xs
xsm
sm
md
lg

'ทักษิณ' ปลดพันธนาการ รับใบบริสุทธิ์โดยสมบูรณ์ 'เพื่อไทย' เดินหน้าแก้ไข รธน.

เผยแพร่:   ปรับปรุง:



'ทักษิณ' พ้นโทษโดยสมบูรณ์ รับใบบริสุทธิ์หลังได้รับการอภัยโทษและถอดกำไลอีเอ็มแล้ว ขณะที่พรรคเพื่อไทยเดินหน้าเต็มกำลัง เตรียมยื่นร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับปรับปรุงใหม่ ตั้งเป้าเข้าสู่ที่ประชุมรัฐสภาต้นเดือนกรกฎาคมนี้

ณ เวลานี้ ถือได้ว่านายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ได้พ้นโทษอย่างเป็นทางการแล้ว และมีอิสรภาพโดยสมบูรณ์ โดยกรมราชทัณฑ์ ได้ออกเอกสารชี้แจงระบุว่า ตามที่กรมราชทัณฑ์ ได้รับความเห็นชอบจากคณะอนุกรรมการเพื่อพิจารณาวินิจฉัยการพักการลงโทษ ให้พักการลงโทษกรณีปกติ แก่ นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี และปล่อยตัวคุมประพฤติพร้อมติดตั้งอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ติดตามตัว (EM) จากเรือนจำกลางคลองเปรม เมื่อวันที่ 11 พฤษภาคม 2569 โดยมีกำหนดระยะเวลาคุมประพฤติรวม 4 เดือน 1 วัน และที่ผ่านมาได้ปฏิบัติตามเงื่อนไขการคุมประพฤติอย่างถูกต้องมาโดยตลอดนั้น

กรมราชทัณฑ์ขอเรียนว่า ได้มีประกาศพระราชกฤษฎีกาพระราชทานอภัยโทษ พ.ศ. 2569 มีผลใช้บังคับในวันที่ 3 มิถุนายน 2569 นายทักษิณฯ ซึ่งมีสถานะเป็น "ผู้ได้รับการปล่อยตัวคุมประพฤติ" ตามกฎหมายว่าด้วยราชทัณฑ์ และมิได้ปฏิบัติผิดเงื่อนไขแห่งการพักการลงโทษแต่ประการใด จึงเป็นผู้อยู่ในข่ายให้ได้รับพระราชทานอภัยโทษปล่อยตัวไปตามมาตรา 7 โดยมีลักษณะตามมาตรา 8 (2) (ฉ) คือเป็นผู้มีอายุไม่ต่ำกว่า 60 ปีบริบูรณ์ในวันที่พระราชกฤษฎีกานี้ใช้บังคับฯ ซึ่งมีโทษจำคุกตามกำหนดโทษที่จะได้รับต่อไปเหลืออยู่ไม่เกิน 3 ปี นับแต่วันที่พระราชกฤษฎีกานี้ใช้บังคับ

ทั้งนี้ เพื่อให้การปฏิบัติตามกฎหมายเป็นไปด้วยความถูกต้อง เรียบร้อย และโปร่งใสตามขั้นตอนทางกฎหมาย อาศัยอำนาจตามมาตรา 21 แห่งพระราชกฤษฎีกาพระราชทานอภัยโทษ พ.ศ.2569 คำสั่งกระทรวงยุติธรรม เรื่อง แต่งตั้งกรรมการทำหน้าที่ตรวจสอบผู้ซึ่งจะได้รับพระราชทานอภัยโทษ จึงมีมติให้นายทักษิณฯ ได้รับการปล่อยตัวคุมประพฤติตามกฎหมาย และกรมคุมประพฤติได้ดำเนินการถอดอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ติดตามตัว (EM) ตามขั้นตอนที่กฎหมายกำหนด โดยเรือนจำได้ดำเนินการออกหนังสือสำคัญการปล่อยตัว (รท.25) หรือใบบริสุทธิ์ให้แก่ นายทักษิณฯ เป็นที่เรียบร้อย

ดังนั้น นายทักษิณ ชินวัตร จึงมีสถานะเป็นบุคคลพ้นโทษโดยสมบูรณ์ตามกฎหมายว่าด้วยราชทัณฑ์ และสิ้นสุดการอยู่ภายใต้การควบคุมตามโทษทางอาญาและเงื่อนไขที่เกี่ยวข้องทั้งหมด เฉกเช่นเดียวกับผู้ได้รับการปล่อยตัวคุมประพฤติรายอื่นๆ ที่มีคุณสมบัติเข้าตามเกณฑ์ของพระราชกฤษฎีกาฉบับดังกล่าวทุกประการ

ขณะที่ นายประเสริฐ จันทรรวงทอง เลขาธิการพรรคเพื่อไทย เปิดเผยถึงผลการประชุมพรรคว่า พรรคเพื่อไทยยังคงเดินหน้าจะยื่นร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ โดยที่ประชุมประเมินสถานการณ์ตรงกันว่า เมื่อพรรคภูมิใจไทยและพรรคกล้าธรรมถอนชื่อจากร่างฉบับของพรรคเพื่อไทย ซึ่งความเห็นของสมาชิกรัฐสภาส่วนใหญ่ก็น่าจะเป็นไปในทิศทางเดียวกัน โดยที่นัยทางการเมืองที่เกิดขึ้นคือ ร่างของพรรคเพื่อไทยนี้อาจจะไม่ผ่านความเห็นชอบจากที่ประชุมรัฐสภาตั้งแต่วาระแรก

นายประเสริฐ กล่าวต่อไป พรรคเพื่อไทยจึงมีข้อสรุปว่า จะนำร่างเดิมมาปรับเนื้อหาในส่วนที่มาของ สสร. โดยนำแนวทางการได้มาของ สสร. ฉบับปี 2540 และความเห็นในชั้นกรรมาธิการแก้ไขรัฐธรรมนูญชุดที่แล้วมาพิจารณา เพื่อให้ สสร. ยึดโยงกับประชาชนให้มากที่สุด ยึดในหลักการประชาธิปไตย และมีโอกาสจะผ่านความเห็นชอบของรัฐสภา เพื่อพิจารณาในชั้นกรรมาธิการต่อไป

ทั้งนี้ ในส่วนของเนื้อหาของร่างรัฐธรรมนูญใหม่ที่มีการแก้ไข จะมีการแถลงให้ทุกท่านทราบอีกครั้งหลังการปรับแก้แล้วเสร็จ และหากจัดทำร่างเสร็จแล้วจะกลับไปขอเสียงจากสมาชิกรัฐสภาเพิ่มเติมหลังจากที่มีการแก้ไขแล้ว โดยเราจะประกาศร่างแก้ไขและเชิญชวนสมาชิกให้มาช่วยลงนาม โดยคาดว่าภายในสิ้นเดือนมิถุนายน ตัวร่างรัฐธรรมนูญจะแล้วเสร็จ คาดว่าจะนำร่างรัฐธรรมนูญบรรจุเข้าสู่ที่ประชุมรัฐสภา ในวันที่ 7-8 กรกฎาคมนี้