xs
xsm
sm
md
lg

ของใกล้เข้าตัว! มูดีส์เตือนสหรัฐฯมีเวลา 1 สัปดาห์คว้าข้อตกลงอิหร่าน ไม่อย่างนั้น ศก.เสี่ยงเจอปัญหาแท้จริง

เผยแพร่:   ปรับปรุง:



สหรัฐฯกำลังเผชิญความเสี่ยงทางเศรษฐกิจมากขึ้นเรื่อยๆ ถ้าสงครามกับอิหร่านยังคงผลักราคาพลังงานพุ่งสูง โดยนักเศรษฐศาสตร์ชั้นนำรายหนึ่งเตือนว่าตลาดน้ำมันที่ผันผวนยืดเยื้อ เพิ่มความเป็นไปได้ที่เศรษฐกิจอเมริกาจะดำดิ่งสู่ภาวะถดถอย

ระหว่างให้สัมภาษณ์กับสำนักข่าวบลูมเบิร์กเมื่อปลายสัปดาห์ที่แล้ว มาร์ค แซนดี หัวหน้านักเศรษฐศาสตร์ของมูดีส์ อนาไลติคส์ ระบุว่าเศรษฐกิจสหรัฐฯมีเวลาอย่างจำกัดในการหลีกเลี่ยงผลกระทบจากการพุ่งขึ้นของราคาน้ำมันดิบและราคาเบนซิน

เขากล่าวต่อว่าตลาดการเงินหวังว่าการผ่าทางตันด้านการทูตกับอิหร่าน จะช่วยคลายแรงกดดันที่มีต่อตลาดพลังงานและพลิกกลับแนวโน้มราคาน้ำมันที่พุ่งสูงขึ้นเมื่อเร็วๆนี้ "มันจำเป็นต้องเกิดขึ้นรวดเร็วมากๆ ในวันถัดไป ในอีก 2 วัน 3 วัน หรือสัปดาห์หน้า อะไรประมาณนั้น" นักเศรษฐศาสตร์รายนี้พูดถึงข้อตกลงสันติภาพกับอิหร่าน "หลังจากนั้น ผมคิดว่าเราจะมีปัญหาอย่างแท้จริง"

ราคาน้ำมันดีดตัวขึ้น ท่ามกลางความกังวลว่าสถานการณ์ความตึงเครียดในภูมิภาคก่อความปั่นป่วนแก่อุปทานพลังงาน โดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้าเส้นทางขนส่งในอ่าวเปอร์เซียได้รับผลกระทบ พวกนักวิเคราะห์เพ่งเล็งไปที่ช่องแคบฮอร์มุซ โดยเฉพาะ เนื่องจากมันเป็นเส้นทางขนส่งที่สำคัญ สำหรับการส่งออกน้ำมันระหว่างประเทศ

ซานดี เตือนว่าราคาเชื้อเพลิงที่อยู่ในระดับสูงอย่างต่อเนื่อง อาจเริ่มส่งผลกระทบอย่างหนักต่อผู้บริโภคชาวอเมริกา นำมาซึ่งการลดการใช้จ่ายและชะลอกิจกรรมทางเศรษฐกิจ เขาระบุว่าราคาน้ำมันเบนซินกำลังดีดตัวเหนือ 5 ดอลลาร์ต่อแกลลอน ขณะที่มันเป็นหลักหมายสำคัญที่อาจก่อให้เกิดผลกระทบทางเศรษฐกิจในวงกว้าง

"เรากำลังไปถึงราคา 5 ดอลลาร์ต่อแกลลอน" แซนดีระบุ "ผมคิดว่ามันเพียงพอที่จะผลักเศรษฐกิจที่เปราะบางอยู่ก่อนแล้ว เข้าสู่ภาวะถดถอย"

นักเศรษฐศาสตร์รายนี้ยังชี้ให้เห็นถึงการลดลงของคลังน้ำมันสำรองของสหรัฐฯ โดยเฉพาะอย่างยิ่งคลังปิโตรเลียมสำรองทางยุทธศาสตร์ของประเทศ ที่เวลานี้อยู่ที่แค่ 365 ล้านบาร์เรล ต่ำสุดในรอบราวๆ 2 ปี

นอกเหนือจากราคาเชื้อเพลิงแล้ว แซนดี บอกว่าถ้าราคาน้ำมันดิบแตะระดับมากกว่า 125 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล มันจะเป็นอีกสัญญาณเตือนว่าความเสี่ยงต่อภาวะเศรษฐกิจถดถอยกำลังทวีความรุนแรงขึ้น

ความกังวลมีขึ้นท่ามกลางรายงานข่าวบ่งชี้ว่า เตหะรานอาจระงับการเจรจาและใช้มาตรการที่ส่งผลกระทบต่อการสัญจรทางทะเล ถ้าข้อเรียกร้องของพวกเขาถูกเพิกเฉย สำนักข่าวทาสนิม สื่อมวลชนอิหร่าน รายงานในวันจันทร์(1มิ.ย.) ว่าอิหร่านมีความตั้งใจระงับการพูดคุยและปิดกั้นช่องแคบฮอร์มุซ จนกว่าเงื่อนไขสำคัญๆจะได้รับการตอบสนอง โดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้าอิสราเอลยังเดินหน้าโจมตีเลบานอนต่อไป

HFI Research บริษัทที่ปรึกษาด้านพลังงานก็เตือนเช่นกันว่า เวลาสำหรับการป้องกันผลกระทบรุนแรงที่มีต่อเศรษฐกิจ อาจใกล้หมดลงแล้ว ถ้าสถานการณ์ยังคงไม่คลี่คลาย "ประเด็นคือเมื่อเวลาผ่านไป เป็นเวลาหลายชั่วโมง เป็นเวลาหลายวัน เวลาของ ทรัมป์ กำลังจะหมดลง"

" ในช่วงสิ้นเดือนมิถุนายน ถ้าช่องแคบฮอร์มุซยังถูกปิด รับประกันได้เลยว่า ปริมาณน้ำมันดิบทั่วโลกจะลดลงสู่ระดับต่ำสุดที่สามารถปฏิบัติการได้" HFI Research ระบุ

แม้มีคำเตือน แต่การคาดการณ์เกี่ยวกับภาวะถดถอยยังคงไม่แน่นอน โดยจากการวิเคราะห์ของธนาคารกลางสหรัฐฯสาขานิวยอร์ก พบว่าตัวชี้วัดในตลาดพันธบัตร ณ สิ้นเดือนเมษายน บ่งชี้ว่ามีโอกาสที่สหรัฐฯ จะเกิดภาวะเศรษฐกิจถดถอย ภายใน 12 เดือนข้างหน้า อยู่ที่ประมาณ 17%

(ที่มา:บลูมเบิร์ก/อัลมายาดีน)