“พล.อ.บุญสิน” เล่าย้อนเหตุรบกัมพูชาปี 68 ไม่เคยคิดว่าจะเกิด เพราะไม่คิดว่าเขมรจะแผ่นดินไทยไว้ได้ขนาดนี้ จนมาเป็นแม่ทัพถึงได้รู้ว่ายึดไว้นานแล้ว บางจุดล้ำมา 3 กิโลเมตร ถ้าปล่อยไว้จะไปถึงสุรินทร์ ศรีสะเกษ อุบลฯ จึงคิดอยู่เสมอว่าจะเอาแผ่นดินคืนได้อย่างไรช่วง 12 เดือนที่อยู่ในตำแหน่ง
เมื่อวันที่ 2 มิ.ย. ที่โรงเรียนสุรวิทยาคาร จ.สุรินทร์ พล.อ.บุญสิน พาดกลาง ที่ปรึกษาผู้บัญชาการทหารบก และอดีตแม่ทัพภาคที่ 2 บรรยายในหัวข้อ “เรื่องเล่าจากหน้าแนว สู่การพัฒนาที่ยั่งยืนตามแนวชายแดน” โดยช่วงหนึ่งได้กล่าวถึงเหตุการณ์สู้รบระหว่างไทยและกัมพูชาเมื่อปี 2568 ว่า เป็นเหตุการณ์ที่เกี่ยวข้องกับเกียรติยศและศักดิ์ศรีของคนไทยทั้งประเทศ
พล.อ.บุญสิน กล่าวว่า ในช่วงเวลานั้นตนไม่ได้มองว่าตนเองไปรบคนเดียว แต่แบกหน้าคนไทยทั้งประเทศไปรบด้วยเกียรติยศและศักดิ์ศรี ด้วยความรับผิดชอบแทนพระมหากษัตริย์และบรรพบุรุษในอดีตด้วย
“ซึ่งการรบที่ผ่านมานั้น ก็ไม่คิดว่าจะเกิดขึ้นในยุคของพวกเรา แล้วก็ ไม่คิดว่าเขมรมันจะมายึดแผ่นดินไทยได้ มายึดขนาดนี้ ไม่เคยคิด จนกระทั่งแม่ทัพมาเป็นแม่ทัพภาคที่ 2 ด้วยความรับผิดชอบ ถึงได้รู้ว่า มันยึดไว้นานแล้ว รุกล้ำเข้ามานานแล้ว บางจุดล้ำเข้ามาถึง 3 กิโลเมตร ถ้าปล่อยอย่างนี้ไปอีกไม่นานน่าจะถึงสุรินทร์ บุรีรัมย์ ศรีสะเกษ อุบลฯ”
พล.อ.บุญสิน กล่าวอีกว่า ถ้าเรายังไม่มีความรับผิดชอบ อ่อนอยู่ มีความอ่อนแอทุก ๆ ด้าน ไร้ซึ่งความรับผิดชอบต่อบ้านเมือง มันก็จะเป็นอย่างนี้ไปเรื่อย ๆ
“คิดเสมอว่าเราจะเอาแผ่นดินคืนได้อย่างไร มีเวลาอยู่ 12 เดือน กูเป็นแม่ทัพอยู่ 12 เดือนเท่านั้น ให้เวลาเท่านั้น เพราะหมดเวลาแล้ว รับราชการหลายตำแหน่งเหลือเกิน กว่าจะเถิบขึ้นมาได้แต่ละตำแหน่งก็วัดด้วยความรับผิดชอบและสถานการณ์ที่มันทำให้ผู้บังคับบัญชาไว้วางใจ
“จนปีสุดท้าย ถึงได้รับความไว้วางใจให้เป็นแม่ทัพ ก็จะเกษียณ 12 เดือนในความรู้สึกที่ทำให้ดีที่สุด ไม่ใช่ 12 เดือนรอเกษียณ ไม่ใช่ ในคลิปสุดท้ายที่ทุกท่านได้เห็นน่ะ เป็นการร้องเพลงชาติในวันธงชาติไทย วันที่ 28 กันยายน 2568 อีกไม่กี่วันก็จะรับส่งหน้าที่แล้ว ก็ยังอยู่ที่ภูมะเขืออยู่ ลืมไปว่าหมดเวลาแล้ว
“ตรงที่เราทำธงชาติไว้ คือยอดภูมะเขือปลายสุดเขตแดนสยาม ซึ่งทหารเขมรเข้ามาอยู่เป็น 10 ปีแล้ว ตกหน้าผากลิ้งลงไปก็ไม่รู้เท่าไหร่ หมดเวลาแล้ว ต่อไปนี้ถ้าขึ้นมาอีกในยุคของพวกเราที่ยังมีลมหายใจอยู่ นี่คือสิ่งที่พี่ทหาร คุณลุงทหารแล้วก็คนไทยทั้งประเทศร่วมกันทำ มีส่วนช่วยกัน ในยุคของพวกเรานี้ ขอได้รับความภาคภูมิใจร่วมกัน โดยเฉพาะพี่น้องชาวจังหวัดสุรินทร์" พล.อ.บุญสิน กล่าว

