xs
xsm
sm
md
lg

ประจานให้โลกรู้! สื่อนอกแฉเขมรการละครอ้างปราบสำเร็จ แต่ความจริงพบศูนย์สแกมโผล่เพิ่มอีกกว่าครึ่งร้อย

เผยแพร่:   ปรับปรุง:



กัมพูชาล้มเหลวในการขุดรากถอนโคนศูนย์หลอกลวงส่วนใหญ่ในอุตสาหกรรมสแกมออนไลน์ของพวกเขา แม้อวดอ้างปราบปรามมานานกว่า 1 ปี ที่พวกเจ้าหน้าที่คุยโวว่าจะช่วยกำจัดอุตสาหกรรมที่ผิดกฎหมายนี้ให้หมดไป สำนักข่าวบลูมเบิร์กรายงานในวันจันทร์(7มิ.ย.) อ้างอิงรายงานขององค์การนิรโทษกรรมสากล ที่สวนทางกับคำกล่าวอ้างความสำเร็จของทางการเขมร

กลุ่มสิทธิมนุษยชนที่มีสำนักงานใหญ่ในลอนดอน ระบุว่า จนถึงเดือนเมษายน พวกเขาตรวจพบเขตล้อมรั้วสแกม 86 แห่ง ปฏิบัติการอยู่ทั่วกัมพูชา เพิ่มขึ้นจาก 53 แห่งของหนึ่งปีก่อนหน้านี้ และพบหลักฐานว่ารัฐเข้าแทรกแซงที่ตั้งสแกมเพียง 24 แห่ง ระหว่างยุทธการปราบปรามของรัฐบาล สวนทางกับถ้อยแถลงต่างๆนาของพวกเจ้าหน้าที่ ที่อ้างว่าทางการได้จัดการกับศูนย์สแกมไปแล้วมากกว่า 250 แห่งทั่วประเทศ

รายงานของบลูมเบิร์ก ระบุว่าผลการค้นพบดังกล่าวก่อความสงสัยต่อคำกล่าวอ้างของรัฐบาลกัมพูชา ที่บอกว่าอุตสาหกรรมนี้อ่อนแอลงไปอย่างมากแล้ว โดย ไชย สินะฤทธิ์ (Chhay Sinarith) รัฐมนตรีอาวุโส เคยให้สัมภาษณ์กับบลูมเบิร์กเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ ว่ากิจกรรมสแกมออนไลน์ลดลงกว่าครึ่ง และปัญหาจะคลี่คลายภายในเดือนเมษายน ต่อมาเจ้าหน้าที่รายงานว่าได้มีการจับกุม ดำเนินคดีและเนรเทศ ผู้ที่เกี่ยวข้องในอุตสาหกรรมนี้หลายพันคน ส่วนหนึ่งในการปราบปราม

"การปราบปรามของกัมพูชาล้มเหลวในขอบเขตสำคัญๆ ทั้งในแง่การสืบสวนและปิดเขตล้อมรั้วสแกมที่รู้จักกันดีบางแห่งที่มีอยู่ทั่วประเทศ รวมถึงล้มเหลวในการปกป้องและช่วยเหลือเหยื่อที่หลบหนีออกมา" องค์การนิรโทษกรรมสากลกล่าวในรายงาน ที่เผยแพร่ในวันจันทร์(8มิ.ย.)

ความพยายามนี้เป็นการเล็งเป้าเล่นงานอุตสาหกรรมฉ้อโกงทางไซเบอร์ ที่เปลี่ยนหลายพื้นที่ของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ให้กลายเป็นศูนย์กลางสแกมออนไลน์ ที่ก่อรายได้หลายพันล้านดอลลาร์ในแต่ละปี กัมพูชา เช่นเดียวกับพม่าและลาว กลายเป็นศูนย์กลางสำหรับเขตล้อมรั้วสแกม ที่บ่อยครั้งพวกคนงานเหยื่อค้ามนุษย์ถูกบังคับให้ดำเนินการฉ้อโกง หลอกลวงเหยื่อทั่วโลก

จูเลีย ดิคสัน นักวิจัยด้านโครงการข่าวกรอง ความมั่นคงแห่งชาติและเทคโนโลยี ณ ศูนย์เพื่อการศึกษาเชิงกลยุทธ์และระหว่างประเทศ (CSIS) กล่าวกับบลูมเบิร์ก "เรายังคงเข้าใจว่าการปราบปรามส่วนใหญ่ของพวกเขานั้น เป็นเพียงแค่การแสดงผลงาน บางทีพวกเขาอาจแจ้งเตือนบุคคลสำคัญๆที่อยู่ภายในศูนย์สแกมก่อน แล้วถึงปฏิบัติการจู่โจม ดังนั้นพวกเขาจึงไม่ได้จัดการกับพวกตัวละครสำคัญๆอย่างแท้จริง"

