xs
xsm
sm
md
lg

"สวิตเซอร์แลนด์" ลงประชามติครั้งประวัติศาสตร์ "ปฎิเสธ" ข้อกำหนดเพดานจำกัดจำนวนประชากรไม่เกิน 10 ล้าน ตามกระแสต้านผู้อพยพของ "ทรัมป์" หวั่นกระทบการท่องเที่ยว-เข้าถึงตลาดเดียว EU

เผยแพร่:   ปรับปรุง:



เอเจนซีส์ – ผลประชามติครั้งประวัติศาสตร์ของสวิตเซอร์แลนด์เกือบ 55% ไม่เอาข้อเสนอกำหนดให้มีจำนวนประชากรไม่เกิน 10 ล้านคน เป็นข้อเสนอผลักดันจากพรรคการเมืองปีกขวาสวิสต่อต้านผู้อพยพหลังพบสุดอึ้งมากถึง 27% ของผู้ที่อาศัยในแดนนาฬิกาเป็นต่างชาติ

บีบีซีของอังกฤษรายงานวันอาทิตย์(14 มิ.ย)ว่า ผลการลงประชามติสวิตเซอร์แลนด์วันอาทิตย์(14) พบว่ามีผู้มีสิทธิ์เกือบ 55 %ไม่รับข้อเสนอกำหนดจำนวนประชากรแดนนาฬิกาไม่เกิน 10 ล้านคน ในขณะที่อีก 45% โหวตสนับสนุน โดยมีจำนวนผู้มีสิทธิ์ราว 60% ของประชาชนสวิตเซอร์แลนด์เข้ามาใช้สิทธิ์

การลงประชามติเพื่อกำหนดเพดานจำนวนประชากรสวิตเซอร์แลนด์มาจากแรงผลักดันของพรรคประชาชนสวิส(Swiss People) ที่ทำนโยบายต่อต้านผู้อพยพมาอย่างยาวนาน โปสเตอร์ต่อต้านเพดานจำกัดจำนวนประชากรสวิส 10 ล้านยังมีภาพประธานาธิบดีสหรัฐฯ โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีรัสเซีย วลาดิมีร์ ปูติน และประธานาธิบดีจีน สี จิ้นผิง ตามภาพข่าวเอพีพร้อมข้อความบนโปสเตอร์ระบุว่า การแยกตัวออกมาตามลำพังจากยุโรปนั้นย่อมไม่ใช่สิ่งที่สวิตเซอร์แลนด์ต้องการเวลานี้

อย่างไรก็ตามการโหวตครั้งประวัติศาสตร์นี้ทำให้สวิตเซอร์แลนด์ตกอยู่ในความเสี่ยงต่อข้อตกลงการเคลื่อนย้ายเสรีร่วมกับสหภาพยุโรปและยังโดนต่อต้านจากรัฐบาลสวิส ธุรกิจสวิส และพรรคการเมืองใหญ่อื่นๆ

รัฐมนตรียุติธรรมสวิตเซอร์แลนด์ เบแอต ยานส์ (Beat Jans) ออกมาแสดงความยินดีต่อโหวตโนที่ไม่ยอมรับการกำหนดเพดานประชากรประเทศ โดยกล่าวว่า “มันเป็นสัญญาณเสถียรภาพ การเปิดกว้างและการพึ่งพาได้”

สื่ออังกฤษชี้ว่า ประชากรของสวิตเซอร์แลนด์เพิ่มอย่างรวดเร็วนับตั้งแต่ปี 2002 ที่มีจำนวยน 7.3 ล้านคนแต่ปัจจุบันอยู่ที่ 9.1 ล้านคน และ 27% กลับเป็นชาวต่างชาติ

พรรคประชาชนสวิสออกมาโต้ว่า การกำหนดเพดานสูงสุดจำนวนประชากรจะสามารถช่วยลดแรงกดดันทางด้านการขนส่ง บ้านพักที่อาศัยและสิ่งแวดล้อม แต่สิ่งเหล่านี้กลับไม่ช่วยจูงใจให้พลเมืองสวิสที่มีสิทธิ์ให้คล้อยตามออกเสียง YES

จากการที่ถึงแม้พรรคขวาสวิสนี้จะอ้างว่า ข้อเสนอกำหนดเพดานจำนวนประชากรถูกออกแบบมาเพื่อปกป้องการบริการสาธารณะและสิ่งแวดล้อมที่สวยงามระดับโลกของสวิตเซอร์แลนด์ แต่ทว่าพรรคกลับมีประวัติศาสตร์ที่ยาวนานในการทำแคมเปญต่อต้านผู้อพยพ และมักจะกล่าวโทษผู้ที่ขอลี้ภัยและชนกลุ่มน้อยเป็นพวกสร้างปัญหาสังคม

อย่างไรก็ตามหัวหน้าพรรค มาร์เซล เดตตลิง (Marcel Dettling) ออกมาเปิดเผยหลังผลออกมาแล้วว่า การโหวตได้แสดงให้เห็นว่า “ประชากรสวิสต้องการทางออก ไม่ใช่ปัญหาเดียวที่ได้รับการแก้ไข”

มีเพียงพลเมืองสวิสเท่านั้นที่เป็นผู้มีสิทธิ์ในการออกเสียงแต่ตามเมืองต่างๆที่มีชุมชนผู้อพยพใหญ่กว่าตามเขตชนบทพบว่า มีผู้ใช้สิทธิ์ไปออกเสียงโหวตไม่รับเพดานกำหนดประชากรไม่เกิน 10 ล้านคนแบบเป็นเอกฉันท์ ต่างจากกรุงเบิร์น เมืองหลวงพบว่า มีเกือบ 84% ของผู้มีสิทธิ์ไม่รับข้อกำหนดเพดานประชากร

และในพื้นที่การท่องเที่ยวสำคัญที่โรงแรมและภัตตาคารต่างต้องขึ้นกับแรงงานต่างชาติต่างไม่รู้สึกชื่นชอบต่อข้อเสนอผลักดันจากพรรคการเมืองปีกขวาสสวิส

โดยผู้ลงประชามติบางส่วนมีความวิตกต่อสถานการณ์ขาดแรงงานที่จำเป็นในเซคเตอร์การท่องเที่ยว โรงพยาบาล และบ้านพักคนชราที่กว่าครึ่งของเซคเตอร์การให้บริการเหล่านี้ต้องพึ่งพาแรงงานต่างชาติ

ขณะที่คนอื่นๆโดยเฉพาะกลุ่มผู้นำธุรกิจสวิสด้วยความวิตกว่าจะสูญเสียการเข้าถึงสำคัญของสวิตเซอร์แลนด์ต่อตลาดเดียวยุโรป

ทั้งนี้กว่าครึ่งของผลิตภัณฑ์ของสวิสนั้นถูกจำหน่ายในเขตสหภาพยุโรป แต่ทว่าการเข้าสู่ตลาดต่างๆในยุโรปขึ้นอยู่กับพันธะของสวิตเซอร์แลนด์ที่มีต่อข้อกำหนดการเคลื่อนไหวเสรีของประชาชนของยุโรป และหากว่าการประชามติผ่านเรื่องกำหนดเพดานประชากรนี้ผ่านจะทำให้สวิตเซอร์แลนด์ต้องยกเลิกข้อตกลงนี้

ทั้งรัฐบาลสวิสและกลุ่มผู้นำธุรกิจสวิสต่างออกมายืนยันว่า ผลการลงประชามติได้พิสูน์แล้วว่า สวิตเซอร์แลนด์ที่เป็นชาตินอก EU นั้นต้องการยังคงใกล้ชิดยุโรปต่อไป