xs
xsm
sm
md
lg

7 วันแห่งความเงียบ! ผู้เชี่ยวชาญดิจิทัลไม่ทน งัดหลักฐานเอาผิดบอร์ดแบงก์รัฐคุกคามทางเพศ ถามหามาตรฐานองค์กร

เผยแพร่:   ปรับปรุง:



บอร์ดแบงก์รัฐลวนลามวิทยากรกลางโต๊ะอาหาร แถมผ่านไป 7 วัน องค์กรกลับเงียบกริบ แต่ดันส่งคนมาแอบส่องโซเชียลเหยื่อแทน! งานนี้ 'อ.พีรพัทธ์' อดีตคนทำงานด้านความมั่นคงไซเบอร์ ไม่ยอมถูกลดทอนศักดิ์ศรี หอบคลิปวงจรปิดแจ้งความอาญาเรียบร้อย พร้อมแฉยับถึงโครงสร้างอำนาจที่ทำเอาคนทั้งองค์กรไม่กล้าหือ เพราะบอร์ดท่านนี้คุมเก้าอี้ 'ประเมินผลงานผู้จัดการ

เมื่อวันที่ 30 พ.ค. อาจารย์พีรพัทธ์ นันนารารัตน์ ผู้เชี่ยวชาญด้านสื่อดิจิทัล ออกมาโพสต์ข้อความ เปิดเผยความรู้สึกขยะแขยงและอึดอัดใจจากเหตุการณ์ที่ถูกบอร์ดบริหารระดับสูงซึ่งเป็นนักการเมือง คุกคามทางเพศด้วยการลูบไล้ต้นขาและจับมือโดยไม่ยินยอมกลางโต๊ะอาหาร ท่ามกลางสายตาของผู้บริหารและข้าราชการชั้นผู้ใหญ่จำนวนมาก

โดยผู้เขียนได้ถ่ายคลิปวิดีโอไว้เป็นหลักฐาน เหตุการณ์นี้สะท้อนถึงความย่ามใจของผู้มีอำนาจที่คิดจะล่วงละเมิดใครก็ได้ และแม้จะมีเสียงเตือนว่าผู้กระทำอาจไม่ต้องรับโทษทางวินัยเนื่องจากตำแหน่งที่สูงหรือถูกปัดเป็นเรื่องส่วนตัว

แต่ผู้เขียนยืนยันที่จะออกมาเปิดโปงและไม่ปล่อยผ่านเรื่องนี้ เพื่อปกป้องสิทธิและศักดิ์ศรีในเนื้อตัวร่างกายของตนเอง โดยพร้อมเผชิญกับทุกผลลัพธ์ที่จะตามมาหลังจากนี้ ทั้งนี้ เจ้าตัวได้ระบุข้อความว่า

“ต้องกลั้นหายใจครับ เวลาจะดูภาพเหตุการณ์ในคืนนั้น
เพราะมันทำให้ผมรู้สึกอึดอัด รังเกียจ ขยะแขยง ขึ้นมาอีกครั้ง

ในภาพและคลิปวิดีโอที่ผมตัดสินใจกดอัดไว้
คือภาพมือของบอร์ดบริหาร ซึ่งเป็นประธานในพิธีเปิด
วางอยู่ท่อนล่าง ตั้งแต่เข่า บนต้นขา
และมันไม่ได้หยุดแค่นั้น แต่มันค่อย ๆ ลูบไล้และขยับสูงขึ้น
จนเกือบจะถึงจุดที่ล้ำเส้นที่สุดของร่างกาย

และอีกหลายจังหวะที่พยายามเอื้อมมาจับมือ
จนถึงกำบีบมือ ข้อมือ จับแขน ลูบแขนช โดยที่ผมไม่ได้ยินยอม

ที่สำคัญ ภาพทั้งหมดนี้เกิดขึ้นกลางโต๊ะอาหาร
ท่ามกลางสายตาของคนร่วมสิบชีวิต
มีทั้งผู้บริหารระดับสูง ระดับผู้ช่วยผู้จัดการใหญ่ของธนาคาร
และมีข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ ระดับ 10 อยู่ร่วมโต๊ะ

การกระทำแบบนี้ มันไม่ใช่ความเผลอเรอ ไม่ใช่ความเอ็นดู
แต่มันคือ การคุกคามทางเพศ ที่มาจากความย่ามใจของคนที่มีอำนาจ
เชื่อว่าตัวเองจะทำอะไรกับร่างกายของคนอื่นยังไงก็ได้ และเป็นนักการเมือง ที่ไม่ต้องสนต้องแคร์สายตาใคร เพราะที่เหลือเป็นข้าราชการและพนักงานประจำล้วน ๆ และผมเป็นบุคคลภายนอกเพียงคนเดียว

