รัฐฉาน/เชียงราย - ไม่ใช่มีแค่ทุนจีนเท่านั้น ที่เข้าทำเหมืองพื้นที่ต้นน้ำกก สาย รวก โขง และสาละวิน ในรัฐฉาน เมียนมา จนก่อมลพิษข้ามพรมแดน จนเครือข่ายภาค ปชช.รวมตัวจัดขบวนธรรมยาตราปลุกกระแสแก้มลพิษ..ล่าสุดพบทุนรัฐเซียโผล่ เดินเกมผ่านรัฐบาลทหารพม่าทำเหมืองแร่ทังสเตนดอยขี้เหล็ก ห่างชายแดนเชียงใหม่ แค่ 20 กว่ากิโลฯเท่านั้น
วันนี้ (4 มิ.ย.) มูลนิธิสิทธิมนุษยชนไทใหญ่ ได้เผยแพร่ภาพและข้อความโดยมีเนื้อหาว่าปัจจุบันนอกจากกลุ่มทุนจากประเทศจีนจะเข้าไปทำเหมืองแร่ต่างๆ ในเขตรัฐฉาน ประเทศเมียนมา แล้วยังมีกลุ่มทุนจากประเทศรัสเซียด้วย ซึ่งเมื่อเร็วๆ นี้ทั้ง 2 กลุ่มได้ช่วงชิงกันทำเหมืองแร่ทังสเตนรอบดอยขี้เหล็ก เมืองโต๋น
โดยบริษัทจีนเข้าไปร่วมมือกับกองทัพว้า (United Wa State Army - UWSA) ที่มีอิทธิพลในพื้นที่ดังกล่าวในการจะเข้าไปทำเหมืองทังสเตนขนาดใหญ่ทางทิศใต้ของดอยขี้เหล็ก ขณะที่บริษัทจากรัสเซียพยายามเข้าทางรัฐบาลทหารเมียนมาเพื่อเข้าไปทำเหมืองในพื้นที่ทางตอนเหนือของภูเขาลูกเดียวกัน ซึ่งอยู่ห่างจากชายแดนไทย ด้าน อ.เชียงดาว อ.ไชยปราการ อ.เวียงแหง จ.เชียงใหม่ ประมาณ 20 กิโลเมตร (ดอยขี้เหล็กอยู่สูงจากระดับน้ำทะเลปานกลาง 1,970 เมตร คำว่า “ขี้เหล็ก” หมายถึงเศษแร่ในภาษาไทใหญ่)
นอกจากนี้ยังพบเหมืองแร่ทังสเตนใหม่ขนาดใหญ่ของจีนที่เมืองจ้อดห่างจากตัวเมืองประมาณ 6 กิโลเมตร เริ่มการผลิตตั้งแต่เดือน ก.พ.2569 ที่ผ่านมา หลังจากวิศวกรชาวจีนเข้าไปในพื้นที่ตั้งแต่ปี 2566 จากนั้นปี 2567 ก็เริ่มมีการสร้างถนนและขุดเจาะอุโมงค์เข้าไปในภูเขา ต่อมาปี 2568 จึงมีการก่อสร้างโรงแต่งแร่ยาวประมาณ 3 กิโลเมตร มีการสร้างเขื่อนกักน้ำเพื่อรองน้ำน้ำจากแม่น้ำผักกูดด้วย
การทำเหมืองมีการขนส่งเครื่องมือและเครื่องจักรกลล่องมากับเรือแม่น้ำล้านช้าง สป.จีน มาขึ้นฝั่งที่ท่าเรือบ้านโป่ง จ.ท่าขี้เหล็ก จากนั้นก็ใช้รถบรรทุกเพื่อขนผ่านบ้านฮุงในเมืองสาด และบ้านนากองมูในเมืองโต๋น จนไปถึงเหมืองแร่ที่เมืองจ้อด ปัจจุบันมีพนักงานคนจีนในเหมืองแร่ประมาณ100 คน ส่วนใหญ่เป็นผู้จัดการและช่างเทคนิค และมีการจ้างคนงานเหมืองที่เป็นชาวไทใหญ่และพม่าประมาณ 250 คน
