xs
xsm
sm
md
lg

สถานทูตสหรัฐฯเตือน “พลเมืองอเมริกัน” ไทยเพิ่มตรวจเช็กอีโบลา หลังทั่วโลกดับพุ่งเกือบ 250 ข่าวดี! “ม.ออกซฟอ์รด- IAVI- โมเดอร์นา" กำลังซุ่มวิจัยวัคซีนอีโบลาสายพันธุ์กำลังระบาด

เผยแพร่:   ปรับปรุง:



รอยเตอร์/เอเจนซีส์/MGRออนไลน์ - สถานทูตสหรัฐฯประจำกรุงเทพฯเตือนนักท่องเที่ยวอเมริกันที่เพิ่งเดินทางจากประเทศจุดเสี่ยงอีโบลาในทวีปแอฟิกาว่าล่าสุดไทยเพิ่มมาตรการคัดกรองอีโบลาที่สนามบินหลังมีผู้เสียชีวิตทั่วโลกเกือบ 250 คน ด้านมหาวิทยาลัยออกซฟอร์ดชื่อดังของอังกฤษ ,องค์การ International AIDS Vaccine Initiative และบริษัทยาโมเดอร์นา ได้รับเงินทุนวิจัย 60 ล้านดอลลาร์พัฒนาวัคซีนโรคอีโบลาสายพันธุ์บันดิบูเกียว(Bundibugyo virus)ที่หายาก

สถานทูตสหรัฐฯประจำกรุงเทพฯออกคำเตือนผ่านเว็บไซต์ทางการของสถานทูตลงวันที่ 2 มิ.ย ปี 2026 เกี่ยวกับโรคอีโบลาว่า

ไทยได้บังคับใช้การคัดกรองโรคเกี่ยวข้องกับอีโบลาและมาตรการกักกันสำหรับนักท่องเที่ยวที่พักอาศัยหรือทรานซิสจากบรรดาชาติต่างๆที่ได้รับผลกระทบรวม สาธารณรัฐประชาธิปไตยคองโก และ ยูกันดา

โดยมีผลบังคับใช้เมื่อวันที่ 27 พ.ค นักท่องเที่ยวจากสาธารณรัฐคองโก ยูกันดา และประเทศเพื่อนบ้านที่มีการติดต่อข้ามพรมแดนต้องได้รับการตรวจเช็กจากเจ้าหน้าที่ควบคุมโรคติดต่อที่ขาเข้าท่าระหว่างประเทศและอาจถูกสั่งให้กักกันโรคหรือการเก็บตัวเป็นเวลาไม่ต่ำกว่า 21 วัน

หากไม่ทำตามคำสั่งกักกันโรคหรือการเก็บตัวอาจต้องพบกับค่าปรับหรือ เข้าเรือนจำหรือทั้งสองภายใต้กฎหมายไทย

ในแถลงการณ์สถานทูตสหรัฐฯที่ลงวันที่ 2 มิ.ย ยังระบุว่า ปัจจุบันไทยยังไม่มีเคสยืนยันติดเชื้อโรคอีโบลาแต่ได้บังคับใช้มาตรการเหล่านี้หลังองค์การอนามัยโลก WHO ได้ประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินทางสาธารณสุข

การออกมาเตือนเกิดขึ้นท่ามกลางมีผู้เสียชีวิตทั่วโลกไปแล้วเกือบ 250 คน รอยเตอร์และบีบีซีของอังกฤษต่างรายงานวานนี้(1)ว่า กลายเป็นข่าวดีไปทั่วเมื่อมีการประกาศว่า องค์การอนามัยระหว่างประเทศ CEPI จะให้เงินราว 60 ล้านดอลลาร์แก่ 3 กลุ่มได้แก่ มหาวิทยาลัยออกซฟอร์ดชื่อดังของอังกฤษที่จับมือร่วมกับสถาบันเซรุมวิทยาอินเดีย , International AIDS Vaccine Initiative และบริษัทยาโมเดอร์นา ในการพัฒนาวัคซีนอีโบลา 3 วัคซีนในเทคโนโลยีที่ต่างกันออกไปรวม mRNA สำหรับสายพันธุ์บันดิบูเกียว(Bundibugyo virus)ที่หายากและกำลังระบาดอย่างหนักในดีอาร์คองโก

