นายธีรพัฒน์ คัชมาตย์ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) เปิดเผยว่า ตามที่นายอนุทิน ชาญวีระกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ในฐานะผู้บัญชาการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ ได้สั่งการให้ทุกจังหวัดเตรียมพร้อมรับสถานการณ์อุทกภัยในช่วงฤดูฝน ปี 2569 ซึ่งปัจจุบันเริ่มมีฝนตกกระจายในหลายพื้นที่ กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ในฐานะกองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยกลาง จึงประสานทุกจังหวัดให้ติดตามเฝ้าระวังสภาพอากาศ สถานการณ์น้ำท่า และการบริหารจัดการน้ำ เพื่อวิเคราะห์และประเมินแนวโน้มการเกิดภัย หากคาดว่าสถานการณ์จะรุนแรงให้แจ้งเตือนประชาชนในทุกช่องทางอย่างถูกต้อง รวดเร็ว และทั่วถึง พร้อมทั้งประชาสัมพันธ์ให้ทราบแนวทางการปฏิบัติตนให้ปลอดภัย ข้อมูลการขอรับความช่วยเหลือและมาตรการของภาครัฐในการดูแลประชาชน พร้อมตรวจสอบพื้นที่ปลอดภัยสำหรับจัดตั้งศูนย์พักพิงชั่วคราว และจัดเตรียมสิ่งสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐาน เพื่ออำนวยความสะดวกให้แก่ประชาชนให้เพียงพอ
สำหรับพื้นที่เสี่ยงติดชายฝั่งทะเล ให้บูรณาการร่วมกับหน่วยงานที่กำกับดูแลด้านการคมนาคมและการท่องเที่ยวให้กำหนดมาตรการความปลอดภัยอย่างเข้มงวด โดยให้นำเรือเข้าที่กำบัง และประกาศงดเดินเรือในช่วงที่มีคลื่นลมแรงและคลื่นสูงและดำเนินการทางกฎหมายหากมีการฝ่าฝืน ส่วนจังหวัดที่มีสถานที่ท่องเที่ยวทางธรรรมชาติที่มีความเสี่ยงที่จะเกิดภัย อาทิ ถ้ำ น้ำตก ถ้ำลอด ให้พิจารณาประกาศแจ้งเตือน ปิดกั้นและห้ามเข้าพื้นที่โดยเด็ดขาด พร้อมจัดเจ้าหน้าที่เฝ้าระวังพื้นที่เสี่ยงภัย ตลอด 24 ชั่วโมง
"การปฏิบัติงานในพื้นที่นั้น ขอศูนย์บัญชาการเหตุการณ์อำเภอ ศูนย์ปฏิบัติการฉุกเฉินท้องถิ่น และหน่วยงานตามแผนเผชิญเหตุอุทกภัยจังหวัดจัดเตรียมกำลังพล และเครื่องจักรกลสาธารณภัย เพื่อรองรับการอพยพประชาชนให้มีความพร้อมตลอด 24 ชั่วโมง และจัดระบบสื่อสารระหว่างหน่วยงานภาครัฐ หน่วยทหาร องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เอกชน และภาคีเครือข่ายให้มีความพร้อมใช้งานในภาวะวิกฤต โดยเฉพาะในพื้นที่ที่มักเกิดปัญหาอุปสรรคในการสื่อสาร พร้อมเฝ้าระวังพื้นที่ชุมชน พื้นที่สำคัญต่างๆ โดยจัดเจ้าหน้าที่และเครื่องจักรกลฯ เช่น เครื่องสูบน้ำ เรือท้องแบน ไว้ประจำการล่วงหน้า หากไม่เพียงพอให้ร้องขอการสนับสนุนมายังศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยเขต และหน่วยทหารในพื้นที่ทันที พร้อมประสานฝ่ายปกครอง หน่วยทหาร องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นให้ความช่วยเหลือด้านการดำรงชีพแก่ประชาชนที่ประสบภัยตามวงรอบอย่างต่อเนื่อง ที่สำคัญให้ระบายน้ำและพร่องน้ำออกจากแหล่งน้ำต่าง ๆ โดยใช้ข้อมูลทางวิชาการและข้อมูลจากหน่วยบริหารจัดการน้ำมาประกอบการแก้ไขให้สอดคล้องกับสถานการณ์ในพื้นที่ และให้ศูนย์ข้อมูลประชาสัมพันธ์ร่วม สื่อสารข้อมูลให้ประชาชนทราบผ่าน สื่อมวลชน สื่อสังคมออนไลน์ พร้อมติดตามความเดือดร้อนของประชาชน เพื่อให้แก้ไขปัญหาได้ทันท่วงที" นายธีรพัฒน์ อธิบดี ปภ. กล่าวทิ้งท้าย
ทั้งนี้ ขอให้ประชาชน ติดตามข่าวสารจากทางราชการอย่างต่อเนื่อง และปฏิบัติตามแนะนำหากได้รับการแจ้งเตือน โดยสามารถแจ้งเหตุขอความช่วยเหลือทางไลน์ "ปภ.รับแจ้งเหตุ1784" รวมถึงสายด่วนนิรภัย 1784 ตลอด 24 ชั่วโมง

