xs
xsm
sm
md
lg

บุกจับเอเยนต์ใหญ่ค้ายากล่อมประสาท-ยาจิตเวชสั่งตรงจากเขมรมอมเมาเยาวชนไทยกลางเมืองสัตหีบ

เผยแพร่:   ปรับปรุง:



ศูนย์ข่าว​ศรี​ราชา​- นายอำเภอ​สัตหีบ สนธิกำลังเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนสภ.สัตหีบ บุกเอเยนต์ค้ายากล่อมประสาท-ยาจิตเวชสั่งตรงจากเขมรมอมเมาเยาวชนไทย สารภาพสินค้าล็อตใหญ่ถูกขายไปเกือบหมดแล้ว ส่วนที่จับได้เป็นเพียงที่เหลือเท่านั้น

วันนี้ (3 มิ.ย.)​ นายณัฐวุฒิ อนุโยธา นายอำเภอสัตหีบ พร้อมด้วย พ.ต.อ.คมสรร คำตุ่นแก้ว ผกก สภ.สัตหีบ, พ.ต.ท.เกรียงไกร มีแสง รอง ผกก.สภ.สัตหีบ ได้สนธิกำลังเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน สภ.สัตหีบ และชุดปฏิบัติการพิเศษอำเภอสัตหีบ เปิดปฏิบัติการบุกทลายเครือข่ายจำหน่ายยากล่อมประสาทและยาจิตเวชรายใหญ่ในพื้นที่ อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี หลังได้รับการร้องเรียนจากชาวบ้านว่าพบการแพร่ระบาดของยาดังกล่าวในกลุ่มวัยรุ่นและเยาวชนในพื้นที่

โดยสามารถจับกุม นายณภัทร อายุ 21 ปี พร้อมของกลางยาทรามาดอล (Tramadol) จำนวน 390 เม็ด, ยา Benzhexol จำนวน 64 เม็ด, ยา Diazepam จำนวน 59 เม็ด และยา Alprazolam จำนวน 50 เม็ด ก่อนควบคุมตัวไปสอบสวนที่ สภ.สัตหีบ เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย

จากการสอบสวนเบื้องต้นผู้ต้องหาให้การรับสารภาพว่า ลักลอบจำหน่ายยากล่อมประสาทและยาจิตเวชให้กับเยาวชนในพื้นที่สัตหีบมาเป็นเวลานานแล้ว โดยมีผู้ค้ารายย่อยมารับยาไปจำหน่ายต่ออีกทอดหนึ่ง


อีกทั้งยังยอมรับว่า ยาดังกล่าว สั่งซื้อมาจากประเทศกัมพูชาผ่านแอพพลิเคชันไลน์ก่อนจัดส่งเข้ามาในลักษณะพัสดุ ซึ่งขณะที่เจ้าหน้าที่บุกเข้าจับกุม เป็นช่วงที่ยาล็อตล่าสุดถูกจำหน่ายออกไปเกือบหมดแล้ว จึงเหลือของกลางเพียงบางส่วนเท่านั้น

ซึ่งกลุ่มวัยรุ่นจะนำไปกิน หรือผสมกับน้ำอัดลม เครื่องดื่มที่มีคาเฟอีน รวมทั้งเครื่องดื่มชูกำลัง หรือแม้กระทั่งแอลกอฮอล์ เพื่อให้เกิดอาการมึนเมา เคลิ้ม ลอยและเกิดอาการอยากเสพต่อไปเรื่อยๆ จนเกิดการเสพติดยา


ขณะที่ นายณัฐวุฒิ อนุโยธา นายอำเภอสัตหีบ เผยว่าปัญหาการแพร่ระบาดของยากล่อมประสาทและยาจิตเวชในกลุ่มเยาวชนเป็นเรื่องน่ากังวลอย่างยิ่ง เนื่องจากส่งผลกระทบต่ออนาคตของเด็กและเยาวชนในพื้นที่ โดยหลังจากนี้จะบูรณาการความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่ตำรวจและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เดินหน้ากวาดล้างผู้ค้าและเครือข่ายที่เกี่ยวข้องอย่างจริงจัง

พร้อมจะขยายผลไปยังแหล่งที่มาของยา รวมทั้งผู้ร่วมขบวนการทั้งหมด เพื่อสกัดการแพร่ระบาดของยาเสพติดและสร้างความปลอดภัยให้กับประชาชนในพื้นที่อย่างยั่งยืน.