รัฐบาล 22 ประเทศ รวมถึงสหรัฐอเมริกาและประเทศในยุโรป ได้ออกคำแถลงร่วมเตือนอิหร่านให้ยุติการโจมตีประชาชนผู้เห็นต่าง "บนแผ่นดินของพวกเรา"
หน่วยงานความมั่นคงของอิหร่านถูกประณามสำหรับการใช้แก๊งอาชญากรทั้งในระดับนานาชาติและระดับท้องถิ่นในการวางแผนก่อการร้ายในยุโรป อเมริกาเหนือ และออสเตรเลีย ซึ่งเป็นการกระทำที่ "น่ารังเกียจ"
“ความพยายามที่จะสังหาร ลักพาตัว ข่มขู่ คุกคาม หรือโจมตีผู้คนบนแผ่นดินของเรา เป็นการบ่อนทำลายอธิปไตยของชาติและบรรทัดฐานระหว่างประเทศ การกระทำเหล่านี้ต้องยุติลงทันที” ถ้อยแถลงร่วมของประเทศเหล่านี้ระบุ
คำแถลงชี้ว่า หน่วยข่าวกรองของกองกำลังพิทักษ์ปฏิวัติอิสลามแห่งอิหร่าน (IRGC) และหน่วยปฏิบัติการต่างประเทศของกองกำลังพิทักษ์ปฏิวัติอิสลาม หรือกองกำลังคุดส์ ได้มีส่วนร่วมใน “การวางแผนสังหารและการกระทำที่เป็นอันตราย” ต่อชาวอิหร่านผู้เห็นต่างทางการเมือง นักข่าว ตลอดจนชุมชนและผลประโยชน์ของชาวยิวและอิสราเอล
“เรารวมใจเป็นหนึ่งเดียวในการปกป้องประเทศและประชาชนของเราจากภัยคุกคามเหล่านี้ สาธารณรัฐอิสลามอิหร่านต้องยุติการกระทำเหล่านี้ในทันที”
ประเทศเหล่านี้ยังกล่าวหาอิหร่านว่าเป็นผู้อยู่เบื้องหลังการโจมตีทั่วยุโรปที่มุ่งเป้าไปที่ชุมชนชาวยิว นักข่าวชาวอิหร่าน และนักข่าวชาวอเมริกัน ซึ่งกลุ่มฮารากัต อาชาบ อัล-ยามิน อัล-อิสลามิยา (Harakat Ashab al-Yamin al-Islamiya - HAYI) ที่เชื่อมโยงกับอิหร่านได้ออกมาอ้างความรับผิดชอบ
กลุ่มดังกล่าวซึ่งชื่อมีความหมายว่า “ขบวนการอิสลามแห่งผู้คนมือขวา” ได้ออกมาอ้างความรับผิดชอบต่อการโจมตีชุมชนชาวยิวในสหราชอาณาจักร เบลเยียม และเนเธอร์แลนด์
มีรายงานว่ากลุ่ม HAYI อ้างว่าเป็นผู้รับผิดชอบต่อเหตุการณ์แทงชายชาวยิวสองคน และการวางเพลิงโจมตีโบสถ์ยิวและสถานที่ชุมชนหลายแห่งในลอนดอนเหนือในช่วงไม่กี่เดือนที่ผ่านมา
ออสเตรเลียขับไล่เอกอัครราชทูตอิหร่านประจำออสเตรเลียเมื่อเดือน ส.ค. ปีที่แล้ว โดยกล่าวหาว่าเตหะรานเป็นผู้บงการเหตุการณ์ต่อต้านชาวยิวอย่างน้อย 2 กรณี ได้แก่ การวางเพลิงโบสถ์ยิวในเมลเบิร์น และการเผาร้านกาแฟโคเชอร์ในซิดนีย์
แคนเบอร์รายังได้เรียกตัวเอกอัครราชทูตออสเตรเลียประจำอิหร่านกลับประเทศ และระงับการดำเนินงานของสถานทูตในเตหะรานด้วย
ในเดือน พ.ย. ออสเตรเลียประกาศให้กองกำลังพิทักษ์ปฏิวัติอิหร่านเป็นผู้ก่อการระดับรัฐที่สนับสนุนการก่อการร้าย โดยอธิบายการโจมตีที่ถูกกล่าวหาในออสเตรเลียว่าเป็น "การกระทำที่ก้าวร้าวอย่างไม่เคยปรากฏมาก่อนและอันตราย ซึ่งถูกบงการโดยชาติอื่นบนแผ่นดินออสเตรเลีย"
กระทรวงต่างประเทศอิหร่านแถลงในขณะนั้นว่า การตัดสินใจของออสเตรเลียเป็น "การกระทำที่ดูหมิ่นและไม่เป็นธรรม" ซึ่งละเมิดกฎและบรรทัดฐานระหว่างประเทศ
คำแถลงล่าสุดนี้ดังออกโดยแอลเบเนีย ออสเตรเลีย เบลเยียม สหราชอาณาจักร บัลแกเรีย แคนาดา สาธารณรัฐเช็ก เดนมาร์ก เอสโตเนีย ฝรั่งเศส ฟินแลนด์ เยอรมนี ไอร์แลนด์ ลัตเวีย ลิทัวเนีย เนเธอร์แลนด์ นิวซีแลนด์ มาซิโดเนียเหนือ นอร์เวย์ โปรตุเกส สวีเดน และสหรัฐอเมริกา
ที่มา: เอเอฟพี

