xs
xsm
sm
md
lg

เปิดโปง รถสแกมเมอร์ใช้เสาสัญญาณปลอมตระเวนส่ง SMS ดูดเงิน รู้ทันก่อนหมดตัว

เผยแพร่:   ปรับปรุง:



เปิดโปงหลักการทำงานเครื่องส่งสัญญาณสแกมเมอร์ที่มิจฉาชีพขับรถตระเวนแห่ย่านชุมชน อุปกรณ์ล้ำสมัยนี้ถูกเรียกเป็นเสาสัญญาณปลอม บางคันมีระบบส่ง SMS จำนวนมากภายในไม่กี่นาที ทำให้โทรศัพท์มือถือของผู้คนโดยรอบได้รับข้อความปลอมเหมือนธนาคาร หรือหน่วยงานรัฐแจ้งเตือนด่วน ให้กดลิงก์ยืนยันตัวตน หากใครหลงกลกดไป เงินในบัญชีอาจหายวับไปไม่ได้คืน

***2 แบบแสบสุดขีด

อุปกรณ์โทรคมนาคมที่มิจฉาชีพนำมาใช้เพื่อตัดสัญญาณมือถือจริงแล้วส่งข้อมูลหรือสายโทรศัพท์ปลอมไปหลอกลวงประชาชนในระยะประชิด ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจไซเบอร์และ กสทช. มีการตรวจพบและบุกทลายอุปกรณ์เหล่านี้อย่างต่อเนื่อง นั้นแบ่งออกเป็น 2 ประเภทหลัก คือ 1. เครื่องจำลองสถานีฐานปลอม (False Base Station) อุปกรณ์ชนิดนี้คือเสาสัญญาณมือถือแบบพกพา ที่มิจฉาชีพมักใส่ไว้ในรถยนต์ รถตู้ หรือแม้กระทั่งใส่เป้สะพายหลังเพื่อเดินตระเวนไปตามแหล่งชุมชน ห้างสรรพสินค้า หรือแหล่งท่องเที่ยวที่มีคนพลุกพล่าน

หลักการทำงานของอุปกรณ์นี้คือเครื่องจะปล่อยคลื่นสัญญาณที่แรงกว่าเสาสัญญาณจริงของค่ายมือถือ ส่งผลให้โทรศัพท์ของเหยื่อที่อยู่ในรัศมีประมาณ 2–3 กิโลเมตร หลุดจากเครือข่ายหลักชั่วคราวแล้วหันมาจับสัญญาณกับเครื่องปลอมนี้แทน

เมื่อเหยื่อเข้ามาต่อกับเสาปลอม มิจฉาชีพจะส่ง SMS ปลอมแนบลิงก์อันตราย (เช่น อ้างว่าเป็นธนาคาร, หน่วยงานรัฐ หรือค่ายมือถือแจกรางวัล) ตรงเข้ามือถือทันทีเพื่อหลอกให้กดลิงก์ ติดตั้งแอปดูดเงิน หรือขโมยข้อมูลส่วนตัว

ตัวอย่างอุปกรณ์แบบพกพา ที่มิจฉาชีพมักใส่ไว้ในรถยนต์
แบบที่ 2 คือเครื่องซิมบ็อกซ์ (SIM Box) อุปกรณ์ชิ้นนี้คือเครื่องแปลงสัญญาณโทรศัพท์แบบใส่ซิมการ์ดจำนวนมาก อาจมีจำนวนตั้งแต่ 32 ช่องขึ้นไปต่อเครื่อง มักถูกแอบนำไปติดตั้งไว้ตามห้องเช่า รีสอร์ต หรือบ้านพักชายแดนเพื่อหลบสายตาเจ้าหน้าที่

