MGR Online -ซาร์ โสกา รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีกระทรวงมหาดไทยของกัมพูชา จะใช้เงินมากกว่า 250,000 ดอลลาร์สหรัฐ(ประมาณ 8 ล้านบาท) เพื่อล็อบบี้รัฐบาลสหรัฐฯ ให้ถอนชื่อของเขาออกจากกฎหมายปราบปรามการฉ้อโกงของประเทศ หลังรายงานระบุเคยเป็นกรรมการบริษัทเจ้าของกาสิโนร่วมกับ "เฉินจื้อ"
สำนักงานกฎหมาย 2 แห่งในสหรัฐฯ ได้ยื่นเอกสารเพื่อทำหน้าที่เป็นตัวแทนของ ซาร์ โสกา ในรัฐบาลสหรัฐฯ ตามการรายงานของสื่อกัมพูชา ทั้งนี้ สหรัฐฯ ได้กำหนดให้สำนักงานกฎหมายต้องยื่นเอกสารเปิดเผยข้อมูลต่อสาธารณะภายใต้กฎหมายการจดทะเบียนตัวแทนต่างชาติ (FARA) เมื่อพวกเขาทำการล็อบบี้เพื่อผลประโยชน์ของประเทศอื่น
ทัช โสคัก โฆษกกระทรวงมหาดไทย ได้กล่าวกับสำนักข่าวท้องถิ่นของกัมพูชาถึงความเคลื่อนไหวดังกล่าวว่า ซาร์ โสกา ไม่ได้มีทรัพย์สินหรือบัญชีถูกอายัด แต่ได้ว่าจ้างบุคคลทางกฎหมายเพื่อตอบโต้การที่ชื่อของเขาถูกกล่าวถึงในร่างกฎหมายที่เสนอต่อรัฐสภาสหรัฐฯ และกล่าวเสริมว่ารัฐมนตรีมีสิทธิทางกฎหมายที่จะปกป้องตนเอง
“จากการประกาศที่ว่าสหรัฐฯ กำลังร่างกฎหมาย เพื่อรวมชื่อของซาร์ โสกา รัฐมนตรีกระทรวงมหาดไทย และผู้นำคนอื่นๆ ไว้ในรายชื่อมาตรการคว่ำบาตร นี่ไม่ใช่รัฐบาลสหรัฐฯ เอง แต่เป็นคนบางกลุ่มที่ได้รับข้อมูลไม่ครบถ้วน” ทัช โสคัก ระบุ
เอกสารฉบับแรกของซาร์ โสกา ลงนามเมื่อวันที่ 28 พ.ค. เป็นสัญญามูลค่า 150,000 ดอลลาร์สหรัฐ ที่ทำกับสำนักงานกฎหมาย Seiden Law ในนิวยอร์ก โดยสัญญาระบุว่า โสกาจะว่าจ้างสำนักงานดังกล่าวเพื่อให้ความช่วยเหลือในการติดต่อสื่อสารกับสำนักงานควบคุมทรัพย์สินต่างประเทศ (OFAC) ของกระทรวงการคลังสหรัฐฯ และคณะกรรมการของรัฐสภาสหรัฐฯ บางคณะ เพื่อแก้ไขปัญหาการรวมชื่อของเขาอย่างไม่ถูกต้องในร่างกฎหมาย H.R. 5490 หรือกฎหมายอื่นๆ ที่ OFAC หรือกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ กำหนดไว้สำหรับข้อกล่าวหาที่เกี่ยวข้อง
ซาร์ โสกา ยังทำสัญญาฉบับที่ 2 ซึ่งลงนามเมื่อวันที่ 14 พ.ค. แต่เปิดเผยต่อสหรัฐฯ เมื่อวันที่ 1 มิ.ย. กับสำนักงานกฎหมาย Nelson Mullins Riley & Scarborough LLP มูลค่า 135,000 ดอลลาร์สหรัฐโดยชำระ 3 งวด และตามข้อความในสัญญา บริษัทระบุว่าจะให้คำแนะนำและความช่วยเหลือแก่โสกา เพื่อสนับสนุนกิจกรรมทางการทูตของลูกค้าในสหรัฐฯ รวมถึงการส่งเสริมความสัมพันธ์ระหว่างลูกค้าและสหรัฐฯ โดยไม่ได้ระบุหัวข้อที่สัญญาครอบคลุม
