รอง ผบ.ตร.แถลงช่วย นักศึกษาสาวจีนปลอดภัย หลังถูกแก๊งสแกมเมอร์บงการข้ามประเทศ ให้จัดฉากลักพาตัว เรียกค่าไถ่จากครอบครัว 12.5 ล้านบาท
วันนี้ (3 มิ.ย.) ที่ กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (บช.ก.) พล.ต.อ.ธัชชัย ปิตะนีละบุตร รอง ผบ.ตร พร้อมด้วย พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย ผบช.ก. พล.ต.ต.มนตรี เทศขัน รอง ผบช.ก. พร้อมเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ร่วมแถลงผลการช่วยเหลือนักศึกษาสาวชาวจีน อายุ 21 ปี ซึ่งตกเป็นเหยื่อขบวนการอาชญากรรมข้ามชาติในรูปแบบ “ลักพาตัวเสมือนจริง” (Virtual Kidnapping) หลังถูกกลุ่มสแกมเมอร์หลอกลวงบงการให้จัดฉากเรียกค่าไถ่จากครอบครัวเป็นเงินรวมกว่า 12.5 ล้านบาท
พล.ต.อ.ธัชชัย กล่าวว่า ก่อนหน้านี้บิดาของ น.ส.หวัง อายุ 21 ปี นักศึกษาสาวชาวจีน ได้รับข้อความข่มขู่ผ่านแอปพลิเคชัน WeChat จากชายไม่ทราบชื่อ อ้างว่าควบคุมตัวบุตรสาวไว้ พร้อมส่งภาพผู้เสียหายถูกมัดและมีร่องรอยคล้ายถูกทำร้าย เพื่อเรียกค่าไถ่จำนวน 3 ล้านดอลลาร์ฮ่องกง (ประมาณ 12.5 ล้านบาท) ครอบครัวจึงเข้าแจ้งความกับตำรวจฮ่องกง ต่อมาทางศูนย์ ACSC จึงสั่งการให้เจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.1 บก.ปคม.เร่งสืบสวนทันทีหลังได้รับการประสานงานจากตำรวจฮ่องกง (Hong Kong Police Force) ให้ช่วยติดตามตัวหลังพบว่าเจ้าตัวเดินทางมาเมืองไทย
พล.ต.อ.ธัชชัย กล่าวต่อว่าจากการสืบสวนเชิงลึกพบว่า ก่อนหน้านี้กลุ่มมิจฉาชีพได้หลอกลวงให้ผู้เสียหายขอเงินบิดา อ้างว่าใช้เป็นค่าเล่าเรียนต่อต่างประเทศ บิดาจึงโอนเงินเข้าบัญชีธนาคาร Bank of China ของผู้เสียหายไปแล้วกว่า 1.4 ล้านดอลลาร์ฮ่องกง (ประมาณ 5.8 ล้านบาท) ก่อนที่เงินจะถูกโอนกระจายไปยังบัญชีม้าของเครือข่ายสแกมเมอร์ จากนั้นเมื่อวันที่ 31 พฤษภาคม 2569 ผู้เสียหายได้เดินทางออกจากฮ่องกงเพียงลำพัง และเข้าพักที่โรงแรมแห่งหนึ่งย่านลาดกระบัง กรุงเทพฯ ในวันที่ 1 มิถุนายน
ด้าน พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ กล่าวว่า จากนั้นได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.1 บก.ปคม. ลงพื้นที่ตรวจสอบกล้องวงจรปิดและพยานหลักฐาน จนพบข้อพิรุธสำคัญว่า ผู้เสียหายเข้าพักในโรงแรมเพียงลำพังและไม่มีผู้อื่นเข้าออกห้องพักเลย นอกจากนี้ยังพบหลักฐานว่า ผู้เสียหายได้ว่าจ้างรถรับจ้างให้พาไปซื้อเชือกสายรัด มีด สีทาตัว และลิปสติกสีแดง เพื่อนำกลับมาจัดฉากสร้างร่องรอยบาดแผลและถ่ายภาพ-วิดีโอ ส่งให้กลุ่มมิจฉาชีพใช้เป็นเครื่องมือกดดันครอบครัว
พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ กล่าวต่อว่า จากนั้นเจ้าหน้าที่แกะรอยจนพบว่าผู้เสียหายได้ย้ายไปกบดานที่โรงแรมใน อ.บางพลี จ.สมุทรปราการ โดยใช้ภาพหนังสือเดินทางปลอมที่มิจฉาชีพส่งให้ทางออนไลน์ในการเช็กอิน ตำรวจจึงเข้าช่วยเหลือตัวผู้เสียหายออกมาได้อย่างปลอดภัย ทั้งนี้มิจฉาชีพใช้การควบคุมทางจิตวิทยา แอบอ้างเป็นเจ้าหน้าที่รัฐข่มขู่ว่าเหยื่อมีคดีติดตัว จากนั้นบงการให้เหยื่อตัดขาดการติดต่อกับครอบครัว ซ่อนตัว และจัดฉากว่าถูกลักพาตัว เพื่อส่งคลิปไปรีดเงินจากญาติ โดยที่ตัวมิจฉาชีพไม่ได้อยู่ในพื้นที่จริง หรือ (ลักพาตัวเสมือนจริง)
พล.ต.อ.ธัชชัยฯ กล่าวเพิ่มเติมว่า คดีนี้สะท้อนถึงการพัฒนาของอาชญากรรมข้ามชาติที่ใช้จิตวิทยาควบคุมเหยื่อ แม้จะไม่มีการลักพาตัวจริง แต่ความเสียหายและคราบน้ำตาของครอบครัวเป็นเรื่องจริง อีกทั้งในบางกรณีเหยื่ออาจถูกหลอกให้เดินทางไปยังประเทศเพื่อนบ้าน ซึ่งเสี่ยงต่อการถูกบังคับค้ามนุษย์ หลังจากนี้สำนักงานตำรวจแห่งชาติจะร่วมมือกับตำรวจฮ่องกงอย่างใกล้ชิดเพื่อขยายผลจับกุมแก๊งคอลเซ็นเตอร์กลุ่มนี้มาดำเนินคดี
รอง ผบ.ตร.กล่าวด้วยว่า สำนักงานตำรวจแห่งชาติขอประชาสัมพันธ์เตือนภัยประชาชน หากได้รับการติดต่อจากบุคคลที่อ้างเป็นเจ้าหน้าที่รัฐ ข่มขู่ให้โอนเงิน หรือสั่งให้ตัดการติดต่อกับครอบครัว ขอให้ตั้งสติและตรวจสอบข้อเท็จจริงทันที หากพบเบาะแสหรือต้องการความช่วยเหลือ สามารถแจ้งสายด่วนศูนย์ต่อต้านการค้ามนุษย์ โทร. 1599 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง

