พยานเผย เหตุ “ส.ต.ต.” ยิงวิน จยย.เสียชีวิต 2 บาดเจ็บ 1 ย่านห้วยขวาง ผู้ก่อเหตุเป็นฝ่ายพูดท้าทายก่อน
จากกรณี ส.ต.ต.นำทัพ ภาควรรธนะ อายุ 33 ปี ตำรวจสังกัดกองกำกับการตำรวจตระเวนชายแดน ซึ่งตกเป็นผู้ต้องหาในคดียิงกลุ่มวินจักรยานยนต์รับจ้างบริเวณปากซอยประชาสงเคราะห์ 38 จนมีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บ ก่อนเข้ามอบตัวกับพนักงานสอบสวน พร้อมอาวุธปืนของกลาง โดยอ้างว่าถูกคู่กรณีรุมทำร้ายร่างกายก่อนเกิดเหตุนั้น
ความคืบหน้าล่าสุดวันนี้ (15 มิ.ย.) ที่ สน.ห้วยขวาง นายปลื้ม (นามสมมุติ) อายุ 18 ปี หนึ่งในผู้ที่อยู่ในเหตุการณ์ดังกล่าวเปิดเผยว่า ตนเองเห็นผู้ก่อเหตุเดินมาคนเดียว เข้ามาถามวินเบอร์ 28 ว่า จะไปสน. มักกะสันราคาเท่าไหร่ ก็บอกราคาไป 120 บาท แต่ผู้ก่อเหตุก็เถียงว่าแพงและเปรียบเทียบกับวินอื่นที่ไปแค่ 100 บาท และต่อเหลือ 80 บาท ซึ่งวินเบอร์ 28 ก็ปฏิเสธไปบอกว่า น้ำมันแพง ถ้ารู้สึกว่าแพงก็ไม่เป็นไร และให้ไปขึ้นแท็กซี่ ซึ่งหลังจากพูดจบผู้ก่อเหตุก็เดินวนไปมาอยู่หน้าวิน ซึ่งตนเห็นว่าผู้ก่อเหตุมองค้อนวินเบอร์ 28 ด้วยสายตาที่ไม่พอใจ และพูดเบาๆ ไม่เป็นไร 3 ครั้ง ซึ่งวินที่อยู่ในซุ้มได้ยินจึงถามว่า “บ่นอะไร ไปเรียกแท็กซี่ตรงโน้น” ซึ่งผู้ก่อเหตุก็พูดกลับมาว่า “พูดแบบนี้กับผมได้ยังไง” ด้วยอารมณ์ที่โมโห จนนายชรินทร์ หรือ บอล เข้ามาช่วยไล่
ซึ่งผู้ต้องหาก็เดินวนไปมาและพูดว่า “อยากเปิดก็เปิดมา” พร้อมเอามือชี้เข้าที่แก้มด้านขวาลักษณะท้าทาย ซึ่งทุกคนในวินเห็นหมด จังหวะนี้นายปลื้ม ได้วิ่งรถออกไปส่งลูกค้าไม่ได้อยู่ในจังหวะที่ผู้ต้องหาก่อเหตุ แต่เมื่อกลับมาก็เห็นว่า มีวินถูกยิงแล้ว 3 คน
นายปลื้ม บอกอีกว่า ตอนที่ผู้ก่อเหตุเข้ามาคุย รู้สึกว่ามีอาการเมาแต่ไม่ได้เมาจนไม่สามารถพูดคุยได้เพราะยังสื่อสารพูดคุยรู้เรื่อง และกลิ่นไม่ได้คละคลุ้งออกมาขนาดนั้น และมองว่าเรื่องนี้ ถ้าเป็นคนปกติเมื่อไม่พอใจราคาค่าวินก็ไปขึ้นวินคันอื่นหรือไปขึ้นแท็กซี่ แต่ผู้ต้องหากลับไม่ไปไหนเดินวนไปมาอยู่แถวนั้นตลอด จนกระทั่งก่อเหตุ และตอนที่เข้ามาคุยก็ไม่เห็นอาวุธปืนแต่เห็นว่าสะพายกระเป๋าตลอดเวลา
นายปลื้ม ยืนยันว่า ในช่วงแรกที่มีการพูดคุยเรื่องราคาและไล่ให้ไปขึ้นรถแท็กซี่ พูดคุยด้วยน้ำเสียงปกติ จนกระทั่งผู้ต้องหา เอามือชี้หน้าลักษณะท้าทาย ส่วนที่กระแสสังคมโจมตีว่ากลุ่มวินรถจักรยานยนต์เริ่มก่อน ระบุว่า เรื่องนี้แล้วแต่คนจะคิด แต่ในกล้องวงจรปิดก็จะเห็นว่าผู้ต้องหาไม่ไปไหน และตนขอให้ทุกคนดูวงจรปิดให้ครบแล้วขอชี้แจงในส่วนของตนเองเท่านั้นส่วนคนอื่นจะตัดสินยังไงก็เรื่องของเขา

