อุดรธานี –แบงก์ ธ.ก.ส.คึกคักมาก หลังเปิดให้ประชาชนแห่ลงทะเบียนโครงการสวัสดิการแห่งรัฐ ปี 2569 รวมทั้งผู้ถือบัตรคนจนเดิมที่มายืนยันตัวตน เพื่อรักษาสิทธิและปรับปรุงข้อมูลให้เป็นปัจจุบัน โดยตั้งแต่ช่วงเช้าได้มีประชาชนเดินทางมารอรับบริการอย่างต่อเนื่อง หลายคนขอรัฐบาลเพิ่มวงเงินช่วยเหลือให้มากขึ้น
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า แต่เช้าวันนี้(4มิ.ย.)ที่ สำนักงาน ธ.ก.ส.สาขาโนนสูง อำเภอเมืองอุดรธานี เจ้าหน้าที่ธนาคารได้จัดระบบคิวและอำนวยความสะดวกให้แก่ผู้มารับบริการลงทะเบียนยืนยันสิทธิบัตรสวัสดิการแห่งรัฐอย่างเป็นระเบียบ พร้อมกำหนดจำนวนผู้เข้ารับบริการไว้วันละ 100 คน เพื่อลดความแออัดและให้การดำเนินงานเป็นไปอย่างรวดเร็ว โดยพบว่าประชาชนส่วนใหญ่ให้ความสนใจทั้งการลงทะเบียนรอบใหม่และการยืนยันตัวตนเพื่อรักษาสิทธิรับสวัสดิการจากภาครัฐ
นางสมโภช พรหมแสง อายุ 64 ปี ชาวบ้านหนองไผ่ อำเภอเมืองอุดรธานี หนึ่งในผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐที่เดินทางมายืนยันตัวตนในครั้งนี้ เปิดเผยว่า ตนได้รับสิทธิบัตรสวัสดิการแห่งรัฐมาอย่างต่อเนื่องหลายปี และมองว่าเป็นโครงการที่ช่วยเหลือผู้มีรายได้น้อยได้อย่างเป็นรูปธรรม เพราะสามารถนำวงเงินที่ได้รับไปซื้อสินค้าอุปโภคบริโภคที่จำเป็นต่อการดำรงชีวิตประจำวัน ไม่ว่าจะเป็นผงซักฟอก สบู่ ยาสีฟัน รวมถึงข้าวสารและอาหารแห้ง ช่วยแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายในครัวเรือนได้เป็นอย่างดี
อย่างไรก็ตาม นางสมโภชยอมรับว่า ในปัจจุบันราคาสินค้าและค่าครองชีพปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทำให้วงเงินช่วยเหลือที่ได้รับอยู่เดิมเริ่มไม่เพียงพอต่อการดำรงชีวิต จึงอยากให้ภาครัฐพิจารณาปรับเพิ่มวงเงินช่วยเหลือแก่ผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ
"โครงการนี้ดีอยู่ ช่วยเหลือเราได้เยอะ ได้เอาไปซื้อสบู่ ยาสีฟัน ข้าวสารอาหารแห้ง ประทังชีวิตไปได้ แต่ตอนนี้เงินที่รัฐบาลให้มามันไม่ค่อยพอ เพราะของมันแพงขึ้นทุกอย่าง ในใจลึกๆ ก็อยากได้เพิ่ม ถ้าเป็นไปได้อยากให้รัฐบาลเพิ่มเงินช่วยเหลือเป็นเดือนละ 1,000 บาท เพราะคนยากจนแบบเราลำบากจริงๆ คนที่ฐานะดีอาจไม่เดือดร้อน แต่สำหรับคนจนที่ไม่มีอะไรเลย มันแย่มาก" นางสมโภชกล่าว
เมื่อสอบถามถึงสภาพความเป็นอยู่ นางสมโภชเล่าว่า ปัจจุบันไม่มีที่ดินทำกินหรือมีผืนนาเป็นของตนเองเหมือนชาวบ้านรายอื่น ต้องอาศัยการรับจ้างทั่วไปในชุมชนเป็นหลัก ทั้งรับจ้างดำนา รับจ้างถางสวน และงานใช้แรงงานทั่วไปตามที่มีผู้ว่าจ้าง ซึ่งมีรายได้เพียงวันละประมาณ 300 บาท และไม่ได้มีงานให้ทำทุกวัน
"ทุกวันนี้ไม่มีงานประจำ ใครจ้างทำอะไรก็ต้องทำ ไปดำนาบ้าง ถางสวนบ้าง วันไหนมีคนจ้างก็ได้ค่าแรงวันละ 300 บาท ถามว่าพอไหม ก็ไม่พอหรอก ที่สำคัญคือไม่ได้มีงานทุกวัน บางวันไม่มีใครจ้างก็ไม่ได้สักบาท" นางสมโภช กล่าว
นอกจากนี้ นางสมโภชยังเปิดเผยว่า ได้แยกทางกับสามีมานานแล้ว โดยอดีตสามีได้ไปมีครอบครัวใหม่ ส่วนตนมีบุตร 3 คน ซึ่งเติบโต แยกย้ายไปทำงานและมีครอบครัวเป็นของตนเองหมดแล้ว แม้ลูกๆ จะส่งเงินมาช่วยเหลือบ้างตามกำลัง แต่ก็ไม่สามารถช่วยเหลือได้อย่างสม่ำเสมอ เนื่องจากแต่ละคนต่างมีภาระค่าใช้จ่ายและครอบครัวที่ต้องรับผิดชอบเช่นเดียวกัน
"ลูกๆ ก็ช่วยส่งเงินมาให้บ้างตามกำลัง แต่เขาก็มีครอบครัวและภาระของเขาเหมือนกัน จะให้ส่งมาทุกเดือนก็ไม่ได้ เราก็ต้องพึ่งตัวเองเป็นหลัก และหวังพึ่งสวัสดิการจากรัฐช่วยแบ่งเบาค่าใช้จ่ายอีกทางหนึ่ง" นางสมโภช กล่าว
ทั้งนี้ ประชาชนจำนวนมากที่เดินทางมาดำเนินการเกี่ยวกับโครงการสวัสดิการแห่งรัฐต่างคาดหวังว่า มาตรการช่วยเหลือของภาครัฐจะยังคงเดินหน้าต่อเนื่อง และมีการปรับปรุงสิทธิประโยชน์ให้สอดคล้องกับสภาพเศรษฐกิจและค่าครองชีพในปัจจุบัน โดยเฉพาะกลุ่มผู้สูงอายุ ผู้มีรายได้น้อย และแรงงานรับจ้างทั่วไปที่ยังคงเผชิญปัญหารายได้ไม่แน่นอน ขณะที่การเปิดให้ลงทะเบียนและยืนยันตัวตนรอบใหม่ในครั้งนี้ถือเป็นอีกหนึ่งโอกาสสำคัญในการคัดกรองและเข้าถึงสวัสดิการของรัฐอย่างทั่วถึงและเป็นธรรมมากยิ่งขึ้น