สินแร่ทังสเตนจะถูกทุบ บดละเอียด และใช้สารเคมีเพื่อแยกผงทังสเตนออกมาก่อนนำผงทันสเตนบรรจุในกระสอบเพื่อขนส่งด้วยรถบรรทุกไปยังประเทศจีน โดยการขนส่งครั้งแรกเกิดขึ้นในเดือน ก.พ.ที่ผ่านมาด้วยรถบรรทุกขนาด 12 ล้อ เที่ยวละ 5 คัน ผ่านรัฐฉานเขตควบคุมของกองทัพเมียนมาไปยังชายแดนเมียนมา-จีน ที่เมืองลา ชาวบ้านในพื้นที่บอกว่านอกจากทังสเตนยังค้นพบแหล่งแร่ทองคำและตะกั่วในพื้นที่เหมืองเดียวกันนี้อีกด้วย
ปัจจุบันแม่น้ำผักกูดที่อยู่ห่างทางด้านใต้ของเหมืองเพียง 1 กิโลเมตร ได้รับผลกระทบโดยตรง มีชาวว้าติดเชื้อที่ผิวหนัง ผื่นและคันตามตัว ปีที่ผ่านมายังมีตะกอนทรายจากเหมืองไหลท่วมนาข้าวจนทำให้ชาวบ้านไม่สามารถปลูกข้าวในพื้นที่นั้นได้ เขื่อนยังกักน้ำทำให้ไม่มีน้ำไหลจนส่งผลกระทบต่อชาวบ้านอย่างมาก
ขณะที่ในฝั่งประเทศไทยขบวนธรรมยาตราปกป้องแม่น้ำกก สาย รวก โขง และสาละวิน ทั้งพระสงฆ์และประชาชนต่างเดินลัดเลาะแม่น้ำกกจาก อ.แม่อาย จ.เชียงใหม่ ไปยัง อ.เมืองเชียงราย ย่างเข้าวันที่ 4 เพื่อเรียกร้องให้มีการปกป้องแม่น้ำสายต่างๆ จากการปล่อยสารโลหะหนักจากเหมืองแร่ต่างๆในเมียนมา
ล่าสุดขบวนเดินผ่านบ้านรวมมิตร ต.แม่ยาว อ.เมืองเชียงราย ซึ่งเป็นแหล่งท่องเที่ยวปางช้าง ต่อไปอีกประมาณ 9 กิโลเมตร จนถึงวัดห้วยทรายขาว ต.แม่ยาว จากนั้นวันที่ 5 มิ.ย.ซึ่งเป็นวันสิ่งแวดล้อมโลกจะนั่งเรือจากเทศบาล ต.แม่ยาว ไปยังสะพานแม่ฟ้าหลวงซึ่งข้ามแม่น้ำกกหน้าศาลากลาง จ.เชียงราย และเข้ายื่นหนังสือรวมทั้งประชุมหารือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต่อไป
ด้านสีทอง คำแปง ผู้จัดการปางช้างกะเหรี่ยงรวมมิตร ต.แม่ยาว เปิดเผยว่าปัจจุบันปางช้างมีช้างอยู่ทั้งหมด 9 เชือก แต่ไม่สามารถนำช้างลงอาบน้ำในแม่น้ำกกได้เหมือนเดิม เพราะกังวลเกี่ยวกับสารปนเปื้อนจึงจำเป็นต้องย้ายแหล่งน้ำลำห้วยสาขาและระบบประปาภูเขาแทน ทำให้ภาคการท่องเที่ยวได้รับผลกระทบอย่างรุนแรงในช่วง 2 ปีมานี้ นักท่องเที่ยวหายไปมากกว่า 80% ซึ่งหนักกว่าช่วงวิกฤติโควิด-19 เสียอีก.

