เชียงราย – ป้ายด่ารัฐบาลให้ปลดออกก่อน..เก็บตกเวทีประชุมถกทางแก้ปัญหามลพิษข้ามพรมแดนปกป้องน้ำกก-สาย-รวก-โขง ผู้ว่าฯบอกต้องให้เกียรติห้องประชุมอันศักดิ์สิทธิ์ ขณะที่นักวิชาการจวกรัฐเพิกเฉย อ้างแต่เกณฑ์มาตรฐาน ตรวจมาเป็นปีไม่มีคืบ-จีนปากหวานก้นเปรี้ยว บอกดื่มน้ำสายเดียวกัน แต่ขนสินแร่สนั่น ด้านทุนไทยไม่สนใจ
กรณีเครือข่ายประชาชนปกป้องแม่น้ำกก สาย รวก โขง สาละวิน ซึ่งมีทั้งคณะสงฆ์ นักวิชาการ ภาคประชาชน ฯลฯ จัดขบวนธรรมยาตราเดินเท้าจาก ต.ท่าตอน อ.แม่อาย จ.เชียงใหม่ ตั้งแต่วันที่ 31 พ.ค.ไปประชุมหารือกับตัวแทนรัฐบาลที่ศาลากลาง จ.เชียงราย ในวันที่ 5 มิ.ย.ที่ผ่านมา ถึงแนวทางแก้ไขปัญหามลพิษจากเหมืองแร่เมียนปนเปื้อแม่น้ำสายสำคัญของไทย
ในห้องประชุมซึ่งมี พล.ต.ต.นันทชาติ ศุภมงคล ผู้ช่วย รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม นายชูชีพ พงษ์ไชย ผู้ว่าฯเชียงราย และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ร่วมหารือกับตัวแทนเครือข่ายฯ เช่น ครูเตือนใจ ดีเทศน์ อดีต ส.ว.เชียงราย ดร.สืบสกุล กิจนุกร นักวิชาการมหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง แสงระวี สุวีรการย์ จากมูลนิธิร่มโพธิ์ ฯลฯ
ซึ่งขณะประชุมหารือได้มีผู้นำป้ายใหญ่ที่มีข้อความว่า "รัฐบาลทำ..าอะไรอยู่" ไปขึงไว้ที่ผนังด้านหลังของห้องประชุมจนเห็นได้อย่างชัดเจน ผู้ว่าราชการ จ.เชียงราย ได้ขอให้ยุติการชูป้ายโดยให้เหตุผลว่า..ควรให้ความเคารพห้องประชุมอันศักดิ์สิทธิ์นี้ด้วย ทำให้ตัวแทนเครือข่ายฯ และภาคประชาชนได้นำป้ายดังกล่าวออกไปก่อนจะมีการประชุมหารือกันจนเสร็จสิ้น
ด้าน ดร.สืบสกุล เปิดเผยภายหลังการประชุมหารือว่าจนถึงปัจจุบันตนเห็นว่ารัฐบาลยังคงเพิกเฉยต่อปัญหา ทั้งๆ ที่แถลงต่อรัฐสภาไว้แล้ว แสดงว่ารัฐบาลกำลังปล่อยให้ประชาชนรับเอกสารโลหะหนักเข้าสู่ร่างกาย ส่วนการส่งผู้ช่วย รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม มาพบปะกับประชาชนคือการแก้ผ้าเอาหน้ารอดและตอบปัญหาอะไรไม่ได้สักอย่าง
ชาวบ้านที่ ต.ท่าตอน อ.แม่อาย ขอแหล่งน้ำใหม่เพื่อทดแทนแม่น้ำกกมานานถึง 9 เดือนก็ยังไม่มีปัญหาจัดการให้ได้นับประสาอะไรกับการแก้ไขปัญหาข้ามกระทรวงและการไปเจรจากับประเทศจีนและเมียนมา ล่าสุดรัฐบาลเร่งให้ประเทศไทยเข้าเป็นสมาชิก OECD (องค์การเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา ) แต่กลับปล่อยให้มีปัญหานี้จึงจะถูกตั้งคำถามอย่างหนักแน่นอน
ภาครัฐยังคงยึดติดการตรวจสารโลหะหนักรายครั้ง สนุกกับเกณฑ์มาตรฐาน ตรวจมาเป็นปียังบอกแนวโน้มปัญหาไม่ได้ อ้างขาดงบประมาณ เครื่องมือ และบุคลากรตลอด ไม่นำพาต่อปัญหาสารโลหะหนักสะสมในสิ่งแวดล้อม ห่วงโซ่อาหาร และสุขภาพ พอตรวจเจอสารโลหะหนักเกินเกณฑ์เมื่อไหร่ก็กล่าวโทษสารเคมีการเกษตรทันที ทั้งที่ไม่มีผลพิสูจน์จากห้องแลป ตนจึงขอย้ำว่าหากภาครัฐมีผลตรวจยืนยันว่าสารโลหะหนักทั้งหมดมาจากสารเคมีการเกษตร เราควรขอโทษจีนที่ทำเหมืองแร่ในเมียนมาและลาว
นักวิชาการยังระบุอีกว่าจีนยังคงปากหวานก้นเปรี้ยว พูดอย่างทำอย่าง วิสาหกิจจีนเข้าไปทำเหมืองแร่ในประเทศเมียนมา และ สปป.ลาว ทั้งทางตรงและทางอ้อม แต่กลับทำลายสภาพแวดล้อมของประเทศอื่น ยังมีหน้ามาบอกว่าเราดื่มสายน้ำเดียวกันอีก ส่วนภาคธุรกิจไทยยังคงทำกำไรจากการทำเหมืองแร่ในเมียนมา ไม่ต่างอะไรจากวิสาหกิจจีน นำเข้า-ส่งออกแร่แบบสบายๆ ทั้งบนดินและใต้ดิน โดยไม่นำพาต่อหลักการความรับผิดชอบของธุรกิจกับสิทธิมนุษยชนและสิ่งแวดล้อม เพื่อนบ้านจะเสียหายวายวอด เพื่อนร่วมชาติจะทุกข์ทรมาน ภาคธุรกิจไทยก็ไม่สนใจ.

