xs
xsm
sm
md
lg

ศาลฎีกา สั่ง "จุฑามาศ ซารัมย์" พ้นนายก อบต. ปมเจ้าตัวยื่นบัญชีเท็จ เพิกถอนสิทธิสมัครเลือกตั้งตลอดชีวิต

เผยแพร่:   ปรับปรุง:


นางจุฑามาศ ซารัมย์ นายก อบต.เมืองแฝก อ.ลำปลายมาศ จ.บุรีรัมย์
ศาลฎีกา สั่ง "จุฑามาศ ซารัมย์" พ้นนายกอบต. ปมเจ้าตัวยื่นบัญชีเท็จ เพิกถอนสิทธิสมัครเลือกตั้งตลอดชีวิต

เมื่อวันที่ 9 มิ.ย. ที่ผ่านมา ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองนัดฟังคำพิพากษา คดีหมายเลขแดงที่ อม 12/2565 ระหว่าง ป.ป.ช. ผู้ร้อง และนางจุฑามาศ ซารัมย์ นายก อบต.เมืองแฝก อ.ลำปลายมาศ จ.บุรีรัมย์ ในกรณียื่นบัญชีแสดงทรัพย์สินและหนี้สินเป็นเท็จ ไม่ได้แสดงรายการเงินฝากธนาคารออมสิน จำนวน 847,654.71 บาท และสลากออมสิน มูลค่า 2 ล้านบาท อันเป็นการจงใจปกปิดบัญชีทรัพย์สิน

พิเคราะห์พยานหลักฐานตามทางไต่สวนของศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ประกอบสำนวนการไต่สวนของผู้ร้อง และคำแถลงปิดคดีของผู้ถูกกล่าวหาแล้ว ข้อเท็จจริงรับฟังได้ว่า ผู้ถูกกล่าวหาได้รับเลือกตั้งให้ดำรงตำแหน่งนายกองค์การบริหารส่วนตำบลเมืองแฝก อำเภอลำปลายมาศ จังหวัดบุรีรัมย์ ในวาระที่ 1 เมื่อวันที่ 15 กรกฎาคม 2555 และพ้นจากตำแหน่งเมื่อวันที่ 1 ตุลาคม 2564 ต่อมาวันที่ 2 มกราคม 2565 ผู้ถูกกล่าวหาได้รับเลือกตั้งให้ดำรงตำแหน่งดังกล่าวเป็นวาระที่ 2

ผู้ถูกกล่าวหายื่นบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สินและเอกสารประกอบต่อผู้ร้อง กรณีพ้นจากตำแหน่งเมื่อวันที่ 15 พฤศจิกายน 2564 ตามเอกสารหมาย ร.11 โดยไม่แสดงรายการเงินฝากธนาคารออมสิน สาขาทวีกิจ ประเภทเผื่อเรียก ชื่อบัญชี นางจุฑามาศ ชารัมย์ หรือ นางฉัฐธยาน์ สุวรรณศรีทวี จำนวน 847,654.71 บาท และไม่แสดงรายการเงินฝากธนาคารออมสิน สาขาทวีกิจ ประเภทสลากออมสินพิเศษ ชื่อบัญชี นางจุฑามาศ ชารัมย์ มูลค่า 2,000,000 บาท

ผู้ร้องมีหนังสือแจ้งให้ผู้ถูกกล่าวหาชี้แจงตามเอกสารหมาย ร.12 ลงวันที่ 2 มิถุนายน 2566 ผู้ถูกกล่าวหามีหนังสือชี้แจงตามเอกสารหมาย ร.13 หน้า 317 ถึง 348 สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติประจำจังหวัดบุรีรัมย์พิจารณาแล้วเห็นว่า ผู้ถูกกล่าวหาจงใจยื่นบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สินด้วยข้อความอันเป็นเท็จ หรือปกปิดข้อเท็จจริงที่ควรแจ้งให้ทราบ และมีพฤติการณ์อันควรเชื่อได้ว่ามีเจตนาไม่แสดงที่มาแห่งทรัพย์สินหรือหนี้สิน จึงแจ้งข้อกล่าวหาแก่ผู้ถูกกล่าวหาเมื่อวันที่ 20 กรกฎาคม 2566

ผู้ถูกกล่าวหาชี้แจงแก้ข้อกล่าวหาตามเอกสารหมาย ร.15 ว่า เงินฝากธนาคารออมสิน สาขาทวีกิจ ประเภทเผื่อเรียก และเงินฝากธนาคารออมสิน สาขาทวีกิจ ประเภทสลากออมสินพิเศษ ไม่ใช่ทรัพย์สินของผู้ถูกกล่าวหา แต่เป็นเงินบำนาญทหารผ่านศึกของนายธีรวัฒน์ ชารัมย์ พี่ชายของผู้ถูกกล่าวหา

