xs
xsm
sm
md
lg

ฟอกขาว AI passport ปลัด DE สุดแถ ไม่รู้มีฮั้ว โชว์เป็น ขรก.สีน้ำเงิน!?

เผยแพร่:   ปรับปรุง:



เปิดโรงลิเกฟอกขาว AI Passport งบพันล้าน ปลัดดีอีแถสุดตัวปมฮั้วประมูล อ้างไม่รู้เพราะไม่ได้ทำต่อหน้า หลังถูกจับโป๊ะว่าจัดประชาพิจารณ์หลังเซ็นสัญญาไปแล้ว

งานประขาพิจารณ์ TH-AI Passport Forum จัดโดยกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม หรือดีอี มีสภาพเหมือนโรงลิเก แบบว่าเป็นเหมือนการแหกตาสาธารณชนอย่างอุกอาจ

งานนี้เป็นปาหี่ดีๆนั่นเองจัดไปก็เท่านั้นเพราะทางดีอี ยืนยันว่า ถึงอย่างไร โครงการแจก AI จำนวน 5 ล้านคน งบฯ 1,621 ล้านบาท ก็ต้องเดินหน้าต่อไป ไม่มีทางล้ม

อ้างถึงสัญญาที่เซ็นไปเรียบร้อยแล้ว ตั้งแต่เดือนเมษายนที่ผ่านมา ทำให้ไม่สามารถยกเลิกสัญญาได้

เช่นเดียวกับตัว TOR หรือขอบข่ายงาน ก็ยืนยันว่าออกแบบมาดีแล้ว ไม่สามารถแก้ไขได้ อ้างว่ามีความโปร่งใสตามหลักเกณฑ์ราชการ

งานประชาพิจารณ์นี้มันพิลึกตรงที่ ถ้าดีอี จะแจก AI อย่างโปร่งใส พร้อมให้ตรวจสอบ ก็ควรจะจัดประชาพิจารณ์ก่อนเซ็นสัญญา

ไม่ใช่เซ็นสัญญาไปแล้ว จวนจ่ายค่างวดให้ผู้ชนะประมูลแล้ว ค่อยมาประชาพิจารณ์พอเป็นพิธี ให้คนโห่ฮาว่าเป็นเวทีฟอกขาว หรือโรงลิเกไปเสียฉิบ

คนที่รำดาบโดดเด่นที่สุดในงานประชาพิจารณ์นี้ ต้องยกให้นายพชร อนันตศิลป์ ปลัดดีอี เวลาถูกใครคว้าไมค์ตั้งคำถามถึงพิรุธต่างๆ ของโครงการ ก็เน้นต่อปากต่อคำอย่างดุเดือด แบบว่าสู้มือดีแท้

บทบาทเด่นๆ ของนายพชร อยู่ในสายตาของเจ้ากระทรวง นายไชยชนก ชิดชอบ ที่มายืนฟังอยู่ข้างล่างด้วย เป็นไปได้ว่ารัฐมนตรีคงติว adapt adopt ปลัดมาอย่างดี

พอโดนถาม มีการฮั้วประมูลหรือไม่? นายพชร ตอบหน้าตาเฉยว่า “เราตอบไม่ได้ว่ามีการฮั้วหรือไม่ เพราะเขาไม่ได้มาฮั้วต่อหน้าเรา”

คือลีลาตรรกะแบบนี้ของปลัดดีอี ใช้ได้ก็แค่ในห้องงานจัดฉากนี้เท่านั้นแหละ ในอนาคต หากโครงการนี้บานปลายไปถึง ปปช. หรือศาล นายพชรอย่าไปตอบแบบนี้เชียวนะ มันจะไม่ดีกับตัวเอง

อีกประเด็นหนึ่ง ที่คนนินทากันขรม กระทรวงดีอี เหมือนจะมีการเกณฑ์คนให้มาฟัง โดยนายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร ตัวแทนจากพรรคประชาชน ที่ไปร่วมสังเกตการณ์ด้วย มองเห็นถึงความไม่ปกตินี้

เด็กๆ ที่มา ไม่สนใจฟังอะไร เอาแต่ก้มหน้าก้มตาเล่นเกม นอกนั้นก็เป็นคนแก่ ฟังไปตาลอยไป คงไม่ค่อยเข้าใจประเด็น

อย่างไรก็ตาม ใช่ว่าการตรวจสอบโครงการ จะไร้ประโยชน์ไปหมด เพราะปลัดดีอี บอกว่า จะทำสัญญาแนบท้าย TOR

จากสัญญาเดิม รัฐจะเหมาจ่ายรวดเดียว 5 ล้านคนไปเลย ซึ่งเหล่าเซียน AI มองว่า ตรงนี้แหละ คือการชงผลประโยชน์ให้บริษัทผู้ชนะประมูล อาจฟันกำไรเกินพันล้าน จากงบ 1,600 ล้านบาท

ลองมีกำไรที่อู้ฟู่ขนาดนี้ ก็คาดเดาได้เลยว่า จะมีเงินทอนกลับไปสู่เจ้าของโปรเจกต์ อู้ฟู่เช่นกัน

แต่ครั้งนี้ ปลัดดีอียอมถอยทางเทคนิค อ้างว่าในเมื่อยกเลิกสัญญาไม่ได้ แก้ TOR ก็ไม่ได้ เพราะฉะนั้น ใช้วิธีทำสัญญาแนบท้าย TOR ก็แล้วกัน

เปลี่ยนจากระบบเหมาจ่าย 5 ล้านคน เป็นระบบจ่ายตามการใช้งานจริง นับตาม Token ที่ใช้จริง

พูดง่ายๆ ดีอี เรียกร้องให้บริษัทยอมเฉือนกำไรลง เพื่อลดกระแสต้านโครงการลงบ้าง

แต่การที่โครงการแจก AI มีพิรุธมาแต่ต้น ภาพความคุ้มค่าก็ดูยังไม่ชัดเจน รวมไปถึงกรรมเก่าของนักการเมืองรุ่นใหม่ อย่างนายไชยชนก ชิดชอบ ที่ติดตัวมาแต่เกิด

TH-Ai Passport จะยังต้องถูกตรวจสอบอย่างเข้มข้นต่อไป คงไม่จบแค่โรงลิเกเก็บฉาก