xs
xsm
sm
md
lg

'กต.' ย้ำยึดหลักกติกาสากล แก้ปัญหาพิพาท 'กัมพูชา' พร้อมปกป้องประโยชน์ชาติ

เผยแพร่:   ปรับปรุง:



กต.ตั้งรับเกมกัมพูชาปมพื้นที่ทับซ้อน ย้ำไทยยึดกติกาสากล พร้อมเข้าสู่กระบวนการตามกฎหมายทะเล มั่นใจปกป้องผลประโยชน์ชาติได้เต็มที่

สถานการณ์ความขัดแย้งตามแนวชายแดนไทยกับกัมพูชา เริ่มปรากฎความตึงเครียดเป็นระยะ โดยเฉพาะการพยายามยั่วยุกจากฝ่ายกัมพูชา ซึ่งที่ผ่านมาทางการไทยยังคงท่าทีแข็งกร้าวในการพร้อมจะกลับมาฟื้นฟูความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ

ขณะเดียวกัน มีท่าทีล่าสุดจากนายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ แถลงกรณีกัมพูชาแจ้งการใช้การประนอมภาคบังคับภายใต้อนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยกฎหมายทะเล (United Nations Convention on the Law of the Sea: UNCLOS) โดยระบุว่า ไทยได้แจ้งฝ่ายกัมพูชามาโดยตลอดว่า การยกเลิกบันทึกความเข้าใจระหว่างไทยกับกัมพูชาว่าด้วยพื้นที่ที่ไทยและกัมพูชาอ้างสิทธิในไหล่ทวีปทับซ้อนกัน พ.ศ. 2544 (MOU 2544) มีความจำเป็นเพราะบันทึกความเข้าใจฯ ดังกล่าว ไม่สอดคล้องกับบริบทใหม่ และไทยมีเจตนาที่จะเริ่มต้นการหารือแบบใหม่ โดยที่ไม่ได้ยึดกับประเด็นที่ติดขัดจากการหารือแบบเดิม จึงต้องการเริ่มการหารือแบบใหม่ที่ตั้งอยู่บนพื้นฐานของกฎหมายระหว่างประเทศ และหลักการของอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยกฎหมายทะเล หรือ UNCLOS ซึ่งในขณะนี้ ทั้งสองประเทศต่างเป็นรัฐภาคีแล้ว

ประเทซไทยต้องการมุ่งหาแนวทางที่จะเดินหน้าต่อไปสู่ผลประโยชน์ร่วมกัน โดยคำนึงว่า การแก้ไขปัญหาโดยตรงระหว่างประเทศเพื่อนบ้าน คือหนทางที่ดีที่สุดที่จะบรรลุข้อยุติอย่างสร้างสรรค์ และที่เป็นที่ยอมรับร่วมกัน
อย่างไรก็ดี การตัดสินใจที่เร่งรีบของกัมพูชาในครั้งนี้ที่จะเริ่มกระบวนการประนอมภาคบังคับภายใต้ UNCLOS กลับสวนทางกับสิ่งที่กัมพูชาเรียกร้องมาโดยตลอดว่าต้องการให้มีการฟื้นฟูความสัมพันธ์ทวิภาคี และการหารือในกรอบต่าง ๆ รวมถึงประเด็นเขตแดนทางบก จึงควรจะคำนึงถึงผลกระทบที่อาจตามมาและทำให้สิ่งที่กัมพูชาเรียกร้องมาโดยตลอดจะต้องสะดุดหรือหยุดชะงักลง

ประเทศไทยมีความพร้อมในการดำเนินการต่าง ๆ ตาม UNCLOS โดยคำนึงถึงผลประโยชน์สูงสุดของประเทศเป็นสำคัญ โดยรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศมีกำหนดพบหารือกับที่ปรึกษากฎหมายของไทย เพื่อเตรียมเสนอรายชื่อผู้ประนอม รวมถึงเตรียมการท่าทีต่าง ๆ ซึ่งเป็นสิ่งที่ฝ่ายไทยได้คาดการณ์และเตรียมความพร้อมไว้ด้วยแล้ว โดยขอให้เชื่อมั่นว่า ประเทศไทยมีความพร้อมในการดำเนินการที่เกี่ยวข้อง และมั่นใจได้ว่าจะสามารถปกป้องผลประโยชน์ของประเทศได้อย่างเต็มที่

ขณะที่ กระทรวงการต่างประเทศเผยแพร่ข้อมูลผ่านเฟซบุ๊กอย่างเป็นทางการ พร้อมอินโฟกราฟิกให้ความรู้เกี่ยวกับ “การประนอมภาคบังคับ” (Compulsory Conciliation) ภายใต้อนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยกฎหมายทะเล ค.ศ. 1982 หรือ UNCLOS (United Nations Convention on the Law of the Sea 1982)

เนื้อหาดังกล่าวอธิบายขั้นตอนสำคัญของกระบวนการประนอมภาคบังคับ ซึ่งเป็นหนึ่งในกลไกระงับข้อพิพาทระหว่างรัฐภาคีภายใต้กรอบของ UNCLOS โดยเน้นย้ำถึงบทบาทและผลของกระบวนการดังกล่าว เพื่อสร้างความเข้าใจที่ถูกต้องแก่สาธารณชน

กระทรวงการต่างประเทศระบุว่า ผลการพิจารณาของคณะกรรมาธิการประนอม (Conciliation Commission) ไม่มีผลผูกพันทางกฎหมายต่อคู่พิพาท แตกต่างจากคำพิพากษาหรือคำชี้ขาดของศาลระหว่างประเทศหรืออนุญาโตตุลาการ อย่างไรก็ตาม แม้ผลการพิจารณาจะไม่มีสถานะบังคับใช้ทางกฎหมาย แต่รายงานของคณะกรรมาธิการประนอมฯ ถือว่ามีน้ำหนักทางการเมืองและส่งผลต่อภาพลักษณ์ของประเทศในเวทีระหว่างประเทศอย่างมีนัยสำคัญ