xs
xsm
sm
md
lg

ไม่จริง! อิหร่านโต้ข่าว ปธน.ลาออกหลังขัดแย้งกองทัพ จวกเป็นข่าวปลอมหวังก่อความสับสน

เผยแพร่:   ปรับปรุง:



พวกเจ้าหน้าที่อิหร่านปฏิเสธอย่างหนักแน่น ต่อรายงานข่าวที่กล่าวอ้างว่าประธานาธิบดีมาซูด เปเซชเคียน ลาออกจากตำแหน่ง ระบุคำกล่าวอ้างดังกล่าวคือข้อมูลเท็จและมีเจตนาพยายามก่อความสับสน ท่ามกลางศึกสงครามระหว่างอิหร่านกับสหรัฐฯ

เมห์ดี ทาบาตาบาอี รองหัวหน้าฝ่ายสื่อสารมวลชนของทำเนียบประธานาธิบดีอิหร่าน ออกมาปฏิเสธรายงานข่าวของบรรดาสื่อมวลชนตะวันตกและสื่อมวลชนโปรตะวันตกทั้งหลาย ที่อ้างว่า เปเซชเคียน ได้ยื่นใบลาออกเป็นที่เรียบร้อยแล้ว และต้นตอแห่งความปรารถนาลงจากเก้าอี้ครั้งนี้ เป็นเพราะสูญเสียอำนาจภายในระบบปกครองของประเทศ

อิหร่านอินเตอร์เนชันแนล สื่อสนับสนุนฝ่ายต่อต้านระบอบอิหร่าน ที่มีสำนักงานในลอนดอน รวมถึงสถานีโทรทัศน์ฟ็อกซ์ สื่อมวลชนสหรัฐฯ ระบุว่าในหนังสือลาออกที่ส่งถึงสำนักงานผู้นำสูงสุดในวันอาทิตย์(31พ.ค.) เปเซชเคียน เน้นว่าประธานาธิบดีและรัฐบาลแทบถูกกันออกจากกระบวนการตัดสินใจครั้งใหญ่ๆและสำคัญๆของประเทศ และภาวะสุญญากาศที่เกิดขึ้นจากสถานการณ์นี้ ทำให้กลุ่มก๊กหัวรุนแรงภายในกองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลาม (IRGC) สามารถเข้าควบคุมกิจการต่างๆได้

รายงานของอิหร่านอินเตอร์เนชันแนล อ้างคำกล่าวของเปเซชเคียน ระบุต่อว่าภายใต้กรณีแวดล้อมดังกล่าว เขาไม่สามารถบริหารรัฐบาลและปฏิบัติตามหน้าที่ตามกฎหมายได้ และด้วยเหตุผลนี้จึงขอลาออกจากตำแหน่งในทันที พร้อมบอกว่าความเคลื่อนไหวนี้มีขึ้นตามหลังความตึงเครียดยาวนานหลายเดือนระหว่างรัฐบาลกับสถาบันความมั่น-สถาบันทหารต่างๆของสาธารณรัฐอิสลาม โดยที่IRGC ค่อยๆจำกัดอำนาจของประธานาธิบดีในหลายๆด้านและผลก็คือเข้าควบคุมภาคส่วนสำคัญๆของรัฐบาล

ในเรื่องนี้ ทาบาตาบาอี กล่าวว่า รายงานข่าวดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของสิ่งที่เรียกว่า "ยุทธการสื่อสารมวลชน" ที่ออกแบบมาเพื่อเผยแพร่ข้อมูลบิดเบือน ในช่วงเวลาที่ประเทศกำลังเผชิญกับสถานการณ์ที่อ่อนไหว

ทาบาตาบาอี เน้นย้ำว่า เปเซชเคียน ยังคงมุ่งมุ่นในหน้าที่ของตนเอง และไม่มีเจตนาลาออก พร้อมระบุว่าเขาจะเดินหน้าทำงานรับใช้ประชาชนชาวอิหร่านต่อไป

พวกเจ้าหน้าที่ระดับสูงของอิหร่านยังยืนยันอีกว่ายังคงมุ่งมั่นในการรักษาความเป็นเอกภาพและความมั่นคงของชาติ ปฏิเสธข่าวลือใดๆเกี่ยวกับความยุ่งเหยิงทางการเมืองในตำแหน่งระดับสูงของรัฐบาล

ถ้อยแถลงนี้ถูกเผยแพร่ออกมาท่ามกลางความตึงเครียดระดับสูงในภูมิภาค และนานาชาติจับตามองสถานการณ์ภายในอิหร่านมากยิ่งขึ้น

(ที่มา:เวิลด์นิวส์mgronline)