อุปกรณ์นี้ทำหน้าที่รับสัญญาณอินเทอร์เน็ตที่แก๊งคอลเซ็นเตอร์โทรมาจากต่างประเทศ แล้วแปลงเป็นสัญญาณโทรศัพท์ผ่านซิมการ์ดในไทย ช่วยให้อำพรางระบบเบอร์โทรศัพท์ เมื่อเหยื่อรับสายจะขึ้นเป็น เบอร์โทรศัพท์พื้นฐานหรือเบอร์มือถือภายในประเทศ เช่น +66 หรือ 08X-XXX-XXXX ทำให้เหยื่อหลงเชื่อยอมคุยด้วย และยากต่อการสืบหาต้นตอเพราะพิกัดเครื่องตั้งอยู่ในไทย

ลักษณะการต่อพ่วงของอุปกรณ์ในรถที่มีการจับกุม
ตัวอย่างการกวาดล้างเครื่องส่งสัญญาณของสแกมเมอร์ที่ชัดเจนคือในช่วงกลางปี 2568 ตำรวจบช.สอท. ร่วมกับวิศวกร AIS ออกปฏิบัติการ “Operation Pinklao” จับกุมสองหนุ่มไทยขับรถ Mazda และ Suzuki ตระเวนส่ง SMS ปลอมในกรุงเทพฯ พบของกลางเครื่องส่งสัญญาณปลอม ระบบส่งข้อความกว่า 10,000 ข้อความต่อวัน ผู้ต้องหาให้การว่าได้รับจ้างจาก “บอสชาวจีน” ค่าตอบแทนวันละหลายพันบาท เงินเดือนขับรถส่งลิงก์หลอกดูดข้อมูลและเงินจากบัญชีธนาคาร

ไม่นานหลังจากนั้น กรณีชาวจีนสองรายขับรถ BYD สีขาว ถูกสกัดที่ตลาดดาวคะนอง ภายในรถพบ False Base Station แบตเตอรี่ในตัว และโทรศัพท์หลายเครื่อง อุปกรณ์นี้ทำหน้าที่เป็นหอคอยสัญญาณปลอม รบกวนให้สัญญาณจริงของผู้ให้บริการอ่อนแอ แล้วแทรก SMS หลอกลวงเข้าไปโดยตรง



คดีคล้ายกันยังเกิดขึ้นซ้ำๆ ทั้งในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัด เช่น การใช้เครื่องส่งสัญญาณพกพา ดักข้อมูลในพื้นที่ชุมชนหนาแน่น ซึ่งจากคำให้การของผู้ต้องหาไทยหลายราย พบว่าส่วนใหญ่เป็นเพียง “คนขับรถ” ได้รับการจ้างวานจากบอสต่างชาติ ซึ่งผู้เชี่ยวชาญและตำรวจได้แนะนำวิธีป้องกันตัว ไม่ให้เป็นเหยื่อ คือการปิดระบบ 2G บนโทรศัพท์ เนื่องจากสแกมเมอร์มักใช้ช่องโหว่ของเทคโนโลยีเก่าซึ่งอาจมีซ่อนอยู่

นอกจากปิด 2G คือการไม่กดลิงก์จาก SMS ที่ไม่คาดคิด ซึ่งแม้ดูเหมือนจากธนาคาร ก็ควรโทรตรวจสอบเบอร์อย่างเป็นทางการก่อนดำเนินการใดๆ ที่สำคัญ คือการใช้แอปธนาคารที่มีระบบยืนยัน 2 ชั้น (2FA) และเปิดแจ้งเตือนธุรกรรมเรียลไทม์เพื่อป้องกันไว้ก่อน

ในอีกด้าน ควรหลีกเลี่ยงการใช้ Wi-Fi สาธารณะหรือพื้นที่ที่มีสัญญาณอ่อนโดยไม่จำเป็นด้วย

สรุปแล้ว ผู้ใช้ควรสังเกตความผิดปกติของสัญญาณ โดยหากเดินอยู่ในห้างหรือชุมชนแล้วจู่ๆ สัญญาณมือถือลดฮวบหรือใช้อินเทอร์เน็ตไม่ได้ชั่วคราว จากนั้นมี SMS แนบลิงก์เด้งเข้ามาทันที ให้สงสัยไว้ก่อนว่าอาจมีเครื่องส่งสัญญาณปลอมอยู่ใกล้ๆ ก็ได้.