ซิน เคอ หยวน ร่อนแถลงการณ์ย้ำยังบริสุทธิ์ ชี้คดีตึก สตง. ถล่มยังไม่มีข้อสรุป ยืนยันคุณภาพเหล็กได้มาตรฐานสากลแม้ถูกวิจารณ์เรื่องเตาหลอม พร้อมให้ความร่วมมือทุกกรณีเพื่อสร้างความชัดเจน
เมื่อไม่นานมานี้ได้มีเสียงวิจารณ์ถึงการที่กระทรวงอุตสาหกรรม อนุญาตให้บริษัท ซินเคอหยวน สตีล จำกัด เปิดโรงงานเหล็กได้อีกครั้ง โดยเฉพาะท่าทีจาก 'นายอรรถวิชช์ สุวรรณภักดี' สส.บัญชีรายชื่อ พรรครวมไทยสร้างชาติ ที่วิจารณ์ว่าการดำเนินการดังกล่าวอาจทำให้ประชาชนกังวลใจและมองว่าการดำเนินการมีพิรุธหลายประการ
ล่าสุดเมื่อวันที่ 13 มิถุนายน บริษัท ซิน เคอ หยวน สตีล จำกัด ออกแถลงการณ์ฉบับที่ 3 ชี้แจงข้อเท็จจริงเกี่ยวกับกระบวนการผลิตเหล็ก มาตรฐานผลิตภัณฑ์ และประเด็นที่อยู่ในความสนใจของสาธารณชน โดย ยืนยันว่าการประเมินคุณภาพเหล็กควรยึดตามมาตรฐานผลิตภัณฑ์ ผลการทดสอบ และข้อกำหนดทางวิศวกรรม มากกว่าการตัดสินจากประเภทของเตาหลอมหรืออุปกรณ์ที่ใช้ในการผลิต สำหรับประเด็นที่มีการกล่าวอ้างว่าโรงงานผู้ผลิตเหล็กจำเป็นต้องมี “เตาปรุงน้ำเหล็ก” หรือ Ladle Furnace (LF) นั้น ไม่ได้เป็นข้อกำหนดบังคับตามมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม มอก. 24-2559 โดยมาตรฐานกำหนดให้ผู้ผลิตต้องมีกระบวนการทำให้น้ำเหล็กบริสุทธิ์และสามารถควบคุมองค์ประกอบทางเคมีของเหล็กให้อยู่ในเกณฑ์ที่กำหนด ซึ่งสามารถดำเนินการได้ผ่านหลายกระบวนการ ไม่ได้จำกัดเฉพาะการติดตั้งเตาปรุงน้ำเหล็กเท่านั้น
เทคโนโลยีเตาหลอมแบบ IF (Induction Furnace) และ EAF (Electric Arc Furnace) เป็นเพียงกระบวนการหลอมเหล็ก ไม่ใช่ตัวชี้วัดคุณภาพของผลิตภัณฑ์ โดยเหล็กทุกชนิดไม่ว่าจะผลิตจากเทคโนโลยีใด จะต้องผ่านข้อกำหนดด้านองค์ประกอบทางเคมี คุณสมบัติทางกล และมาตรฐานความปลอดภัยเดียวกัน ทั้งตามมาตรฐาน มอก. และมาตรฐานสากล เช่น ASTM, JIS, EN และ BS ตลอดระยะเวลากว่าสิบปีที่ผ่านมา ผลิตภัณฑ์เหล็กของบริษัทถูกนำไปใช้ในโครงการก่อสร้าง หลากหลายประเภท ทั้งอาคารที่พักอาศัย อาคารพาณิชย์ โรงงานอุตสาหกรรม สะพาน ทางยกระดับ และโครงการโครงสร้างพื้นฐานในหลายพื้นที่ของประเทศ โดยผ่านการรับรองตามมาตรฐานที่เกี่ยวข้อง
สำหรับกรณีเหตุการณ์อาคารสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) ถล่ม จนถึงปัจจุบันยังไม่มี ข้อสรุปอย่างเป็นทางการจากหน่วยงานรัฐ องค์กรวิชาชีพ หรือคณะกรรมการสอบสวนใด ที่ระบุว่าคุณภาพเหล็กของบริษัทเป็นสาเหตุของเหตุการณ์ดังกล่าว บริษัท ซิน เคอ หยวน สตีล จำกัด ยืนยันว่าจะดำเนินธุรกิจภายใต้กฎหมายและมาตรฐานที่เกี่ยวข้องอย่างเคร่งครัด พร้อมให้ความร่วมมือกับหน่วยงานภาครัฐ องค์กรวิชาชีพ และทุกภาคส่วน เพื่อสร้างความชัดเจน โปร่งใส และความเชื่อมั่นต่ออุตสาหกรรมเหล็กไทย โดยย้ำว่าคุณภาพและความปลอดภัยของผลิตภัณฑ์ควรได์รับการพิจารณาจากผลการทดสอบและมาตรฐานทางวิศวกรรมเป็นสำคัญ