ทั้งนี้ปัจจุบันยังไม่มีวัคซีนใดๆสำหรับโรคอีโบลาสายพันธุ์นี้

ปัจจุบันมีเคสติดเชื้อที่ได้รับการยืนยัน 282 รายรวมผู้เสียชีวิต 42 คน ท่ามกลางเคสต้องสงสัยติดเชื้อ 1,100 รายในสาธารณรัฐประชาธิปไตยคองโก อ้างอิงจากศูนย์เพื่อการควบคุมโรคและการป้องกันในแอฟริกาและองค์การอนามัยโลก

ด้านบริษัทยาสหรัฐฯ โมเดอร์นา ประกาศจะใช้เทคโนโลยี mRNA ที่ประสบความสำเร็จกับการระบาดโรคโควิด-19 มาแล้วเพื่อพัฒนาวัคซีนอีโบลาสายพันธุ์หายากและร้ายแรงนี้

ขณะที่มหาวิทยาลัยออกซฟอร์ดผู้คิดค้นวัคซีนโควิด-19 แอสตราเซเนกาใช้เทคโนโลยีไวรัสเป็นพาหะ (Viral Vector Vaccines)แบบเดียวกับที่ใช่ในวัคซีนโควิด-19 ด้วยการใช้เซลล์ของร่างกายสร้างแอนติเจนขึ้นมาเอง โดยวัคซีนชนิดนี้ใช้ไวรัสที่ดัดแปลงมา (เวกเตอร์) เพื่อส่งรหัสพันธุกรรมของแอนติเจน

วัคซีนอีโบลาของมหาวิทยาลัยออกซฟอร์ดคือ ChAdOx1 Bundibugyo โดยจะมีสถาบันเซรุมวิทยาอินเดียเป็นโรงงานผลิตวัคซีน

และองค์การ International AIDS Vaccine Initiative จะใช้เทคโนโลยีวัคซีนเข็มเดียวของบริษัทยา Merck ที่ถูกพัฒนาสำหรับวัคซีนอีโบลาสายพันธุ์ซาอีร์ ( Zaire)ที่เป็นสายพันธุ์ที่มีวัคซีนรับการอนุมัติคือ วัคซีน Ervebo สำหรับการปรับปรุงเพื่อสร้างวัคซีนอีโบลาใหม่สำหรับสายพันธุ์บันดิบูเกียวขึ้นมา โดยกล่าวว่ามีผลที่น่าพอใจการรอดชีวิตที่น่าพอใจเกือบ 100% สำหรับการปกป้องในการทดลองกับลิง

ริชาร์ด แฮตเชตต์(Richard Hatchett) ผู้นำ CEPI ได้ให้สัมภาษณ์กับรอยเตอร์วันจันทร์(1)ว่า มีความเป็นไปได้ที่จะได้วัคซีนอีโบลาสายพันธุ์บันดิเกียวพร้อมในขั้นทดลองภายใน 2 เดือนข้างหน้า

CEPI จะให้เงิน 50 ล้านดอลลาร์แก่โมเดอร์นาในการสนับสนุนเฟสก่อนคลินิกวิทยาและเฟสการทดลองในขั้นคลินิกเริ่มต้น

และจะมอบ 8.6 ล้านดอลลาร์ให้แก่ มหาวิทยาลัยออกซฟอร์ดที่จะพร้อมสำหรับการทดลองขั้นคลินอกวิทยาในอีกราว 2 เดือน – 3 เดือนข้างหน้า

และอีก 3.2 ล้านดอลลาร์สำหรับ International AIDS Vaccine Initiative สำหรับวัคซีนอีโบลาสายพันธุ์ใหม่ที่จะถูกดัดแปลงมาจากจากวัคซีน Ervebo