วันที่ 26 มิถุนายน 2567 ผู้ร้องมีมติว่าผู้ถูกกล่าวหาจงใจยื่นบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สินและเอกสารประกอบกรณีพ้นจากตำแหน่งด้วยข้อความอันเป็นเท็จ หรือปกปิดข้อเท็จจริงที่ควรแจ้งให้ทราบ และมีพฤติการณ์อันควรเชื่อได้ว่ามีเจตนาไม่แสดงที่มาแห่งทรัพย์สินหรือหนี้สินในรายการเงินฝากทั้ง 2 บัญชี ตามเอกสารหมาย ร.21

ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองมีคำสั่งรับคำร้องนี้ไว้พิจารณาเมื่อวันที่ 29 กรกฎาคม 2568 โดยมิได้มีคำสั่งเป็นอย่างอื่น ผู้ถูกกล่าวหาจึงต้องหยุดปฏิบัติหน้าที่นับแต่วันดังกล่าวจนกว่าศาลจะมีคำพิพากษา

คดีมีปัญหาต้องวินิจฉัยว่า ผู้ถูกกล่าวหา จงใจยื่นบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สินและเอกสารประกอบต่อผู้ร้องด้วยข้อความอันเป็นเท็จ หรือปกปิดข้อเท็จจริงที่ควรแจ้งให้ทราบและมีพฤติการณ์อันควรเชื่อได้ว่ามีเจตนาไม่แสดงที่มาแห่งทรัพย์สินหรือหนี้สิน กรณีพ้นจากตำแหน่งนายกองค์การบริหารส่วนตำบลเมืองแฝก อำเภอลำปลายมาศ จังหวัดบุรีรัมย์ วาระที่ 1 หรือไม่
ผู้ร้อง (ป.ป.ช.) มีนายประดับวงศ์ สาแก้ว เจ้าพนักงานตรวจสอบทรัพย์สินชำนาญการสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ ประจำจังหวัดบุรีรัมย์ เบิกความว่า 
พยานเป็นผู้ตรวจสอบบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สินของผู้ถูกกล่าวหา จากการตรวจสอบพบว่าผู้ถูกกล่าวหา ไม่ได้แสดงรายการเงินฝากธนาคารออมสิน สาขาทวีกิจ ประเภทสลากออมสินพิเศษ ชื่อบัญชี นางจุฑามาศ ซารัมย์ มูลค่า 2,000,000 บาท
และรายการเงินฝากธนาคารออมสินสาขาทวีกิจ ประเภทเพื่อเรียก ชื่อบัญชี นางจุฑามาศ ซารัมย์ หรือนางฉัฐธยาน์ สุวรรณศรีทวี จำนวน 847,654.71 บาท โดยผู้ถูกกล่าวหาอ้างว่า บัญชีเงินฝากดังกล่าวเป็นของนายธีรวัฒน์ ซารัมย์ พี่ชายผู้ถูกกล่าวหา ซึ่งเป็นบุคคลไร้ความสามารถ และอยู่ในความดูแลของผู้ถูกกล่าวหา กับนางฉัฐธยาน์ น้องสาวผู้ถูกกล่าวหา
พยาน ตรวจสอบรายการเดินบัญชีธนาคารตามที่ผู้ถูกกล่าวหาชี้แจง เปรียบเทียบกับรายได้ของนายธีรวัฒน์ ซึ่งเป็นทหารผ่านศึกนอกประจำการได้รับเงินบำนาญและเงินช่วยเหลือเป็นรายเดือนจากองค์การสงเคราะห์ทหารผ่านศึกแล้ว
เห็นว่า รายการฝากและถอนเงินที่ปรากฏจากรายการเดินบัญชีของนายธีรวัฒน์ ไม่สัมพันธ์กับบัญชีเงินฝาก ประเภทสลากออมสินพิเศษ และบัญชีเงินฝาก ประเภทเผื่อเรียกทั้งยังปรากฏว่า ผู้ถูกกล่าวหาเป็นผู้ทำรายการฝากและถอนเงินด้วยตนเองทั้งสองบัญชี
ประกอบกับจำนวนเงินคงเหลือในบัญชีทั้งสอง เมื่อเปรียบเทียบกับบัญชีเงินฝากรายการอื่นที่แสดงในบัญชีแสดงทรัพย์สินและหนี้สินแล้วมีจำนวนมาก ดังนั้น การที่ผู้ถูกกล่าวหาไม่แสดงบัญชีเงินฝากทั้งสองบัญชี โดยอ้างว่าไม่ใช่ทรัพย์สินของตนจึงรับฟังไม่ได้

การกระทำของผู้ถูกกล่าวหาจึงเป็นการจงใจยื่นบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สินและเอกสารประกอบต่อผู้ร้องด้วยข้อความอันเป็นเท็จหรือปกปิดข้อเท็จจริงที่ควรแจ้งให้ทราบ และมีพฤติการณ์อันควรเชื่อได้ว่ามีเจตนาไม่แสดงที่มาแห่งทรัพย์สินหรือหนี้สิน