MGR Online - นายกรัฐมนตรีฮุน มาเนต ของกัมพูชา กล่าวว่าการตัดสินใจของรัฐบาลในการดำเนินการไกล่เกลี่ยภาคบังคับเพื่อแก้ไขข้อพิพาทเขตแดนทางทะเล สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของรัฐบาลในการแก้ไขปัญหาอย่างสันติแทนที่จะเผชิญหน้าทางทหาร
ผู้นำกัมพูชากล่าวว่ากระบวนการดังกล่าวเริ่มต้นขึ้นเพื่อปกป้องอธิปไตยและสิทธิทางทะเล ในขณะเดียวกันก็หลีกเลี่ยงความขัดแย้งและการนองเลือด
“เราเริ่มต้นกระบวนการไกล่เกลี่ยภาคบังคับเมื่อวานนี้ เพื่อปกป้องอธิปไตยและสิทธิของเราในเขตแดนทางทะเล” ฮุน มาเนต กล่าว ระหว่างเข้าร่วมพิธีมอบประกาศนียบัตรของสถาบันพลศึกษาและการกีฬาแห่งชาติในกรุงพนมเปญ
ฮุน มาเนต ระบุว่ารัฐบาลทราบว่ากลไกนี้อาจต้องใช้เวลา แต่อธิบายว่าเป็นหนทางที่ดีกว่าการส่งกองกำลังไปเผชิญหน้ากัน
“มันอาจต้องใช้เวลา แต่ดีกว่าการส่งกองกำลังทหารไปเผชิญหน้ากับอีกฝ่าย ซึ่งจะไม่สามารถแก้ไขปัญหาได้ และอาจส่งผลให้เกิดการสูญเสียชีวิต” ฮุน มาเนต อธิบายเสริม
นายกฯ ฮุน มาเนต เน้นย้ำว่ากัมพูชาจะยังคงแสวงหาหนทางทางการทูตและทางกฎหมายตอ่ไป ตราบเท่าที่ยังมีทางเลือกที่สันติอยู่
“ถ้ายังมีหนทางแก้ไขปัญหาพรมแดนอย่างสันติ เราต้องพยายามต่อไปจนถึงที่สุด ไม่มีข้อพิพาทพรมแดนใดที่จะแก้ไขได้อย่างแท้จริงด้วยการใช้กำลัง” ผู้นำกัมพูชา กล่าวย้ำ
กระทรวงการต่างประเทศของกัมพูชาได้บรรยายสรุปแก่นักการทูตต่างประเทศเมื่อวันอังคารว่า การดำเนินการดังกล่าวเน้นย้ำถึงความมุ่งมั่นของกัมพูชาในการแก้ไขข้อพิพาทผ่านช่องทางทางการทูตและทางกฎหมายที่สอดคล้องกับกฎหมายระหว่างประเทศ
เจ้าหน้าที่เน้นย้ำว่าการไกล่เกลี่ยภาคบังคับภายใต้อนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยกฎหมายทะเล (UNCLOS) เป็นกลไกอย่างสันติที่ออกแบบมาเพื่อป้องกันการลุกลามบานปลาย
ฮุน มาเนต เสริมว่าการอ้างสิทธิในดินแดนไม่สามารถยอมรับได้จากโครงการโครงสร้างพื้นฐานหรือการวางกำลังทหารในพื้นที่พิพาท
“พรมแดนไม่ได้รับการยอมรับได้ด้วยการสร้างถนนหรือการวางกำลังทหารอย่างผิดกฎหมายบนบก พรมแดนต้องได้รับการกำหนดและยอมรับภายใต้กฎหมายระหว่างประเทศ” ฮุน มาเนต กล่าว
นายกรัฐมนตรียังได้กล่าวขอบคุณต่อประชาชนที่ให้การสนับสนุนกองกำลังทหารที่ประจำการอยู่ตามแนวชายแดน โดยระบุว่าการสนับสนุนจากประชาชนและความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมได้ช่วยให้เจ้าหน้าที่ปฏิบัติหน้าที่ได้.

