ตำรวจไซเบอร์ทลายแก๊งใช้สถานีฐานปลอมติดรถยนต์ ตระเวนส่ง SMS แอบอ้างเป็น AIS หลอกลวงประชาชนให้กดลิงก์ขโมยข้อมูล เตือนภัยไม่กดลิงก์จากข้อความที่ไม่น่าเชื่อถือ
วันที่ 5 มิถุนายน 2569 พล.ต.ต.กฤตัชญ์ บำรุงรัตนยศ ผู้บังคับการสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี 4 (ผบก.สอท.4) มอบหมายให้เจ้าหน้าที่ตำรวจ กองกำกับการ 1 (กก.1 บก.สอท.4) ร่วมกับ กองกำกับการวิเคราะห์ข่าวและเครื่องมือพิเศษ บก.สอท.4 และ ฝ่ายต่างประเทศ บช.สอท. เปิดปฏิบัติการสกัดจับขบวนการใช้เครื่องสถานีฐานจำลองโทรศัพท์เคลื่อนที่ (False Base Station) ส่งข้อความ SMS ปลอมหลอกลวงประชาชนในพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑล สามารถจับกุมผู้ต้องหาได้ 1 ราย พร้อมตรวจยึดอุปกรณ์โทรคมนาคมและสถานีฐานปลอมจำนวนมาก
การจับกุมครั้งนี้สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 1 มิถุนายน 2569 เจ้าหน้าที่ผู้เชี่ยวชาญของบริษัท AIS แจ้งข้อมูลต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจว่า มีผู้ใช้บริการได้รับข้อความ SMS แอบอ้างเป็น AIS โดยมีข้อความเชิญชวนรับรางวัลพร้อมแนบลิงก์ให้กดเข้าเว็บไซต์ ซึ่งไม่ใช่ข้อความที่ส่งจากระบบของผู้ให้บริการเครือข่ายจริง
เจ้าหน้าที่ กก.วิเคราะห์ข่าวและเครื่องมือพิเศษ บก.สอท.4 จึงร่วมกับวิศวกรของ AIS ตรวจสอบทางเทคนิค จนพบสัญญาณผิดปกติจากอุปกรณ์ที่มีลักษณะเป็น สถานีฐานโทรศัพท์เคลื่อนที่จำลอง (False Base Station) กระจายสัญญาณอยู่ในพื้นที่บริเวณซอยบางกระดี่ 28 แขวงแสมดำ เขตบางขุนเทียน กรุงเทพมหานคร
ต่อมาในวันที่ 5 มิถุนายน 2569 เวลาประมาณ 11.30 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจลงพื้นที่ติดตามสัญญาณและพบรถยนต์ต้องสงสัย ยี่ห้อฮอนด้า รุ่นซีวิค สีเทา จอดอยู่ในพื้นที่เป้าหมาย เมื่อตรวจสอบภายในรถพบอุปกรณ์โทรคมนาคมที่ใช้เป็นสถานีฐานปลอม จึงเข้าตรวจค้นและจับกุม นางสาว PHAVISETH KHONSAVANH อายุ 27 ปี สัญชาติลาว ไว้ได้
พฤติการณ์การกระทำผิด
ผู้ต้องหาใช้เครื่องสถานีฐานจำลองส่งสัญญาณโทรศัพท์ปลอมให้โทรศัพท์มือถือของประชาชนในบริเวณใกล้เคียงเชื่อมต่อกับอุปกรณ์ของคนร้าย จากนั้นส่งข้อความ SMS ปลอมแอบอ้างเป็นผู้ให้บริการเครือข่าย พร้อมแนบลิงก์หลอกลวงให้กดเข้าเว็บไซต์ปลอม เพื่อหลอกเอาข้อมูลส่วนบุคคล ข้อมูลทางการเงิน หรือข้อมูลบัตรเครดิตของประชาชน
ข้อกล่าวหา
เจ้าหน้าที่แจ้งข้อกล่าวหาในความผิดฐาน
* มีไว้ใช้ นำเข้า หรือนำออกซึ่งเครื่องวิทยุคมนาคมโดยไม่ได้รับอนุญาต
* ตั้งสถานีวิทยุคมนาคมโดยไม่ได้รับอนุญาต
* ใช้คลื่นความถี่เพื่อประกอบกิจการโทรคมนาคมโดยไม่ได้รับอนุญาต
* พยายามฉ้อโกงประชาชน
* นำข้อมูลอันเป็นเท็จเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์อันอาจก่อให้เกิดความเสียหายแก่ประชาชน
* ครอบครองหรือใช้เครื่องวิทยุคมนาคมโดยมิชอบ ตามกฎหมายวิทยุคมนาคมและกฎหมายที่เกี่ยวข้อง
ของกลางที่ตรวจยึด
* เครื่องสถานีฐานโทรศัพท์เคลื่อนที่จำลอง (False Base Station)
* อุปกรณ์ส่งสัญญาณโทรคมนาคมและอุปกรณ์เครือข่าย
* โทรศัพท์มือถือและอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ที่ใช้ในการกระทำความผิด
* รถยนต์ฮอนด้า ซีวิค สีเทา ใช้เป็นฐานปฏิบัติการเคลื่อนที่
* อุปกรณ์จัดการระบบส่ง SMS และอุปกรณ์เชื่อมต่อเครือข่ายที่เกี่ยวข้อง
พล.ต.ต.กฤตัชญ์ บำรุงรัตนยศ ผบก.สอท.4 กล่าวว่า ปัจจุบันกลุ่มมิจฉาชีพมีการปรับเปลี่ยนรูปแบบการก่อเหตุ โดยใช้เทคโนโลยีสถานีฐานปลอมเพื่อส่งข้อความหลอกลวงโดยตรงถึงโทรศัพท์มือถือของประชาชน ทำให้ข้อความปรากฏในลักษณะคล้ายส่งมาจากหน่วยงานหรือผู้ให้บริการที่น่าเชื่อถือ จึงขอเตือนประชาชนไม่กดลิงก์จาก SMS ที่ไม่ทราบแหล่งที่มา และไม่กรอกข้อมูลส่วนบุคคลหรือข้อมูลทางการเงินผ่านเว็บไซต์ที่ไม่ได้รับการยืนยันความถูกต้อง หากพบเหตุผิดปกติสามารถแจ้งเบาะแสหรือขอคำปรึกษาได้ที่สายด่วนตำรวจไซเบอร์ 1441 ตลอด 24 ชั่วโมง.