"เราพบเห็นความเคลื่อนไหวต่างๆนานามากมายภายในกัมพูชา บางทีอาจมีการเปลี่ยนจากเขตล้อมรั้วขนาดใหญ่ตามแนวเขตชายแดน ไปเป็นเขตล้อมรั้วขนาดเล็กภายในพื้นที่เขตเมือง ซึ่งยากจะแกะรอยติดตาม หรือไม่ก็แค่ย้ายไปที่อื่นเฉยๆ" ดิคสันกล่าว

ขณะที่องค์การนิรโทษกรรมสากลยอมรับว่ามีคนหลายพันรายสามารถหลบหนีและได้รับการปล่อยตัวระหว่างยุทธการปราบปราม แต่หลังจากนั้น จำนวนมากในนั้นได้รับการปฏิบัติในฐานะผู้กระทำผิดเกี่ยวกับการเข้าเมืองมากกว่าที่จะได้รับการปฏิบัติในฐานะเหยื่อ ทางกลุ่มเล่าต่อว่าบ่อยครั้งที่พวกผู้รอดชีวิตต้องไปพึ่งองค์กรการกุศลทั้งหลาย ชาวบ้านท้องถิ่นหรือสถานทูตต่างชาติ สำหรับการมีอาหารประทังชีวิต มีที่พักพิงและขอความช่วยเหลือในการเดินทางออกนอกประเทศ

นายกรัฐมนตรีฮุน มาเนต เปิดปฏิบัติการปราบปรามทั่วประเทศในเดือนกรกฏาคมปีก่อน ให้คำจำกัดความเครือข่ายสแกม ว่าเป็นภัยคุกคามต่อเศรษฐกิจที่ถูกกฎหมายของกัมพูชา องค์กรนิรโทษกรรมสากลบอกว่าความพยายามดังกล่าวก่อผลลัพธ์อยู่บ้าง แต่สุดท้ายก็ลงเอยด้วยความล้มเหลวอย่างเป็นระบบ ขาดการสืบสวนที่เพียงพอและปราศจากการคุ้มครองผู้เสียหายที่อ่อนแอ เปิดทางให้อุตสาหกรรมผิดกฎหมายนี้อยู่รอดปลอดภัย

นอกจากนี้แล้วบลูมเบิร์กรายงานด้วยว่ายังพบเห็นสัญญาณว่าผู้คนบางส่วนที่หลบหนีหรือได้รับการปล่อยตัวออกมาจากเขตล้อมรั้ว ถูกค้ามนุษย์อยู่ภายในกัมพูชาต่ออีกรอบ โดย ดิคสัน กล่าววา "คุณพบเห็นผู้คนไหลบ่าอยู่บนท้องถนนในกัมพูชาตอนที่ปฏิบัติการจู่โจมเกิดขึ้น คนเหล่านี้ทั้งหมดไม่มีที่ให้ไป พวกเขาไม่มีหนทางให้กลับบ้าน ดังนั้นสุดท้ายแล้ว บางครั้งด้วยความตั้งใจ บางครั้งโดยไม่ตั้งใจ พวกเขาก็ลงเอยด้วยการไปอยู่ในเขตล้อมรั้วอีกแห่ง"

สเตฟาน บารูด์ นักวิเคราะห์ข่าวกรองอาชญากรรม ในแผนกป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์และการลักลอบขนคนเข้าเมือง ของอินเตอร์โพล ในเมืองลียง ประเทศฝรั่งเศส กล่าวว่าพบเห็นสัญญาณว่าบรรดาเขตล้อมรั้วสแกมของกัมพูชา กำลังแตกแขนงออกเป็นปฏิบัติการย่อยๆ ในนั้นรวมถึงอยู่ตามพื้นที่ชุมชน

"การปราบปรามนำไปสู่จุดจบจริงไหม? ดูเหมือนมันจะไม่เป็นเช่นนั้น" เธอกล่าว "ศูนย์สแกมยังคงมีอยู่ทั่ว พวกมันไปโผล่ในพื้นที่อื่นๆ การปิดศูนย์สแกมไม่ได้หมายความว่าจะสามารถรื้อถอนโครงสร้างพื้นฐานที่อยู่เบื้องหลังด้วยเสมอไป มีความเสี่ยงตกเป็นเหยื่อซ้ำและถูกค้ามนุษย์อีกรอบ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในบริบทของการปราบปรามแบบนี้" บลูมเบิร์กรายงานปิดท้าย

(ที่มา:บลูมเบิร์ก)