดภัยของประชาชนและเสถียรภาพทางเศรษฐกิจ
ถ้อยแถลงเน้นว่านายกรัฐมนตรีฮุน มาเนต ได้วางการต่อสู้กับปฏิบัติการสแกม อยู่ในฐานะที่ประเทศแห่งนี้ให้ความสำคัญสูงสุด ภายใต้นโยบาย "ความอดทนเป็นศูนย์"
สถานทูตแห่งนี้อ้างว่าเจ้าหน้าที่กัมพูชาลงมือปฏิบัติการกวาดล้างไปแล้วมากกว่า 400 ครั้ง ระหว่างเดือนกรกฏาคม 2025 ถึงพฤษภาคม 2026 มีการระงับหรือถอนใบอนุญาตคาสิโนไปแล้ว 25 แห่ง ขณะเดียวกันก็ได้มีการส่งฟ้องศาลไปแล้ว 143 คดี เกี่ยวข้องกับผู้ต้องสงสัย 1,458 ราย จาก 19 ประเทศ
คำชี้แจงอ้างต่อว่าการบังคับใช้กฎหมายได้นำไปสู่การปล่อยตัวหรือการหลบหนีออกมาได้ของเหยื่อหลายพันคน ขณะที่กัมพูชาได้ส่งตัวพลเมืองต่างชาติกลับมาตูภูมิไปแล้วเกือบ 18,900 ราย จาก 33 ประเทศ ในนั้นมากกว่า 2,200 คน เป็นผู้หญิง
สถานทูตกัมพูชาประจำญี่ปุ่น โต้แย้งว่าการยังมีอยู่ของสแกมไม่ควรถูกมองว่าเป็นความล้มเหลว โดยเน้นย้ำว่ากลุ่มอาชญากรรมทั้งหลาย มีการจัดการเป็นอย่างดี ปรับตัวได้ดีและเป็นองค์กรข้ามชาติ
แม้ยอมรับว่ามีความกังวลเกี่ยวกับกรณีที่เหยื่อจำนวนมากถูกค้ามนุษย์กลับเข้าสู่อุตสาหกรรมสแกมอีกรอบ แต่ทางสถานทูตแห่งนี้ยืนกรานว่า กัมพูชายังคงมุ่งมั่นในการยกระดับความเข้มแข็งของมาตรการป้องกันและกลไกลสนับสนุนต่างๆ
เกี่ยวกับคำกล่าวหาในเรื่องการประพฤติมิชอบ สถานทูตกัมพูชาประจำญี่ปุ่น ยืนกรานว่ารัฐบาลยังคงใช้นโยบายอดทนเป็นศูนย์อย่างเข้มข้น กับการคอรัปชันและการสมคบคิดกับแก๊งอาชญากรรมทั้งหลาย
ในถ้อยแถลงปิดท้ายว่า ปัญหาสแกมออนไลน์ถือเป็นความท้าทายระดับโลกและความคืบหน้าในการจัดการกับปัญหานี้ ควรถูกประเมินทั้งจากความยากลำบากต่างๆนานาที่ยังคงมีอยู่และมาตรการต่างๆที่ได้ดำเนินการไปแล้ว
ความเคลื่อนไหวของสถานทูตกัมพูชาประจำญี่ปุ่น มีขึ้นหลังจาก นิกเกอิ เอเชีย และ เจแปนไทม์ส สื่อมวลชนญี่ปุ่น รายงานอ้างผลการค้นพบขององค์การนิรโทษกรรมสากล ระบุว่ากัมพูชาล้มเหลวในการขุดรากถอนโคนศูนย์หลอกลวงส่วนใหญ่ในอุตสาหกรรมสแกมออนไลน์ แม้อวดอ้างปราบปรามมานานกว่า 1 ปี ที่พวกเจ้าหน้าที่คุยโวว่าจะช่วยกำจัดอุตสาหกรรมที่ผิดกฎหมายนี้ให้หมดไป
กลุ่มสิทธิมนุษยชนที่มีสำนักงานใหญ่ในลอนดอน ระบุว่า จนถึงเดือนเมษายน พวกเขาตรวจพบเขตล้อมรั้วสแกม 86 แห่ง ปฏิบัติการอยู่ทั่วกัมพูชา เพิ่มขึ้นจาก 53 แห่งของหนึ่งปีก่อนหน้านี้ และพบหลักฐานว่ารัฐเข้าแทรกแซงที่ตั้งสแกมเพียง 24 แห่ง ระหว่างยุทธการปราบปรามของรัฐบาล สวนทางกับถ้อยแถลงต่างๆนาของพวกเจ้าหน้าที่ ที่อ้างว่าทางการได้จัดการกับศูนย์สแกมไปแล้วมากกว่า 250 แห่งทั่วประเทศ
รายงานข่าวระบุว่าผลการค้นพบดังกล่าวก่อความสงสัยต่อคำกล่าวอ้างของรัฐบาลกัมพูชา ที่บอกว่าอุตสาหกรรมนี้อ่อนแอลงไปอย่างมากแล้ว
(ที่มา:เคพีทีอิงลิช/mgronline)

