รายงานข่าวแจ้งว่า ตั้งแต่เมื่อวานนี้ (1 มิ.ย. 2569) กระทรวงเกษตรและความมั่นคงอาหารของมาเลเซีย (KPKM) ใช้มาตรการระงับการนำเข้าชั่วคราว สำหรับกุ้ง 5 สายพันธุ์ ได้แก่ กุ้งลายเสือ (Brown Tiger Prawn) กุ้งแชบ๊วย (Banana Prawn) กุ้งขาวแวนนาไม (Whiteleg Shrimp) กุ้งกุลาดำ (Giant Tiger Prawn) และกุ้งน้ำเงิน (Blue Shrimp) เพื่อตอบโต้แบบต่างตอบแทน (Reciprocal) เนื่องจากก่อนหน้านี้ประเทศไทยเคยกำหนดเงื่อนไขการนำเข้ากุ้งจากประเทศมาเลเซียในลักษณะเดียวกัน จนกว่าหน่วยงานของไทยจะส่งคำตอบชี้แจงสำหรับแบบสอบถาม (Questionnaire) ด้านมาตรฐานความปลอดภัยให้ทางการมาเลเซียอย่างครบถ้วน จึงจะมีการนำมาประเมินมาตรการนี้ใหม่อีกครั้ง
.
สาเหตุที่ทางการมาเลเซียระงับการนำเข้ากุ้งจากประเทศไทยชั่วคราว เนื่องจากก่อนหน้านี้ ประเทศไทยได้ส่งออกลูกพันธุ์ปลากะพงให้มาเลเซีย แต่เมื่อมาเลเซียนำไปเลี้ยงจนโตเป็นปลาเนื้อ ได้ส่งกลับเข้ามาขายในประเทศไทยด้วยราคาถูกกว่า ซึ่งอาจทำให้ตลาดปลากะพงในไทย เกิดความเสียหาย ทางการไทยจึงสั่งตรวจคุณภาพปลากะพงขาวที่นำเข้าจากมาเลเซีย อย่างคุมเข้ม 100 % เพื่อหาสารตกค้างและโรค และยาปฏิชีวนะที่อาจปนเปื้อนมากับสัตว์น้ำ ผลก็คือทางการมาเลเซีย จึงออกมาตรการตอบโต้ ด้วยการสั่งระงับนำเข้ากุ้งไทย 5 สายพันธุ์ ส่วนการนำเข้าปลากะพง ผู้ประกอบการจะต้องแนบเอกสาร ใบรับรองผลการวิเคราะห์ (Certificate of Analysis หรือ CoA) ทุกครั้งในการนำเข้า เพื่อเป็นการยืนยันว่าสินค้าผ่านเกณฑ์มาตรฐานความปลอดภัยทางอาหารของกระทรวงสาธารณสุขมาเลเซีย
.
รายงานข่าวเพิ่มเติมระบุว่า เมื่อคืนวันที่ 31 พ.ค. ซึ่งเป็นวันสุดท้ายก่อนที่มาตรการระงับการนำเข้ามีผลบังคับใช้ มีผู้ค้ากุ้งจากจังหวัดภาคใต้ ได้รับคำสั่งซื้อจากผู้ค้าในประเทศมาเลเซียจำนวนมาก ปรากฎว่าเมื่อถึงด่านสะเดา จ.สงขลา มีรถบรรทุกขนส่งสินค้าหน้าด่านจำนวนมาก จึงทำเวลาไม่ทันด่านปิดตอนเที่ยงคืน ผู้ค้าต้องแก้ปัญหาเฉพาะหน้าด้วยการเทขายฝากรถคันอื่นกันหน้าด่าน และยังมีรถบรรทุกอีกหลายคันเอากุ้งลงไม่ทัน เพราะรถติดค้างจำนวนมาก ผู้ค้ากุ้งบางรายยอมขาดทุนด้วยการเปลี่ยนไปยังตลาดทะเลไทย จ.สมุทรสาคร เพื่อขายในราคาต่ำกว่าปกติถึงกิโลกรัมละ 40 บาท
.
อย่างไรก็ตาม เมื่อวันที่ 31 พ.ค. ที่ผ่านมา นายเอกพจน์ ยอดพินิจ นายกสมาคมกุ้งไทย พร้อมด้วยกลุ่มพันธมิตรผู้เลี้ยงกุ้งไทยจากหลายจังหวัดในภาคใต้ ได้เข้ายื่นหนังสือถึง นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และ รมว.มหาดไทย ระหว่างลงพื้นที่วัดถ้ำเสือ จังหวัดกระบี่ เรียกร้องให้ช่วยแก้ปัญหาดังกล่าวอย่างเร่งด่วน เพราะคาดว่าจะส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อชาวประมงพื้นบ้าน ที่ประกอบอาชีพอวนลอยกุ้ง ผู้รวบรวมผลผลิต และเกษตรกรผู้เลี้ยงกุ้งทั่วประเทศ สร้างความเสียหายทางเศรษฐกิจมากกว่า 2,000 ล้านบาท
.
อีกทั้งปัญหาเชิงโครงสร้างของอุตสาหกรรมกุ้งไทย ที่มีการผลิตลดลงและความสามารถในการแข่งขันถดถอยอย่างต่อเนื่อง จากเดิมเคยเป็นผู้ส่งออกกุ้งอันดับ 1 ของโลก ด้วยมูลค่ามากกว่า 100,000 ล้านบาทต่อปี ปัจจุบันลดลงมาอยู่ในอันดับที่ 6 ของโลก โดยมีมูลค่าการส่งออกเหลือเพียงประมาณ 40,000 ล้านบาท และยังมีแนวโน้มลดลงอย่างต่อเนื่อง ซึ่งนายกรัฐมนตรีรับปากจะเร่งดำเนินการให้
......
Sondhi X

