อุดรธานี-เตือนภัยสาวหาคู่ผ่านแอป!สาวใหญ่อุดรฯวัย 47 ช้ำหนัก หวังหาเพื่อนคุยคลายเหงา เจอหนุ่มโปรไฟล์ดี อ้างโสดสนิทหลอกนัดเจอ ลวงเข้ารีสอร์ท แอบฉกมือถือบังคับสแกนหน้าโอนเงิน แถมสร้างเรื่องหลอกซ้ำซ้อน พาไปหา "แม่" รีดเงินจนเกลี้ยงบัญชี ต้องหอบทองไปจำนำ สูญเงินเฉียด 3 แสนบาท แถมโดนขู่ “มีปืนในรถ” พอทวงเงินกลับด่าสวน “มึงเป็นแม่กูเหรอ!” ล่าสุดร้อง นายกเทศมนตรีเมืองบ้านดุง ประสานตำรวจล่าตัวด่วน
เกิดเหตุเตือนภัยหญิงสาวนิยมเล่นแอปพลิเคชันหาคู่ โดย นางสาวแนนนี่" (นามสมมติ) อายุ 47 ปี ชาวอำเภอบ้านดุง จังหวัดอุดรธานี ได้ออกมาเปิดเผยเรื่องราวสุดช้ำใจเพื่อเป็นอุทาหรณ์ให้กับสังคม หลังถูกมิจฉาชีพในคราบ ชายในฝัน หลอกลวงสูญทั้งเงิน ทั้งยังเสียตัว สภาพจิตใจบอบช้ำอย่างหนัก ล่าสุดในวันนี้ (3 มิ.ย.) นายวีระพล รักเสมอวงศ์ นายกเทศมนตรีเมืองบ้านดุง จ.อุดรธานี ได้รับการร้องเรียนจากตัวผู้เสียหายโดยตรง จึงเตรียมยื่นมือเข้าช่วยเหลือและเร่งประสานเจ้าหน้าที่ตำรวจเพื่อล่าตัวมิจฉาชีพรายนี้
นางสาวแนนนี่ เล่าให้ฟังถึงจุดเริ่มต้นว่า ตนเองอาศัยอยู่คนเดียว ด้วยความเหงาจึงตัดสินใจดาวน์โหลดแอปพลิเคชันหาคู่ยอดฮิตมาเล่น จนกระทั่งได้ไปกดแมตช์กับชายคนหนึ่งที่ใช้ชื่อว่า "หนุ่ม" อายุ 47 ปี โปรไฟล์ดูดี หน้าตาคมเข้ม มีมาดคล้ายเจ้าหน้าที่ขี่รถป้ายแดง โดยนายหนุ่มได้ทักมาจีบและอ้างว่า "โสดสนิท" ก่อนจะออกอุบายว่ากำลังจะเดินทางผ่านไปทำธุระแถวคำชะโนด จึงนัดเจอกันเมื่อวันที่ 14 เมษายนที่ผ่านมา
มิจฉาชีพรายนี้เริ่มฉายแววตั้งแต่ยังเดินทางมาไม่ถึงจุดนัดหมาย โดยนายหนุ่มได้โทรมาอ้างว่าแวะเติมน้ำมันที่ปั๊ม แต่แอปพลิเคชันธนาคารมีปัญหา ไม่มีเงินสดจ่ายค่าน้ำมัน จึงขอให้คุณแนนโอนเงินช่วยเหลือด่วน 1,500 บาท ด้วยความไว้ใจจึงโอนไปให้ เมื่อพบตัวจริงปรากฏว่าหน้าตาไม่ตรงปก ดูแก่กว่าในรูปอย่างเห็นได้ชัด แต่นายหนุ่มก็ยังทำทีเป็นคนดี ชวนไปกราบไหว้ปู่ศรีสุทโธที่คำชะโนด แต่ระหว่างทางกลับแวะร้านอาหารอีสาน และตรงนี้เองที่ลายเริ่มออก เมื่อมีคนมาขายลอตเตอรี่ นายหนุ่มบอกอยากซื้อแต่บังคับให้คุณแนนโอนเงินจ่ายให้ 700 บาท หนำซ้ำยังออกอุบายขอดูเงินในบัญชี พอเห็นว่ามีเงินเก็บอยู่ประมาณ 4-5 หมื่นบาท นายหนุ่มกลับแย่งโทรศัพท์มือถือไปจากมือทันที
"เขาคุมตัวหนู บังคับเอาโทรศัพท์ไปสแกนหน้าเพื่อจะโอนเงินออกให้หมด อ้างว่าเดือดร้อนจริงๆ ขอยืมไปหมุนงานก่อน หนูใจอ่อนบวกกับกลัวด้วย สุดท้ายยอมให้โอนไป 2 รอบ รวม 20,000 บาท" นางสาวแนนนี่กล่าวด้วยความช้ำใจ
