จันทบุรี-กองทัพเรือ ยันปิดด่าน 100% คุมเข้มชายแดนต่อเนื่อง ล่าสุดส่งกลับชาวเขมรอีก 47 คนกลับประเทศต้นทางผ่านจุดผ่านแดนถาวรบ้านแหลม อ.โป่งน้ำร้อน จ.จันทบุรี หลังพ้นโทษตามกฎหมายในไทย
วันนี้ (2 มิ.ย.) กองบัญชาการป้องกันชายแดนจันทบุรีและตราด (กปช.จต.) โดยหน่วยเฉพาะกิจนาวิกโยธินจันทบุรี ร่วมกับชุดควบคุมทหารพรานนาวิกโยธินที่ 2 ชุดประสานงานชายแดน และสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดจันทบุรี ดำเนินการผลักดันชาวกัมพูชา จำนวน 47 คน กลับสู่ประเทศต้นทาง ผ่านจุดผ่านแดนถาวรบ้านแหลม อ.โป่งน้ำร้อน จ.จันทบุรี
ภายหลังบุคคลดังกล่าวได้ผ่านกระบวนการยุติธรรมของไทยจนสิ้นสุดตามคำพิพากษาและพ้นโทษแล้วเมื่อวันที่ 2 มิ.ย. 2569
พล.ร.ต. ปารัช รัตนไชยพันธ์ โฆษกกองทัพเรือ เผยว่าปัจจุบัน กองทัพเรือ ยังคงมีการปิดด่านชายแดน 100 เปอร์เซ็นต์ และดำเนินมาตรการควบคุมพื้นที่ชายแดนอย่างเข้มงวดตามนโยบายด้านความมั่นคงของรัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยไม่มีการผ่อนปรนมาตรการหรือดำเนินการใดนอกเหนือจากกรอบกฎหมาย
อีกทั้ง เพื่อความโปร่งใสและเปิดโอกาสให้ประชาชนสามารถตรวจสอบข้อเท็จจริงได้ด้วยตนเอง กองทัพเรือ ได้ติดตั้งระบบกล้องวงจรปิดถ่ายทอดสด (Live) ผ่านเพจ Facebook โฆษกกองทัพเรือ ตลอด 24 ชั่วโมง บริเวณจุดผ่านแดนถาวรบ้านผักกาด จุดผ่านแดนถาวรบ้านแหลม และจุดผ่านแดนถาวรบ้านหาดเล็ก เพื่อให้ประชาชนสามารถติดตามสถานการณ์จริงในพื้นที่ได้อย่างต่อเนื่อง
การผลักดันบุคคลสัญชาติกัมพูชาในครั้งนี้ เป็นการดำเนินการตามขั้นตอนทางกฎหมาย และเป็นความร่วมมือระหว่างหน่วยงานด้านความมั่นคงและหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายที่เกี่ยวข้อง โดยบุคคลทั้ง 47 คน เป็นผู้ที่กระทำความผิดในคดีต่าง ๆ อาทิ ความผิดเกี่ยวกับการหลบหนีเข้าเมือง ความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด และความผิดอาญาอื่น ๆ ซึ่งได้พ้นโทษและครบกระบวนการทางกฎหมายของไทยแล้ว
" กองทัพเรือ ยืนยันว่าการดำเนินการดังกล่าวเป็นภารกิจตามกฎหมายในการส่งกลับบุคคลต่างด้าวหลังพ้นโทษ มิใช่การเปิดด่านหรือผ่อนคลายมาตรการควบคุมชายแดนแต่อย่างใด แต่เป็นการบังคับใช้กฎหมายอย่างเป็นระบบ ควบคู่ไปกับการรักษาความมั่นคงของประเทศตามหลักกฎหมายและพันธกรณีระหว่างประเทศ" โฆษกกองทัพเรือ กล่าว
ทั้งนี้ กองทัพเรือยังคงปฏิบัติภารกิจในการป้องกันและรักษาความมั่นคงตามแนวชายแดนอย่างเต็มขีดความสามารถ พร้อมบูรณาการการทำงานร่วมกับทุกภาคส่วน เพื่อป้องกันการลักลอบกระทำผิดกฎหมายทุกรูปแบบ และคุ้มครองผลประโยชน์ของชาติอย่างต่อเนื่อง

