xs
xsm
sm
md
lg

รีพับลิกันแตกแถวหนุนญัตติเดโมแครต สั่งทรัมป์ยุติสงครามในตะวันออกกลาง

เผยแพร่:   ปรับปรุง:



ส.ส.รีพับลิกัน 4 คนแตกแถวร่วมโหวตฝั่งเดียวกับเดโมแครตเห็นชอบให้ยุติสงครามกับอิหร่าน นับเป็นการพ่ายแพ้ทางการเมืองครั้งสำคัญของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ซึ่งแม้มีผลในเชิงสัญลักษณ์เท่านั้น แต่สะท้อนว่า สมาชิกในพรรคของเขาจำนวนมากขึ้นกังวลกับความขัดแย้งในตะวันออกกลางที่ยังคงลากยาวยืดเยื้อจนเข้าเดือนที่ 4 ขณะเดียวกันในอีกด้านหนึ่ง ผู้นำสหรัฐฯกล่าวยอมรับ เขาได้สบถใส่เนทันยาฮูว่า “บ้า” จริงตามที่หลายสื่อรายงานข่าว

สภาผู้แทนราษฎรสหรัฐฯ ลงมติเมื่อวันพุธ (3 มิ.ย.) ด้วยคะแนน 215 ต่อ 208 เสียง อนุมัติญัตติว่าด้วยอำนาจการทำสงคราม ซึ่งกำหนดให้ ทรัมป์ ยุติการทำศึกกับอิหร่าน เว้นแต่รัฐสภาจะเป็นผู้ประกาศสงครามและอนุมัติการใช้กำลังทหาร

การลงมติคราวนี้ถือเป็นความพ่ายแพ้ในรัฐสภาครั้งล่าสุดของทรัมป์ แม้พรรครีพับลิกันของเขาครองเสียงข้างมากอยู่ในทั้งสองสภาก็ตาม

เห็นกันว่าการโหวตของสภาล่างคราวนี้เป็นเพียงความเคลื่อนไหวเชิงสัญลักษณ์ มากกว่าจะส่งผลจริงจัง เนื่องจากญัตตินี้ยังต้องผ่านความเห็นชอบจากวุฒิสภา โดยหากมีการแปรญัตติแก้ไข ก็จะต้องย้อนกลับมาให้สภาล่างโหวตอีก จนกระทั่งสองสภาผ่านญัตติซึ่งมีข้อความตรงกัน จึงจะสามารถส่งต่อไปให้ประธานาธิบดีลงนามบังคับใช้ ถึงตอนนั้นทรัมป์ยังสามารถใช้สิทธิ์ยับยั้ง ซึ่งทั้งสองสภาต้องมีเสียงเกินสองในสาม จึงจะสามารถลบล้างการยับยั้งของประธานาธิบดีได้

กระนั้น ความเคลื่อนไหวนี้ยังคงสะท้อนให้เห็นความกังวลของสมาชิกรีพับลิกันเกี่ยวกับแนวทางการจัดการการสู้รบขัดแย้งในตะวันออกกลางของทรัมป์ และยังเป็นครั้งแรกที่สมาชิกรีพับลิกันบางคนร่วมมือกับเดโมแครตจำกัดอำนาจการทำสงครามของประธานาธิบดี หลังจากความพยายาม 3 ครั้งในสภาล่างก่อนหน้านี้ประสบความล้มเหลว

ตัวทรัมป์เองกล่าวในตอนเช้าวันพฤหัสฯ (4) เรียกผลการโหวตของสภาล่างครั้งนี้ว่า เป็นการไม่รักชาติ ซึ่งกระทำกัน “ในช่วงระหว่างที่ผมดำเนินการเจรจาขั้นสุดท้ายเพื่อยุติสงครามกับสาธารณรัฐอิสลามอิหร่าน” ในโพสต์ทางโซเชียลมีเดียของเขา ทรัมป์ยังโจมตี ส.ส.รีพับลิกันซึ่งโหวตหนุนเดโมแครตในประเด็นนี้ว่า ควรที่จะรู้สึกละอายใจตัวเอง

ในส่วนของวุฒิสภานั้น หลังจากความพยายาม 7 ครั้งก่อนหน้านี้ล้วนล้มเหลว เมื่อเดือนที่แล้ว ญัตติซึ่งมีเนื้อหาคล้ายๆ กันฉบับใหม่ เพิ่งสามารถผ่านขั้นตอนการโหวตในเชิงกระบวนการพิจารณาได้สำเร็จ กระนั้น สภาสูงก็ยังไม่ได้มีการกำหนดเวลาสำหรับการลงมติว่าจะรับร่างญัตติใหม่นี้หรือไม่