หลังจากได้เงินก้อนแรกไป นายหนุ่มกลับไม่พาไปคำชะโนดตามที่ตกลง แต่เลี้ยวรถเข้ารีสอร์ตริมทาง อ้างว่าขับรถมาเหนื่อยขอนอนพักผ่อน สุดท้ายตนต้องยอมเข้ารีสอร์ทด้วยความจำยอม หลังจากนั้น นายหนุ่มได้สร้างเรื่องราวสารพัด ทั้งอ้างว่าเป็นผู้รับเหมาสร้างซุ้มประตูโขง ต้องใช้เงินไปเคลียร์งาน จ่ายค่าลูกน้อง และหนักสุดคือ อ้างว่าจะไปเบิกเงิน 500,000 บาทจากเจ้าอาวาสวัดแห่งหนึ่ง แต่ต้องเอาเงินไปวางเป็นค่าน้ำใจล่วงหน้าก่อน จึงหลอกให้โอนเงินให้ครั้งละหลายหมื่นบาทอีกหลายต่อหลายครั้ง
เพื่อเพิ่มความสมจริง นายหนุ่มได้พาคุณแนนเดินทางข้ามจังหวัดไปยังอำเภอศรีเชียงใหม่ โดยพาไปที่บ้านหลังหนึ่งและแนะนำให้รู้จักกับหญิงชรา ซึ่งอ้างว่าเป็นแม่ หญิงรายนี้เอ่ยปากขอเงินจากตนทันที ด้วยความมีสัมมาคารวะจึงควักเงินสดใส่มือให้ 1,000 บาท
สุดท้ายเงินเก็บก้อนสุดท้ายทั้งหมดทั้งเงินส่วนตัว เงินเก็บของแม่ที่เป็นเงินผู้สูงอายุ รวมถึงเงินที่ลูกสาวส่งมาให้จุนเจือครอบครัว ถูกสูบไปจนเกลี้ยงบัญชี จนต้องตัดใจหอบทองคำเส้นสุดท้ายไปจำนำอีก 30,000 บาท รวมมูลค่าความเสียหายทั้งสิ้นเกือบ 300,000 บาท
หลังจากได้เงินไปนายหนุ่มเริ่มเปลี่ยนเป็นคนละคน ทักไปไม่ตอบ โทรไปไม่รับ เมื่อคุณแนนรู้ตัวว่าโดนหลอกแน่นอน จึงส่งข้อความไปคาดคั้นเพื่อทวงเงินคืน แต่นายหนุ่ม ด่าสวนกลับมาด้วยถ้อยคำหยาบคายว่า "มึงจะเอาอะไรกับกูนักหนาวะ มึงเป็นแม่กูหรือไง"
นอกจากนี้ นางสาวแนนนี่ยังเปิดเผยอีกว่า ระหว่างที่นั่งรถไปด้วยกัน นายหนุ่มเคยพูดจาข่มขู่ในลักษณะแสดงอิทธิพลว่า "ในรถผมมีปืนนะ แต่คุณหาไม่เจอหรอก" ทำให้คุณแนนหวาดกลัวเป็นอย่างมาก จนต้องนำเรื่องเข้าร้องเรียนกับ นายวีระพล รักเสมอวงศ์ นายกเทศมนตรีเทศบาลเมืองบ้านดุง เพื่อขอความช่วยเหลือ เนื่องจากสิ้นเนื้อประดาตัว และต้องอยู่อย่างหวาดผวา
โดยนางสาวแนนนี่ ฝากถึงผู้หญิงทุกคนอย่าเข้าไปเล่นแอปหาคู่ มีแต่พวกมิจฉาชีพทั้งนั้น โดนหลอกเสียเงินไม่ใช่น้อยๆ เสียทั้งเงิน เสียทั้งใจ และเสียทั้งตัว ไม่อยากให้ใครต้องตกเป็นเหยื่อของคนพวกนี้อีก
ขณะนี้ทางนายกเทศมนตรีเมืองบ้านดุงได้รับเรื่องร้องทุกข์ไว้แล้ว และกำลังอยู่ในขั้นตอนประสานงานกับเจ้าหน้าที่ตำรวจในพื้นที่ เพื่อเร่งรัดคดีและรวบรวมหลักฐานล่าตัว "นายหนุ่ม" มิจฉาชีพรายนี้มาดําเนินคดีตามกฎหมาย
สำหรับนายหนุ่มชายรายนี้ จากการตรวจสอบข้อมูลเบื้องต้นพบว่า เคยตกเป็นผู้ต้องหาในคดีที่เกิดขึ้นในพื้นที่แขวงราษฎร์พัฒนา เขตสะพานสูง กรุงเทพมหานคร โดยมีพฤติการณ์แอบอ้างบุคคลมีชื่อเสียงเพื่อสั่งซื้อวัสดุก่อสร้าง ก่อนหลบเลี่ยงการชำระเงิน ซึ่งต่อมาถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลางติดตามจับกุมได้
นอกจากนี้ ยังมีข้อมูลระบุว่า นายหนุ่มชายเคยมีสถานะเป็นข้าราชการทหาร อย่างไรก็ตาม ข้อมูลดังกล่าวยังอยู่ระหว่างการตรวจสอบ และยังไม่สามารถยืนยันได้ว่า ปัจจุบันยังคงรับราชการทหารอยู่ หรือได้พ้นจากราชการแล้ว

