xs
xsm
sm
md
lg

โลกรู้แต่เขมรไม่รู้! กัมพูชานั่งไม่ติดประท้วงสื่อญี่ปุ่น รายงานบ้านหนองจานเป็นของไทย

เผยแพร่:   ปรับปรุง:



เอกอัครราชทูตกัมพูชาประจำญี่ปุ่น ส่งหนังสือเป็นลายลักษณ์อักษรถึงหนังสือพิมพ์นิกเกอิ เอเชีย โต้แย้งแง่มุมต่างๆในบทความหนึ่งเมื่อเร็วๆนี้ ที่เขียนเกี่ยวกับผลกระทบทางเศรษฐกิจจากความตึงเครียดตามแนวชายแดนระหว่างกัมพูชาและไทย ซึ่งบางเนื้อหาในนั้นเสมือนรับรอง "บ้านหนองจาน" อยู่ในฝั่งไทย โดยเอกอัครราชทูตขเมรโต้แย้งว่ารายงานดังกล่าวให้ข้อมูลที่ไม่ครบถ้วนเกี่ยวกับข้อพิพาทเรื่องดินแดน

ในหนังสือลงวันที่ 1 มิถุนายน ของเอกอัครราชทูตกัมพูชาประจำญี่ปุ่น เป็นการตอบโต้บทความพาดหัว “Thai‑Cambodia Border Clash Fallout Hits Japan Auto Industry.” ของนิกเกอิเอเชีย ที่เผยแพร่เมื่อวันที่ 29 พฤษภาคม โดยแม้ยอมรับบทวิเคราะห์เกี่ยวกับผลกระทบทางห่วงโซ่อุปทาน แต่เอกอัครราชทูตนี้คาใจกับหลายประเด็นในบทความ ที่เกี่ยวข้องกับปัญหาด้านเขตแดน ที่จำเป็นต้องชี้แจงให้ชัดเจน

หนังสือดังกล่าวคัดค้านคำอธิบายเกี่ยวกับพื้นที่ที่มีข้อพิพาท ว่าเป็น "บ้านหนองจาน" ในจังหวัดศรีสะเกษของประเทศไทย โดยยืนกราน กัมพูชา มองพื้นที่ดังกล่าวว่าเป็นหมู่บ้านโจกเจย ในจังหวัดบันเตียเมียนเจย

เอกอัครราชทูตกัมพูชาระบุว่าการอ้างถึงพื้นที่ดังกล่าว โดยใช้ชื่อภาษาไทยเพียงอย่างเดียว เสี่ยงทำให้ผู้อ่านเข้าใจที่ไม่สมบูรณ์และดูเหมือนจะเข้าข้างคำกล่าวอ้างของฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง นอกจากนี้แล้วเขายังคัดค้านคำกล่าวอ้างที่ว่า ไทย ควบคุมพื้นที่นี้โดยสมบูรณ์ เน้นย้ำว่าการมีกองกำลังทหารไม่ใช่ตัดตัดสินอำนาจอธิปไตย และกัมพูชาขอปฏิเสธคำกล่าวอ้างด้านดินแดนที่สถาปนาขึ้นจากการใช้กำลังหรือความเคลื่อนไหวแต่เพียงฝ่ายเดียว

อ้างอิงคำแถลงของเอกอัครราชทูตรายนี้ เผยว่ากัมพูชาได้ยื่นประท้วงอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 30 พฤษภาคม ในสิ่งที่พวกเขาให้คำจำกัดความว่าเป็นการละเมิดอธิปไตยไม่หยุดหย่อน โดยอ้างถึงความเคลื่อนไหวต่างๆนานาของกองทัพไทย ในนั้นรวมถึงสร้างถนน สิ่งปลูกสร้างถาวรและสถานที่ทางศาสนา

ในหนังสือประท้วง ยังวิพากษ์วิจารณ์บทความดังกล่าว ที่อ้างอิงเฉพาะกับคำกล่าวอ้างต่างๆนานาของกองทัพไทย โดยไม่รายงานปฏิกิริยาตอบสนองของกัมพูชารวมอยู่ในนั้นด้วย เช่นเดียวกับไม่มีการตรวจสอบอย่างเป็นอิสระ

เอกอัครราชทูตกัมพูชา ยังได้เน้นย้ำจุดยืนของพนมเปญ ระบุประเด็นพิพาทใดๆจำเป็นต้องคลี่คลายด้วยสันติวิธีผ่านกฎหมายระหว่างประเทศ ข้อตกลงทวิภาคีและหลักการอาเซียน หนังสือประท้วงปิดท้ายด้วยการเน้นย้ำว่า รายงานข่าวต้องเป็นไปอย่างถูกต้องและสมดุล เพื่อส่งเสริมความเข้าใจและความพยายามสนับสนุนในการมุ่งหน้าสู่ทางออกที่ยั่งยืน

(ที่มา:เคพีที)