ภาพหลักฐานเหล่านี้ในเหตุการณ์ที่ผมเจอ ก็คงพอจะตอบได้แล้วว่า
ทำไมผมถึงไม่สามารถนิ่งเฉยหรือปล่อยผ่านเรื่องนี้ไปได้
ทุกคนมีสิทธิในเนื้อตัวร่างกายของตัวเอง และไม่มีใครสมควรถูกลดทอนศักดิ์ศรีเพียงเพราะอีกฝ่ายมีสถานะทางสังคมที่สูงกว่า

ส่วนความรับผิดชอบต่อการกระทำหลังจากนี้ จะเกิดขึ้นไหมไม่รู้ครับ
เพราะก็มีคนพูดกรอกหูผมมาตลอดหลายวันนี้ ว่า
"ท่านนี้เป็นบอร์ด ไม่อยู่ภายใต้การดำเนินการทางวินัยใด ๆ"
"เป็นเรื่องส่วนตัว ไม่เกี่ยวกับองค์กร"

ดังนั้น ก็...
Let the chips fall where they may.

ต่อมา เจ้าตัวได้ระบุข้อความเพิ่มเติมอีกว่า หลังเหตุการณ์ถูกบอร์ดบริหารระดับสูงของธนาคารรัฐคุกคามทางเพศ โดยระบุว่าแม้เวลาจะล่วงเลยมา 6 วัน แต่หน่วยงานผู้จัดกลับนิ่งเฉยและไม่มีการแสดงความรับผิดชอบใด ๆ หนำซ้ำยังปล่อยให้พนักงานและฝ่ายกฎหมายใช้ทั้งบัญชีจริงและบัญชีอวตารเข้ามาสอดแนมโซเชียลมีเดียของผู้เขียน ซึ่งผู้เขียนในฐานะอดีตคนทำงานด้านความมั่นคงไซเบอร์สามารถติดตามร่องรอยได้ทั้งหมด ปัจจุบันผู้เขียนได้แจ้งความดำเนินคดีอาญาพร้อมมอบหลักฐานภาพวงจรปิดและคลิปวิดีโอให้ตำรวจเรียบร้อยแล้ว พร้อมทั้งประณามพฤติกรรมย่ามใจและล่วงละเมิดพื้นที่ส่วนตัวของผู้กระทำผิด ตลอดจนตั้งคำถามอย่างดุเดือดถึงผู้บริหารองค์กรว่า การเลือกที่จะเงียบ โกหกเพื่อประวิงเวลา และแอบจับตาดูเหยื่อเช่นนี้ กำลังสะท้อนมาตรฐานขององค์กรที่เลือก "ปกป้องพวกพ้อง" มากกว่ายืนหยัดใน "ความถูกต้อง" ใช่หรือไม่

ล่าสุดเมื่อวันที่ 31 พ.ค. อาจารย์พีรพัทธ์ ได้ออกมาเคลื่อนไหวผ่านช่องทางโซเชียลของตนเองอีกครั้งว่า ตลอด 7 วันของสถาบันการเงินภาครัฐหลังเกิดเหตุคุกคามทางเพศ ว่าเป็นผลมาจากโครงสร้างอำนาจและระบบอุปถัมภ์ภายในองค์กร เนื่องจากผู้กระทำผิดมีสถานะเป็น "กรรมการอิสระ" ที่ควบตำแหน่งสำคัญทั้งอนุกรรมการด้านธรรมาภิบาล ด้านความรับผิดชอบต่อสังคม และเป็นคณะกรรมการประเมินผลการปฏิบัติงานของผู้จัดการธนาคาร ซึ่งมีอำนาจชี้เป็นชี้ตายและให้คุณให้โทษแก่พนักงาน ส่งผลให้ผู้บริหารและบุคลากรในองค์กรไม่กล้าลุกขึ้นมาปกป้องความถูกต้อง ผู้เขียนจึงตัดสินใจตีแผ่ความวิกฤตนี้เพื่อเรียกร้องให้สังคม กระทรวงต้นสังกัด และธนาคารแห่งประเทศไทย ร่วมกันตรวจสอบและตั้งคำถามว่า บุคคลที่มีพฤติกรรมล่วงละเมิดผู้อื่นและขาดธรรมาภิบาลเช่นนี้ ยังมีคุณสมบัติที่เหมาะสม (Fit and Proper) พอที่จะบริหารสถาบันการเงินที่ขับเคลื่อนด้วยเงินฝากและความเชื่อมั่นของประชาชนอยู่อีกหรือไม่