ปีที่แล้ว OFAC ได้คว่ำบาตรบุคคลและนิติบุคคล 146 ราย ที่ระบุว่าอำนวยความสะดวกในการก่ออาชญากรรมทางไซเบอร์และการฟอกเงินที่เกี่ยวข้องกับบริษัท Prince Group ของเฉิน จื้อ ชาวกัมพูชาเชื้อสายจีน ที่มีสถานะเป็นที่ปรึกษาพิเศษของฮุนเซน
ซาร์ โสกา เป็นกรรมการของบริษัท Jinbei (Cambodia) Investment ตั้งแต่เดือน มี.ค. 2560 ถึงเดือนส.ค. 2561 ร่วมกับเฉิน จื้อ และบุคคลอื่นๆ ที่ถูกคว่ำบาตรในปัจุบัน และโสกาได้ลาออกจากตำแหน่งดังกล่าวในเวลาเดียวกับเฉิน จื้อ
แม้ว่าชื่อของ ซาร์ โสกา จะไม่ได้อยู่ใน ‘การคว่ำบาตรครั้งใหญ่ที่สุดเท่าที่เคยมีมา’ ของ OFAC ต่อผู้ที่เกี่ยวข้องกับ Prince Group แต่เขามีชื่ออยู่ในร่างกฎหมาย H.R. 5490 หรือที่เรียกว่า ‘กฎหมายทลายเครือข่ายฉ้อโกงข้ามชาติ’ หากร่างกฎหมายฉบับนี้ผ่านการอนุมัติ ก็จะอนุญาตให้ประธานาธิบดีสหรัฐฯ พิจารณาว่าจะลงโทษบุคคลในรายชื่อภายใต้มาตรการคว่ำบาตรของสหรัฐฯ 3 ประเภท คือ กฎหมายแมกนิตสกี ที่มุ่งเป้าไปที่ผู้ละเมิดสิทธิมนุษยชน กฎหมายคุ้มครองผู้ตกเป็นเหยื่อจากการค้ามนุษย์ ที่มุ่งเป้าไปที่ผู้ที่กระทำการค้ามนุษย์ หรือมาตรการคว่ำบาตรทางเศรษฐกิจและการเงิน ที่ใช้ตัดท่อน้ำเลี้ยงองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ ซึ่งถูกนำไปใช้กับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับ Prince Group
เมื่อเดือนที่แล้ว คณะกรรมาธิการพิเศษเพื่อการแข่งขันเชิงยุทธศาสตร์ระหว่างสหรัฐฯ และพรรคคอมมิวนิสต์จีน ได้จัดการประชุมและเผยแพร่รายงานเกี่ยวกับแพร่กระจายของการหลอกลวงทางไซเบอร์ในกัมพูชาและประเทศในภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก โดยรายงานไม่ได้ระบุชื่อของซาร์ โสกาโดยตรง แต่ได้บรรยายถึงเฉิน จื้อ ว่าเป็นผู้อุปถัมภ์อาชญากรในเศรษฐกิจสแกมของกัมพูชา
เมื่อปีที่แล้ว ซาร์ โสกา ปฏิเสธว่าเขาไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับการดำเนินงานของกาสิโนและโรงแรม Jinbei ในสีหนุวิลล์ ซึ่งแรงงานต่างชาติกล่าวว่าพวกเขาถูกบังคับให้ทำการฉ้อโกงจากสถานที่ต่างๆ ของ Jinbei ก่อนที่ธุรกิจนี้จะถูกคว่ำบาตร
โฆษกกระทรวงมหาดไทยกล่าวว่า ซาร์ โสกา และเฉิน จื้อ เคยมีความสัมพันธ์ทางสังคมเป็นปกติ เหมือนคนอื่นๆ แต่ความรับผิดชอบเป็นเรื่องส่วนตัวสำหรับการกระทำที่ผิดกฎหมาย และไม่เกี่ยวข้องกับผู้อื่น
ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่รัฐบาลกัมพูชาคนอื่นๆ ที่มีชื่ออยู่ในร่างกฎหมาย H.R.5490 ยังรวมถึง โช บุน เอ็ง คณะกรรมการแห่งชาติเพื่อการปราบปรามการค้ามนุษย์ กระทรวงมหาดไทย พล.ต.ท.ดี วิเชีย รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ และรองนายกรัฐมนตรี เนธ สะเวือน เป็นต้น.

