ลำปาง – ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านตั้งทนายสู้คดีเมาแล้วขับชนเด็ก 2 ขวบเสียชีวิต แม่เด็กบาดเจ็บขาหัก 2 ท่อน พยายามส่งคนเข้าพบถึง รพ.-ขอเยียวยา 3 หมื่น จนเริ่มผวา ฝ่ายผู้เสียหายไม่ขอรับระบุสายเกินไป-ขอดำเนินคดีถึงที่สุด ด้านทนายดังลำปางพร้อมช่วยครอบครัวผู้เสียหาย ตร.พร้อมเข้าสอบปากคำพรุ่งนี้ และบ่ายหมอเตรียมผ่าตัด
กรณีอุบัติเหตุสะเทือนใจ นายเดช วัย 57 ปี ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านในพื้นที่ตำบลพิชัย เมาแล้วขับกระบะอีซูซุ สีดำ ชนเก๋งจอดข้างทางลำปาง-งาว บริเวณบ้านปงวัง ต.พิชัย อ.เมืองลำปาง จนรถเก๋งพุ่งไถลชนพ่อแม่ลูก ส่งผลให้น้องเติมฝันวัย 2 ขวบ เสียชีวิต ขณะที่แม่เมย์ แม่น้องเติมฝันได้รับบาดเจ็บสาหัส ขาหัก 2 ท่อน เมื่อช่วงบ่ายวันที่ 8 มิ.ย.2569 ที่ผ่านมา
ล่าสุด วันนี้ (14 มิ.ย. 69) นายกมล ถาน้อย อดีตประธานสภาทนายความจังหวัดลำปาง ทนายความชื่อดัง และ สมาชิก อบจ.ลำปาง เดินทางเข้าเยี่ยมให้กำลังใจครอบครัวผู้เสียหายที่โรงพยาบาลลำปาง โดยระบุว่าพร้อมให้ความช่วยเหลือด้านคดี หากทางผู้เสียหายร้องขอ ซึ่งขณะนี้ทางครอบครัวขอรอการสอบปากคำของเจ้าหน้าที่ตำรวจ มีกำหนดเข้าสอบปากคำที่ รพ.ในวันพรุ่งนี้(15 มิ.ย.) พร้อมได้อธิบายและให้คำปรึกษาด้านกฎหมายให้กับ "แม่เมย์" และ "พ่อดุ๊ก" ไว้เป็นเบื้องต้น
ขณะที่จากการสอบถามข้อมูลด้านคดีทราบว่าล่าสุดผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน ได้มีการแต่งตั้งทนายเพื่อสู้คดีแล้ว หลังจากนั้นช่วงเย็นที่ผ่านมา แม่เมย์และพ่อดุ๊ก ถึงขั้นโทรเรียกผู้สื่อข่าวไปที่โรงพยาบาลเป็นการด่วนเนื่องจากทางฝ่าย นายเดช ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน ให้คนไปที่โรงพยาบาลประมาณ 5-6 คนทั้งหญิงและชาย พยายามจะเข้าไปพบในห้อง
กลุ่มคนที่มาได้โทรศัพท์บอกว่า..นายเดชฝากเงินมาเยียวยา 3 หมื่นบาท ขอให้พ่อดุ๊กออกมารับหน่อย แต่พ่อดุ๊กและแม่เมย์ซึ่งนอนรักษาตัวอยู่ในห้องต้องล็อกประตูไม่ให้เข้า โดยบอกว่าให้ดำเนินการผ่านทนาย เพราะขณะนี้ถือว่าสายเกินไปที่จะรับการเยียวยาด้วยเงินเพียง 3 หมื่นบาทแล้ว ขอดำเนินคดีให้ถึงที่สุด
แต่คนที่มาทั้งหมดยังคงนั่งรออยู่หน้าห้อง จนทั้ง 2 คนรู้สึกผวา กระทั่งผู้สื่อข่าวไปเดินทางไปถึงก็พบว่ากลุ่มคนดังกล่าวพากันลงลิฟท์สวนทางออกไปแล้ว
สำหรับอาการของแม่เมย์ ขณะนี้ยังพักรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลลำปาง หลังได้รับบาดเจ็บบริเวณขาซ้าย ต้องใส่เหล็กดาม และอยู่ในการดูแลของแพทย์อย่างใกล้ชิด โดยมีกำหนดเข้ารับการผ่าตัดเพิ่มเติมอีกครั้งในวันจันทร์นี้ แพทย์คาดว่าอาจต้องใช้เวลาพักฟื้นและรักษาตัวต่อเนื่องอีกประมาณ 1 เดือน