ทางด้านพรรคเดโมแครตแสดงอาการตีปีกยินดี โดยโพสต์บนแพลตฟอร์ม X ว่า การลงมติของสภาล่างครั้งนี้เป็นการส่งข้อความที่ชัดเจนถึงทรัมป์ในนามของคนอเมริกันว่า ถึงเวลาแล้วที่จะยุติสงครามในอิหร่านที่ผิดกฎหมายและไม่ได้รับการสนับสนุนจากประชาชน

ทั้งนี้ เดโมแครตเรียกร้องให้ทรัมป์ต้องขออนุมัติจากรัฐสภาในการใช้กำลังทหารจัดการความขัดแย้งกับอิหร่าน โดยตั้งข้อสังเกตว่า รัฐธรรมนูญสหรัฐฯ กำหนดว่า มีเพียงฝ่ายนิติบัญญัติเท่านั้นที่สามารถประกาศสงครามได้ ไม่ใช่ประธานาธิบดี

เดโมแครตยังเตือนทรัมป์ว่า กำลังนำประเทศเข้าสู่การสู้รบขัดแย้งระยะยาวโดยปราศจากยุทธศาสตร์ที่ชัดเจน รวมทั้งตำหนิอย่างรุนแรงว่า น้ำมัน อาหาร และผลิตภัณฑ์อื่นๆ แพงขึ้นอย่างมากนับจากที่อเมริกาจับมืออิสราเอลโจมตีทางอากาศต่ออิหร่านเมื่อวันที่ 28 ก.พ.

เกรเกอรี มีคส์ ส.ส.เดโมแครต ที่เป็นสมาชิกอยู่ในคณะกรรมาธิการวิเทศสัมพันธ์สภาล่างด้วย แถลงภายหลังการลงมติว่า การผ่านญัตติอำนาจการทำสงครามครั้งนี้บ่งชี้จุดเปลี่ยนสำคัญคือ สมาชิกรีพับลิกันจำนวนมากขึ้นกำลังรับฟังเสียงประชาชนในเขตเลือกตั้งของตนที่ไม่ต้องการให้อเมริกาเข้าร่วมสงครามปลายเปิดในตะวันออกกลางอีก

ทรัมป์ยอมรับว่าจริง ด่าเนทันยาฮู“บ้า”

ขณะเดียวกัน เมื่อวันพุธ ทรัมป์ให้สัมภาษณ์รายการพอดแคสต์ของสื่อนิวยอร์กโพสต์ ยอมรับว่า เขาได้วิพากษ์วิจารณ์นายกรัฐมนตรีเบนจามิน เนทันยาฮูของอิสราเอล ว่า “บ้า” ระหว่างคุยโทรศัพท์กันเมื่อต้นสัปดาห์นี้ เนื่องจากกังวลเล็กน้อยว่า การที่อิสราเอลสู้รบกับฮิซบอลเลาะห์ในเลบานอนกำลังขัดขวางการเจรจาสันติภาพระหว่างอเมริกากับอิหร่าน

อย่างไรก็ตาม เขายืนยันว่า ความสัมพันธ์กับเนทันยาฮูยังมั่นคงแข็งแรง

ทางด้านเนทันยาฮูให้สัมภาษณ์กับสื่อทีวีซีเอ็นบีซี ในสหรัฐฯว่า บางครั้งตนและทรัมป์มี “ความเห็นไม่ลงรอยทางยุทธวิธี” แต่มี “เป้าหมายร่วมกัน” และ “เห็นตรงกันในประเด็นใหญ่ๆ”

การแสดงความคิดเห็นของทรัมป์เกี่ยวกับการพูดคุยกับเนทันยาฮูส่งสัญญาณว่า ผู้นำสหรัฐฯ กำลังเผชิญความกดดันมากขึ้นในการหาทางออกจากสงครามอิหร่าน ขณะที่ราคาพลังงานที่พุ่งขึ้นและความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจกำลังคุกคามโอกาสของรีพับลิกันในการเลือกตั้งกลางเทอม รวมทั้งเป็นอุปสรรคต่อการค้าโลก

(ที่มา: รอยเตอร์/เอพี/เอเอฟพี)